น้องหญิงไม่อาจทนรับต่อไปไหว ว่าเธอคือความรักครั้งที่สองของชายคนรัก แม้จะเป็นเพียงการมีความรู้สึกดีๆให้กัน แต่หากปล่อยให้รักยิ่งลึกซึ้ง เธอรู้ดีว่าสักวัน ทั้งคู่คงไม่แคล้วร่วมใจกันทำในสิ่งที่ผิดต่อภรรยาเขา ประพฤติผิดศีล

คำว่า กาม ใน กาเมสุมิจฉาจาร หมายถึงกิริยารักใคร่กันทางประเวณี ถึงกับประพฤติผิดเสพกามร่วมเพศกันระหว่างชายและหญิงที่ต้องห้ามมิให้ใครล่วงละเมิด........ชายที่ต้องห้ามมิให้ล่วงละเมิดสำหรับหญิง ในบาลีเรียกว่า อคมนียวัตถุ หากหญิงใดล่วงละเมิดเข้าย่อมผิดศีล มี ๒ จำพวก คือ

๑)ชายอื่นทุกคนนอกจากสามีของตน ในกรณีของหญิงมีสามีแล้ว

๒)ชายที่จารีตประเพณีห้าม คือ ชายที่เป็นญาติใกล้ชิดกัน เช่น พ่อ พี่ชาย น้องชาย ปู่ ตา ลูกชาย หลานชาย เหลนชาย และชายที่เป็นนักบวช เช่น ภิกษุ สามเณร นักบวชในศาสนาอื่น

ชาย ๒ จำพวกนี้ หญิงใดล่วงละเมิดผิดประเวณีทางเพศ ศีลของหญิงนั้นย่อมขาด ยกเว้นแต่ถูกบังคับ ไม่เต็มใจ ส่วนการเคล้าคลึงกาย หรือพูดเกี้ยวพา แม้จะไม่ถึงกับศีลขาด แต่ก็ทำให้ศีลด่างพร้อยไป

ดร.อภิญวัฒน์ โพธิ์สาน : พุทธศาสน์ แนวปฏิบัติเพื่อชีวิต หน้า 222

เธอทนละอายใจทั้งต่อตน และต่อภรรยาเขาไม่ไหว คิดว่าไม่ว่าอย่างไร จะต้องตัดความรักครั้งนี้ให้ได้

ธรรมคุ้มครองโลก 2 (ธรรมที่ช่วยให้โลกมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่เดือดร้อนและสับสนวุ่นวาย)

1.หิริ (ความละอายต่อบาป, ละอายใจต่อการทำชั่ว)

2.โอตตัปปะ (ความกลัวบาป, เกรงกลัวต่อความชั่ว)

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) :พจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับประมวลธรรม หน้า 64

ที่ผ่านมา เธอไม่เคยคิดจะตัดตัณหา เธอยอมรับว่าทุกข์ แต่ก็สุขเพราะความทุกข์นั้น ไม่ได้มนสิการด้วย โยนิโสมนสิการ จึงได้แต่หลงใหลในทุกข์

วิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ หรือเรียกสั้นๆว่า วิธีโยนิโสมนสิการนี้ แม้จะมีหลายอย่าง หลายวิธี แต่เมื่อว่าโดยหลักการ ก็มี 2 แบบ คือ โยนิโสมนสิการที่มุ่งสกัดหรือกำจัดอวิชชาโดยตรง และโยนิโสมนสิการที่มุ่งสกัดหรือบรรเทาตัณหา

โยนิโสมนสิการที่มุ่งกำจัดอวิชชาโดยตรงนั้น ตามปกติเป็นแบบที่ต้องใช้ในการปฏิบัติธรรมจนถึงที่สุด เพราะทำให้เกิดความเข้าใจตามเป็นจริง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการตรัสรู้ ส่วนโยนิโสมนสิการแบบสกัดหรือบรรเทาตัณหา มักใช้เป็นข้อปฏิบัติขั้นต้นๆ ซึ่งมุ่งเตรียมพื้นฐาน หรือพัฒนาตนเองในด้านคุณธรรมให้เป็นผู้พร้อมสำหรับการปฏิบัติขั้นสูงขึ้นไปเพราะเป็นเพียงขัดเกลากิเลส

แต่โยนิโสมนสิการหลายวิธีใช้ประโยชน์ได้ทั้งสองอย่าง คือทั้งกำจัดอวิชชา และบรรเทาตัณหาไปพร้อมกัน

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต): พุทธธรรมฉบับปรับปรุงและขยายความ หน้า 676-677

แม้จะห่างหายการทำสมาธิไปนานเนื่องจากความฟุ้งซ่านด้วยราคะ แต่เธอรู้แล้วว่าต้องฝึกทั้งสมถะ และทั้งวิปัสสนาเพื่อละ คลายกิเลสไปทีละนิด

