อดีต ปัจจุบัน อนาคต

 

  

ในการผจญภัยไปในโลกกว้าง มีหลายประเทศที่ประทับใจ หลายสถานที่ที่มีความหลัง เป็นที่ที่เราสามารถปล่อยใจให้ล่องลอยไปในอากาศ ในท้องฟ้าและไปยังจักรวาลที่กว้างใหญ่ จิตมนุษย์ช่างวิจิตรเหลือเกิน เช่นเดียวกับธรรมชาติที่ลึกล้ำ พิศวง น่ารักและบางครั้งก็น่าชิงชัง แต่ไม่ว่าจะอารมณ์ใด ก็หนีไม่พ้นธรรมชาติ นี้ ซึ่งมีทั้งในตัวเราและในจักรวาล ไม่ต่างกัน

ณ ที่นี้ ผมได้ปล่อยใจ ในยามเย็นที่โล่งสบาย เป็นไร่แห่งหนึ่งในเจนีวา ไม่ไกลจากบ้านพักในอดีต ในสวิส พื้นที่เกษตรหลายแห่ง คนทั่วไปสามารถผ่านไปมาได้ เป็นสิ่งที่แสดงถึงความมั่นใจในความปลอดภัยของสังคมของเขา บางครั้งผมและภรรยาจึงออกไปนั่งรถเล่นและแวะไร่ต่างๆ  ที่มีม้านั่งให้คนนั่งพักผ่อนด้วย เย็นนั้นจึงเป็นเย็นที่สงบเงียบด้วยผู้คน เรานั่งพักผ่อนด้วยความสุขใจ ศรีภรรยาเป็นผู้ถ่ายภาพนี้ ท้องฟ้านั้นสลัวใกล้ตะวันตกดินแล้ว แต่ภาพนี้แต่งเติมให้เป็นฟ้ามืดและใส่คำกลอนลงไป

กลอนนี้ ผมแต่งเอาไว้นานแล้ว แต่ก็เป็นช่วงที่อยู่ที่เจนีวา เป็นชีวิตที่จดจำเอาไว้ไม่รู้ลืม

สงัดเงียบ เรียบสงบ ยามพลบค่ำ

ใจดื่มด่ำ กล้ำเสียงเพลง บรรเลงหวิว

เย็นชุ่มฉ่ำ  นำปลอดโปร่ง โล่งเบาปลิว

ระลอกริ้ว ระเริงลม ระคนจินต์

 

อยู่ท่ามกลาง หว่างแมกไม้ ในพฤกษา

อยู่ท่ามกลาง สายธารา ชลาสินธุ์

อยู่ท่ามกลาง สัตว์สังคม อุดมจินต์

สุดถวิล สิ้นอารมณ์ อุดมการณ์

 

อยากหมดเหตุ เวทนา พาเศร้าจิต

ไม่อยากคิด ติดสมบัติ พัดสถาน

อยากเลิกเป็น เลิกได้ เกียรติการ

อยากเลิกมี สันดาน ปุถุชน

 

หากต้องอยู่ สู้ต่อไป ให้หนักแน่น

ค้นหาแก่น แลหาแกน ไม่สับสน

อยู่เพื่อใจ ให้ดีได้ ไม่หลงกล

อยู่เพื่อตน และเพื่อธรรม นำชีวี

 

เลือกอยู่ถ้ำ ผ่องอำไพ ใจสงบ

ด้วยไม่ชอบ อยู่ท่ามกลาง เขาใส่สี

ในสังคม ใส่หน้ากาก อยากแย่งดี

อวดโลภมี ตีกันไว้ ไม่ให้ใคร

 

คงสักวัน จะทำใจ ให้กระจ่าง

จะสร้างทาง สู่นิพพาน เป็นนิสัย

แม้จะต้อง เดินอีกนาน ไม่ท้อใจ

ขอบวชใจ ไม่อาทร ก่อนเวลา

.........................................

 

คติวันนี้

อะไรที่ผ่านมาแล้ว ก็ให้เป็นเพียงข้อมูลในอดีตที่จบไปแล้ว ถ้าจะคิด ก็ให้ติดในแง่ข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์กับเราในการเดินไปข้างหน้าในปัจจุบัน