หน้าฝนไม้พันธุ์ดอกหอมที่บ้าน ออกดอกบานสะพรั่ง ทั้งสายหยุด การะเวก นมแมว จำปี รสสุคนธ์ ส่งกลิ่นกรุ่น หอมอบอวลทั้งวัน

แต่ความกรุณาปราณีจากสายฝนนั้นไม่เลือกที่รัก มักที่ชัง ให้ประโยชน์เฉพาะไม้ดอกหอม พืชพรรณอะไรๆก็งอกงามได้ทั้งนั้น ตอนเย็นเดินเล่นพบว่ายุงชุมเพราะใบไม้ร่มครึ้มแน่น ค่อนข้างมืดเหมาะแก่การชุมนุมของยุง แถมได้กลิ่นเหม็นเหมือนอาจมหรือ อุจจาระมนษย์ มองไปรอบๆจึงเห็น ดอกอุตพิด ดอกสีแดงเข้ม ชูช่ออวดตัวแบบภูมิใจ มั่นใจกลิ่นของตน

หน้าฝนนี้  นอกบ้านมีที่ของชาวบ้านไม่ห่างบ้านผู้เขียนนัก เขาปล่อยจนรก แค่เดินเฉียดระยะห่างหลายเมตรยังได้กลิ่นดอกอุตพิดที่งามขึ้นเป็นดง เหม็นคลุ้ง เลยต้องเลิกออกไปเดินนอกบ้านพักใหญ่ เพราะทนกลิ่นไม่ไหว

เก็บภาพมาฝากและไปค้นเรื่องราวทำให้ได้รู้จักเขา/เธอ มากขึ้น

หนังสือสยามไภษัชยพฤกษ์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวไว้ว่า

อุตพิด มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Typhonium trilobatum ( Linn. ) Schott  อยู่ในวงศ์ ARACEAE เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 10-45 ซม.

ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับเป็นวงบริเวณผิวดิน รูปลูกศรแกมรูปหัวใจ ขอบใบเรียบหรือหยักเว้าเป็น 3 พู กว้างและยาว 10-20 ซม.

ดอกช่อ อัดแน่น เป็นรูปแท่งทรงกระบอก ออกที่ปลายยอด มีใบประดับขนาดใหญ่สีม่วงแดง หรือ ม่วงดำรองรับ ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกันสีเหลืองอ่อน (เมื่อดอกย่อยๆเหล่านี้บานเต็มที่จะมีกลิ่นเหม็นมาก)

ตำรายาไทยใช้ หัวใต้ดิน (บางแหล่งข้อมูลบอกว่า หัว มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ไม่เหม็นเหมือนดอก) รักษาอาการเถาดานในท้อง (อาการแข็งเป็นลำในท้อง) และนำมาหุงเป็นน้ำมันใส่แผล กัดฝ้า กัดหนอง สมานแผล

บางแหล่งบอกว่ากาบและก้านใบใช้เป็นอาหารได้ บางแหล่งบอกว่า ราก ใช้รักษาโรคริดสีดวงทวาร และ แก้พิษงูได้

พวกข้อมูลทางการเป็นยาของพวกพืชพื้นบ้านและวัชพืชนี่ทำให้ผู้เขียนยิ่งรู้สึกว่า เราได้แต่รับฟังคำบอกเล่าต่อๆกันมา ราวฟังนิยายหรือตำรับยาผีบอก ทั้งๆที่เรามี “ทุนธรรมชาติ และ ทุนปัญญา” ใช้พืชเป็นได้ทั้งอาหารและยา แต่เรากลับละเลยการทำความเข้าใจ ไม่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์พัฒนาทุนที่เรามีให้แข็งแกร่ง เพื่อให้เราพึ่งตนเองได้จากสิ่งที่เรามี

ข้อมูลที่ค้นจากกูเกิ้ลอีกแง่มุมนับว่าน่าสนใจมากเพราะ ไม่ต้องเสี่ยงเอามากิน เอามาทา แต่อุตพิดได้ใช้คุณสมบัติด้านความงามของตนแทน ก็ยังดีกว่าถูกเมินและถอนทิ้ง

“...กำลังเป็นที่นิยมปลูกในหมู่ผู้ที่ชอบไม้แปลกๆ นำไปปลูกเป็นไม้ประดับโชว์ความงามของก้านใบที่บางพันธุ์จะมีลายคล้ายก้านใบต้นบุกดูสวยงามมาก ชาวต่างชาติจะนิยมกันแพร่หลาย ส่วนใหญ่ ปลูกประดับสวนน้ำขนาดเล็ก รวมกับไม้น้ำชนิดต่างๆ สร้างบรรยากาศเป็นธรรมชาติเด็ดขาดนัก….”

www.mof.or.th/main_5_files/agri_paper-26.htm

เขาว่ามีขายที่ตลาดนัดต้นไม้สวนจตุจักรค่ะ ผู้ใดสนใจเห็นว่างามดีและเป็นพืชแปลกโดดเด่นจะไปหาซื้อมาปลูกก็บอกกันบ้าง หรือใครสนใจไม่ต้องการซื้อหา มาบ้านผู้เขียนจะขุดแจกแบ่งให้ไปปลูกกันค่ะ

 

  •  ท่านผู้เฒ่าวอญ่าฯ  มาบอกตำราพื้นบ้านที่น่าสนใจมาก เลยขอยกมาไว้ในบันทึกเพิ่มเติม ให้ได้เห็นกันทุกท่านค่ะ ขอขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้อีกครั้งค่ะ

"...สวัสดีครับคุณนายนุช สูตรพอกให้หัวฝีหลุดโดยไม่ต้องผ่า ใช้ใบหญ้าขัดมอญ 1กำมือ ใบอุตพิต 1 กำมือ

ข้าวสวยปั้น1 ปั้นหมกไฟให้สุก แล้วนำมาตำรวมกัน พอกที่ปากแผลฝี เจาะรูตรงหัวฝี รับรองคืนเดียวหัวฝีหลุดโดยไม่ต้องผ่าครับ..."

 ....แต่ครั้งแรกเริ่มที่มีดอกอุตพิดเกิดขึ้นในโลก  กลิ่นของดอกอุตพิดหอมหวนชวนหลงใหลได้ปลื้มมาก ๆ  กลิ่นของดอกอุตพิดนั้นหอมมาก หอมฟุ้งไปถึงสรวงสวรรค์โน่น....ทำให้เหล่าบรรดานางฟ้าที่ได้กลิ่นหอมพากันเคลิบเคลิ้มดังต้องมนต์  ดังนั้นเหล่านางฟ้าจึงพากันตามหากลิ่นหอมนั้นจนมาถึงโลกมนุษย์ และได้พบกับที่มาของกลิ่นหอมนี้คือดอกอุตพิด   ยิ่งได้เห็นความงามของดอกและกลิ่นหอมนั้นยิ่งทำให้เหล่านางฟ้าหลงใหลจนลืมกลับไปยังสวรรค์  เดือดร้อนถึงพระอินทร์ และเหล่าเทวดาทั้งหลายที่เคยมีนางฟ้าปรนนิบัติขับกล่อมทุกวันคืน  พระอินทร์จึงให้เทวดามาตุลี ไปสืบสาวราวเรื่องว่านางฟ้าหายไปไหนกันหมด  พอทราบสาเหตุ  พระอินทร์ก็โกรธมาก  จึงสาปให้ดอกอุตพิดมีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง จนไม่เป็นที่โปรดปรานของใครที่ได้พบเห็นอีกต่อไปจนมาถึงทุกวันนี้.....จบ