เมื่อจิตเริ่มสงบ เธอนำความรักขึ้นมาพิจารณา เห็นว่ารักแล้วทุกข์ เบียดเบียนทั้งผู้อื่นและตน จะทนรักทนทุกข์ต่อไปทำไม

โยนิโสมนสิการตามวิธีคิดแบบอริยสัจจ์

หลักการหรือสาระสำคัญของวิธีคิดแบบอริยสัจจ์ก็คือ การเริ่มต้นจากปัญหาหรือความทุกข์ที่ประสบ โดยกำหนดรู้ ทำความเข้าใจกับปัญหาหรือความทุกข์นั้นให้ชัดเจน แล้วสืบค้นหาสาเหตุเพื่อเตรียมแก้ไข ในเวลาเดียวกันกำหนดเป้าหมายของตนให้แน่ชัดว่าคืออะไร จะเป็นไปได้หรือไม่ และเป็นไปได้อย่างไร แล้วคิดวางวิธีปฏิบัติที่จะกำจัดสาเหตุของปัญหาโดยสอดคล้องกับการที่จะบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) : พุทธธรรมฉบับปรับปรุงและขยายความ หน้า 682

หลังออกจากกรรมฐาน แม้การเห็นจะทำให้เบิกบานขึ้น แต่เธอยังคงเศร้าเพราะคิดถึงเขา

พิจารณาเห็นทุกข์ ก็ดับสุขสัญญาได้ .....เป็นการดับกิเลส แบบจุดดวงไฟ ดับความมืด แต่ก็ยังเป็นการดับชั่วคราว เหมือนว่าพอไฟดับ ก็มืดอีก

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) : พุทธธรรมฉบับปรับปรุงและขยายความ หน้า 278

ที่สุด ตัดสินใจโทรไปบอกลา แม้ชายคนรักจะยอมรับ แต่ก็ไม่เข้าใจ ทำไมคนที่มีความรู้สึกดีๆต่อกันต้องแยกจาก หากพรากเพราะหมดรักจะไม่สงสัย

แสดงว่าถึงเขาจะไม่มีเจ้าของ ทั้งสองคบหากันต่อไป หากเขาไม่มีศรัทธา ไม่หันมาศึกษาและปฏิบัติตามหลักธรรมในพระศาสนา ความไม่สมกันคงทำให้เป็นทุกข์ขึ้นได้ในวันข้างหน้า เพราะขณะเธอทนทุกข์ด้วยละอาย เขากลับไม่เข้าใจในจริยธรรม

สมชีวิธรรม 4 (หลักธรรมของคู่ชีวิต, ธรรมที่จะทำให้คู่สมรสมีชีวิตสมหรือสม่ำเสมอกลมกลืนกัน อยู่ครองกันยืดยาว)

1.สมสัทธา (มีศรัทธาสมกัน)

2.สมสีลา (มีศีลสมกัน)

3.สมจาคา (มีจาคะเสมอกัน)

4.สมปัญญา (มีปัญญาสมกัน)

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต): พจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับประมวลธรรม หน้า 142

จึงตั้งใจว่า หากมีโอกาสได้ฝึกกรรมฐานในเวลาต่อมา จะพิจารณาเรื่องต่างๆต่อไป จนกว่าจะเห็นแจ้ง จนดับทุกข์ได้ ..... ในที่สุด

สรุปว่าหลักการสำคัญของการดับทุกข์ คือการตัดวงจรให้ขาด วงจรนี้ตามปกติตัดได้ที่หัวเงื่อนหรือขั้วสองแห่ง ได้แก่ที่ขั้วใหญ่คืออวิชชา และที่ขั้วรองคือตัณหา แต่ไม่ว่าจะตัดที่ใด ก็ต้องให้ขาดถึงอวิชชาด้วย

การตัดวงจรจึงมีสองอย่างคือ ตัดโดยตรงที่อวิชชา และตัดโดยอ้อมที่ตัณหา เมื่อวงจรขาด กระบวนการสังสารวัฎฎ์สิ้นสุดลง ก็จะบรรลุภาวะแห่งความดับทุกข์ เป็นผู้มีชัยชนะต่อปัญหาชีวิต เป็นอยู่อย่างไร้โสกะ ปริเทวะ เป็นต้น

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต): พุทธธรรมฉบับปรับปรุงและขยายความ หน้า 229

..................................................................................................................

ขอบคุณน้องหญิงสำหรับเรื่องราวของเธอ ขอเธอเจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไป

รายการทายใจ :

ทายกันนิดได้ไหมคะ ว่าเหตุไร จึงตั้งชื่อเรื่องว่า หัวใจกล้วยไม้ ;)

และสำหรับขั้นตอนการวาดภาพดอกกล้วยไม้ แวะชมได้ใน http://gotoknow.org/blog/nadrda8 นะคะ