พลเมืองดี กับการเป็นตาสับปะรด

เรื่อง  ขอความอนุเคราะห์รับหญิงไทยไม่ทราบชื่อเข้ารับการสงเคราะห์

เรียน  ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์บ้านนิคมปรือใหญ่

ด้วยสำนักงานงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอำนาจเจริญ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีหญิงชราถูกทอดทิ้ง ณ บริเวณศาลาพักริมทางใกล้สถานีตำรวจภูธรเสนานคิม จังหวัดอำนาจเจริญ จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงแล้วปรากฏว่า พบหญิงชราไทยอายุประมาณ 70 ปี นอนซมอยู่บริเวณ ศาลาริมทางตามที่แจ้ง หญิงชราไม่สามารถให้ข้อมูลได้ จากการสอบถามราษฎรบริเวณใกล้เคียงไม่มีคนทราบว่าหญิงชราเป็นผู้ใด หากแต่ได้มาพักอาศัยศาลาริมทางได้ประมาณ 2-3 วันแล้ว

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอำนาจเจริญ พิจารณาแล้วเห็นว่าหญิงชราเป็นผู้ไร้ที่พึ่งขาดผู้อุปการะจริง จึงขอความอนุเคราะห์รับตัวเข้ารับการสงเคราะห์ต่อไป  (7 ก.ค. 2549)

หรือ..

เรื่อง  ขอความอนุเคราะห์รับตัวบุคคลอนาถา

เรียน  ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์บ้านนิคมปรือใหญ่

ด้วยเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2549 เจ้าพนักงานตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าบุคคลไม่มีญาติมาพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ทราบชื่อภายหลังว่านาย.....   อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่...... เจ้าพนักงานตำรวจได้ประสานข้อมูลไปยังภูมิลำเนาที่ได้รับแจ้งแล้ว ญาติได้ขายบ้านให้กับบุคคลอื่นแล้ว ไม่ทราบว่าญาติของนาย.... ไปพักอาศัยอยู่ที่ใด ไม่สามารถติดต่อได้

สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองศรีสะเกษ จึงขอส่งตัวบุคคลดังกล่าวมายังท่าน เพื่อรับไว้อยู่ในสถานสงเคราะห์ต่อไป หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงได้รับความอนุเคราะห์จากท่าน จึงขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้  (13 ก.ค. 2549)

หรือ กรณีบทสนทนาแจ้งเหตุทางโทรศัพท์

สวัสดีค่ะ สถานสงเคราะห์บ้านนิคมปรือใหญ่ค่า
ใช่ศูนย์ผีบ้าไหมครับ  (ผีบ้าอีกแล้วครับพี่น้อง)

อ๋อ ใช่ค่ะ แต่ไม่ไม่ใช่ศูนย์ผีบ้านะคะ สถานสงเคราะห์บ้านบ้านนิคมปรือใหญ่ค่ะ  (งง แล้วครับ คนโทรมาอาจจะเริ่มงง ตกลงว่าใช่ หรือไม่ใช่กันแน่)

ครับๆ  เข้าใจครับ  คือยังงี้ครับ ตะกี้ผมขับมอไซต์ผ่านแยกโคกกวด เห็นผู้ชายเดินร้องเพลงอยู่คนเดียว เดี๋ยววิ่งเดี๋ยวเดิน ดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นคนของศูนย์นะครับ ยังไงมาดูด้วยนะครับ

สวัสดีค่ะ เห็นผู้หญิงตัวมอมแมมเลยค่ะ นั่งเหม่อคนเดียวอยู่ศาลาริมทาง ทางเข้าบ้าน.....  มาดูหน่อยนะคะ ว่าเป็นคนของศูนย์หรือเปล่า นี่ก็จะมืดแล้วด้วย ฝนก็กำลังจะตก มาดูหน่อยนะคะ ว่าเป็นคนของศูนย์หรือเปล่า

เรื่องทำนองแบบนี้ แทบเรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์ปกติ จากหนังสือนำส่งจาก พมจ. หรือหน่วยงานราชการ ซึ่งมักระบุว่า "ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี"  หรือ การโทรศัพท์จาก "พลเมืองดี" ในสถานที่ใกล้เคียง เพื่อแจ้งข่าวคราวเกี่ยวกับบุคคลที่ (เห็นว่าน่าจะ) มีอาการทางจิตประสาท ให้กับสถานสงเคราะห์ได้รับทราบ เพื่อดำเนินการตามเห็นสมควร

ภายหลังรับสาย รับรู้เรื่องราว "พลเมืองดี" ที่แจ้งข่าวทางโทรศัพท์แล้ว เมื่อกล่าวขอบคุณและวางสายแล้ว แทบจะโดยทันทีที่เจ้าหน้าที่จะบึ่งรถออกจากสถานสงเคราะห์ไปยังจุดที่ได้รับแจ้ง โดยไม่สนใจว่าจะเป็น "คนในบ้านของเรา" หรือไม่

