หากเราสังเกตุรสนิยมการสูบบุหรี่ของชนชั้นกลางในสังคมไทย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจะพบว่าเดิมคนไทยส่วนมากก็จะสูบบุหรี่ยี่ห้อของคนไทยไม่ว่าจะเป็น กรองทิพย์ สายฝน กรุงทอง และหากข้าพเจ้าจำไม่ผิดในวัยเด็กยังมียี่ห้ออื่นที่มีชื่อยี่ห้อแบบไทยๆอีกซึ่งปัจจุบันไม่เป็นที่รู้จักสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในวงการสูบบุหรี่ ทั้งนี้เป็นเพราะอะไร? ทำไมกรองทิพย์หรือสายฝนเมื่อครั้งเราเป็นเด็กที่เราเห็นเป็นยี่ห้อยอดฮิตกลับตกแผงผู้นำไป วัยรุ่นทุกวันนี้กลับพกซองบุหรี่มาร์โบโล หรือแอลแอนด์เอ็ม ซึ่งเป็นของนอกแทน? บุหรี่ที่นำเข้าราคาไม่แพงหรือ? ทำไมเข้ามาตีตลาดบุหรี่ไทยได้? ตามหลักเศรษฐกิจทุนนิยมที่เน้นตลาดการค้าเสรี ราคาสินค้าจะถูกกำหนดโดยกลไกตลาดโดยไม่มีการแทรกแซงจากภาครัฐ สินค้าประเภทเดียวกันจะแข่งขันกันด้วยคุณภาพ เช่นความสวยงาม รสนิยมถูกคอ ถูกใจ ผู้บริโภค ใครสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขัน(competitive advanted) ได้มากกว่าก็แย่งส่วนแบ่งตลาดไปใครที่แข่งขันไม่ได้ก็ต้องออกจากตลาดไป เช่นเดียวกับบุหรี่ไทยที่ถูก มาร์โบโล หรือ แอลแอนด์เอ็ม แย่งตลาดไป แต่ทำไมบุหรี่นอกที่เดิมมีภาษีนำเข้าในอัตราสูงกลับเข้ามาตีตลาดไทยได้ในยุคปัจจุบัน นั่นเป็นเพราะมาร์โบโลไม่ได้จ่ายภาษีนำเข้าในอัตราสูงอย่างเดิมอีกแล้ว ประกอบกับรสนิยมของนอกเป็นที่ถูกใจวัยรุ่นไทยมากกว่า กรองทิพย์ หรือสายฝนที่คนรุ่นพ่อเคยสูบ รวมทั้งรสนิยมถูกปากมากกว่า จึงตีตลาดบุหรี่ภายในประเทศได้ สาเหตุที่ มาร์โบโล ราคาถูกลงและแข่งขันด้านราคากับบุหรี่ภายในประเทศได้ ทั้งนี้ก็เป็นเพราะข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศอาเซี่ยน ที่มุ่งสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจโดยพยายามเปิดเขตการค้าเสรีระหว่างกัน(อาฟต้า) เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กลุ่มประเทศในภูมิภาคของตน โดยเริ่มจากการกำหนดสินค้าที่จะลดภาษีนำเข้าระหว่างกันซึ่งจะค่อยๆลดลงจนกระทั่งภาษีนำเข้าเป็น 0 เพื่อให้ประเทศในภูมิภาคอาเซี่ยนเป็นตลาดร่วมขนาดใหญ่ แต่ทั้งนี้ได้มีข้อตกลงประการหนึ่งที่ว่าด้วยเรื่อง local content ของกลุ่มประเทศอาเซี่ยน โดยการกำหนดว่าสินค้าที่ลดภาษีนำเข้าจะต้องเป็นสินค้าที่มีฐานการผลิตในประเทศสมาชิกและใช้วัตถุดิบภายในประเทศสมาชิกอาเซี่ยน 40 % ขึ้นไป และบุหรี่ยี่ห้อมาร์โบโล ถึงแม้บริษัทแม่จะมีชาติกำเนิดเป็นของฝรั่งแต่เมื่อมาตั้งฐานการผลิตที่อินโดนีเซียซึ่งเป็นสมาชิกอาฟต้า (เขตการค้าเสรีอาเซี่ยน) และใช้วัตถุดิบในประเทศอินโดนีเซียก็ย่อมได้สิทธิประโยชน์จากข้อตกลงของอาฟต้า โดยได้รับสิทธิการลดหย่อนภาษีนำเข้าระหว่างประเทศสมาชิก ทำให้ตลาดสินค้าของบุหรี่ยี่ห้อมาร์โบโลจากเดิมที่มีแค่ในอินโดนีเซียก็กลายมาเป็นทั้งตลาดอาเซี่ยนและราคาถูกลง รวมทั้งรสนิยมของนอก รสนิยมที่ถูกคอคนในภูมิภาคโดยเฉพาะประเทศไทยทำให้เข้ามาตีตลาดสินค้าบุหรี่ภายในประเทศได้ เนื่องจากสามารถแข่งขันทางด้านราคาได้แล้วและมาร์โบโลก็เป็นนิยม และถูกคอคนไทยมากว่าบุหรี่ไทยเอง กรณีของมาร์โบโลนี้ จึงควรเป็นกรณีศึกษาในเรื่องการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางการค้า และการฉกฉวยโอกาสที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมทั้งการหามารตการป้องกันความเสียเปรียบของประเทศไทยอันเป็นผลจากการค้าระหว่างประเทศได้เป็นอย่างดี เพราะข้อตกลงของอาฟต้ามีผลในอนาคตคือกลุ่มประเทศสมาชิกจะทยอยลดภาษีนำเข้าระหว่างกันลงเรื่อยๆจนกระทั่งกลุ่มประเทศอาเซี่ยนมีการค้าเสรีระหว่างกัน ( คือภาษีนำเข้าเป็นศูนย์ และไม่มีการกีดกันการค้าระหว่างกัน) ดังนั้นหากใครสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ( competitive advandted) ได้ดีกว่าก็ย่อมรักษาตลาดสินค้าของตนเองได้ รวมทั้งขยายตลาดได้กว้างมากขึ้นทั้งภูมิภาคอาเซี่ยน แต่หากเป็นฝ่ายที่อ่อนแอกว่าก็ต้องถูกออกจากตลาดไปถึงแม้จะเป็นตลาดในประเทศของตนเองก็ตาม ดังนั้นทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจึงควรตระหนักในข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศว่าด้วยเขตการค้าเสรีซึ่งเปรียบเสมือนดาบสองคมของเศรษฐกิจประเทศไทยในอนาคตอันใกล้