บรรยากาศในลักษณะอย่างนี้ ควรอย่างยิ่งที่จะได้ส่งเสริม กระตุ้นให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ ครอบคลุมคนทุกเพศวัย  ดังเช่นกรณี อปพร., อสม., เครือข่ายจิตอาสา ฯลฯ  ยิ่งกระตุ้นให้คนในสังคมแจ้งเหตุมากเท่าใด สังคมก็จะมีลักษณะตาสับปะรดยิ่งขึ้น  มีคนคอยแจ้งเหตุ คอยเฝ้าระวัง ปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน

ว่ากันว่า ถ้าอยากรู้ว่ากรุงเทพฯวุ่นวายเพียงใด ให้ฟังวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน เพราะจะได้ยินแต่เรื่องแจ้งเหตุร้าย ในสารพัดเรื่องราว เป็นเหตุให้เข้าใจได้ว่าเมืองหลวงไม่น่าอภิรมย์อย่างที่คิด  แต่ถ้ามองในมุมกลับ เราอาจยิ้มได้กับน้ำใจของคน (อยู่) กรุงเทพฯด้วยกันเองว่า เมื่อพบเห็นเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งที่เห็นว่าผิดปกติ หรือทำให้เชื่อได้ว่าไม่ปกติ ก็มิได้ดูดาย หากแต่แจ้งยังวิทยุชุมชน เพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ภาพของสังคมอย่างนี้ ภาพของการแจ้งข่าว การร่วมรับรู้และแบกรับของผู้คนในสังคมเช่นนี้ ไม่ใช่สังคมที่น่าอภิรมย์ได้อย่างไร

เป็นบรรยากาศที่ของสังคมที่เริ่มเปิดใจกว้าง ไม่เฉพาะกับคนที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ หรือรู้จักมักคุ้นเท่านั้น หากแต่เปิดกว้างไปถึงใครๆ ที่เห็นว่าน่าจะอยู่ในข่ายที่จะประสพภัยหากอยู่ในภาวะดังกล่าว และควรอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมให้กว้างยิ่งขึ้น  อย่างที่เขียนในหัวข้อ "อย่าทิ้งเขานะ คำขอร้องของคนท้ายซอย" http://gotoknow.org/blog/preuyaihome/37120

 

น้องกุ๊กไก่ อยู่ไหน ออกมาสิลูก

เมื่อเช้าวันศุกร์ (7 ก.ค.) ที่ผ่านมา ทุกคน (ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้คนในบ้านทั้งหมด) หน้าชื่นตาบานรอรับผู้บังคับบัญชา สาระวนกับการเตรียมความพร้อมและการตรวจราชการฯ ของท่านรองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ  ซึ่งนานๆ ทีสถานสงเคราะห์ของเราจะได้มีผู้ใหญ่ ให้เกียรติเดินทางมาตรวจราชการถึงที่

กำหนดการของท่านรองฯ ถูกเลื่อนมาแล้ว 3 ครั้ง ด้วยเหตุที่ภารกิจเร่งด่วนที่ทำให้ท่านมิอาจมาตรวจราชการได้  ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุสำคัญประการหนึ่งที่เอื้อประโยชน์ให้กับสถานสงเคราะห์ได้เตรียมความพร้อมในหลายๆ ด้าน นับแต่บริเวณสนาม หรืออาคารสถานที่ซึ่งโดนฝนกระหน่ำเสียจนเละเทะ หรือเลอะไปด้วยขี้โคลน

แล้วทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีตลอดวัน

แต่เย็นวันนั้น ก็มีเรื่องสนุกเข้าจนได้

"หัวหน้าคะ กุ๊กไก่ (นามสมมติ) หายเข้าไปในป่าตั้งแต่ 4-5 โมงเย็นแล้ว เพิ่งรู้ตะกี้ "คนในบ้าน" บอก  เนี่ยจะเย็นแล้วทำไงดี ฝนก็จะตกแล้วด้วย พี่ๆ ผู้ชายเขาก็กลับบ้านกันจะหมดแล้ว มันหยุดยาวหลายวันค่ะหัวหน้า เวรหนูพอดีวันนี้"  เป็นคำแจ้งเหตุของพี่ผู้ดูแลหญิง เมื่อเวลาประมาณ 18 นาฬิกา

ลองนึกภาพตามดู

พื้นที่ของสถานสงเคราะห์ด้านหลังบ้านพักของผม (ประมาณ 20 เมตร) ถูกกันไว้ให้เป็นพื้นที่ป่าชุมชน สภาพยังคงรกทึบด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย มีพื้นที่กว่า 100 ไร่ ชาวบ้านยังคงใช้เป็นซูเปอร์มาเก็ตบ้านไร่ หาเห็ด เก็บผลไม้   ถ้า "คนในบ้าน" ของผมหายเข้าไปในป่าทีไร หรือนึกสนุกอยากเข้าไปเดินป่า แล้วหาทางออกไม่ได้เมื่อถึงเวลานับจำนวนแล้วหาตัวไม่พบอย่างนี้ เป็นต้องวิ่งแจ้นกันทุกที

ราว 18.20 น. หลังจากได้สอบถามรายละเอียดเบื้องต้นแล้ว ผม พร้อมด้วย "คนในบ้าน" (ซึ่งมิใช่เจ้าหน้าที่) หนุ่มๆ ที่คิดว่าแข็งแรงๆ อีก 5 คน เดินเข้าไปในป่า โดยหวังว่าจะหาเจอก่อนที่ฝนจะตก หาเจอก่อนที่ฟ้าจะมืด (แต่ฤดูกาลนี้เวลา 1 ทุ่มยังไม่มืดดีนักหรอก)

มุดป่าเข้าไป ตามเส้นทางที่คนในบ้าน และคนหาเห็ดบอกว่าเห็น น้องกุ๊กไก่ เดินเข้าไป เสื้อแขนสั้น สแล็ค รองเท้าคัดชู มุดป่า หนามตะขบข่วนเลือดซิบๆ แขนลายหมดครับพี่น้อง  เดินไปตะโกนไป "กุ๊กไก่อยู่ไหน  กุ๊กไก่ออกมาหาพ่อสิลูก  กุ๊กไก่ๆๆๆๆๆๆๆ"  แล้วเสียงของคนหนุ่ม 5 คนที่เดินตามหลังผมก็เบาลงๆ อย่างน่าแปลกใจ

ผมหัวเราะในใจ ตายแล้วผมลืมสนิทเลยว่า เวลานอนของเขาครับ คนในบ้านของผมจะเข้านอนกันประมาณ 17.30-18.00 น. โดยประมาณ แล้วไปตื่นอีกทีก็กลางดึก  ตอนที่กำลังมุดป่าอยู่นั้นตาเขาจะหลับแล้วครับ เอาละสิ ผมต้องชวนเขาคุย ชวนเขาพูด หาเรื่องสนุกสนานมาคุย ไม่งั้นเขาจะนั่งหมดแรงเสียดื้อๆ กลางป่าอย่างนี้

สักพักเสียงโทรศัพท์มือถือจากผู้ปกครองสอบถามว่าอยู่ไหนแล้ว (เป็นห่วงว่านักสังคมฯพาคนในบ้านหลงป่าหรือยัง เพราะยังมิได้รายงานท่านตอนเข้าป่า)  แล้วก็ดีใจจนใจหายเมื่อเจ้าหน้าที่ โทรศัพท์แจ้งว่า มีพลเมืองดีโทรศัพท์แจ้งว่าพบเด็กผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่แน่ใจตัวเล็กๆ นั่งซึมๆ อยู่ศาลาริมทางเลยบ้านตากวยไปหน่อยนึง ไม่รู้ว่าเป็นคนของเราหรือเปล่า  ซึ่งแน่นอนว่า เป็นหน้าที่ที่ต้องทำทันทีแม้ไม่ใช่คนของเราหรือไม่ก็ตาม

สักพักนึง ก็หาทางออกจากป่าจนเจอ ไปโผล่ออกตรงท้ายป่ากลางทุ่งนาของใครก็ไม่รู้ ระหว่างที่ต่างก็ลากขากันกลับสถานสงเคราะห์อยู่นั้น ก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าเป็นน้องกุ๊กไก่ จริงๆ ด้วย นั่งเหม่ออยู่ที่ศาลาริมทาง

บทสรุปสำหรับวันนั้นคือ

น้องกุ๊กไก่ ถูกกักพื้นที่เพื่อเฝ้าดูอาการ
นักสังคมฯได้รับบทเรียนว่า ใจเย็นๆ เลือกเฉพาะคนที่ไม่รับยาแล้วเท่านั้นเข้าร่วมทีมค้นหาในป่า ประเดี๋ยวคนที่ร่วมขบวนจะหลบฉากหลับกลางป่า และควรสวมเสื้อแขนยาวถ้าไม่อยากโดนหนามข่วน (ฮา)
พลเมืองดี แม้ผมจะไม่ทราบชื่อ ที่อยู่ แต่ใคร่ขอเรียนให้ทราบว่าทั้งที่ผ่านมาและจะมีอยู่ต่อไป เจ้าหน้าที่ที่คอยรับเรื่องจากโทรศัพท์/โทรสารหมายเลข 045-630-661 ตลอด 24 ชม. ขอบคุณในความกรุณาแจ้งข่าวของท่านยิ่งนัก