เสวนาธรรมนำสุข เรื่อง ผีฟ้า ผีแถน

ผีแถน คือพ่อเกิด แม่เกิดของเรา

 

ผีฟ้า ผีแถน

 

ผีฟ้า หรือ ผีแถน นั้นชาวอีสานมีความเชื่อว่าเป็นเทวดามากกว่าเป็นผี ผีฟ้าจึงเป็นผีที่อยู่ระดับสูงกว่าผีชนิดอื่น ๆ ส่วนแถนนั้นมีความเชื่อว่าเป็นคำเรียกรวมถึงเทวดา และแถนที่ใหญ่ที่สุดคือ "แถนหลวง" ซึ่งเชื่อว่าเป็นพระอินทร์

ผีฟ้าหรือผีแถนนั้นแต่ละพื้นที่มีการเรียกที่แตกต่างกันไป และมีความเชื่อว่า "ผีฟ้า" นั้นสามารถที่จะดับยุคเข็ญหรือทำลายล้างอุปสรรคทั้งปวงได้ และสามารถที่จะช่วยเหลือมนุษย์ที่เดือดร้อนได้


การที่มนุษย์เกิดการเจ็บป่วยนั้นเนื่องจากไปละเมิดต่อผี การละเมิดต่อบรรพบุรุษ การรักษาต้องมีการเชิญผีฟ้ามาสิงสถิตอยู่ในร่างของคนทรงเรียกว่า "ผีฟ้า นางเทียน"
ในการลำผีฟ้าของชาวอีสานนั้นมีองค์ประกอบทั้งหมด 4 ส่วนคือ
หมอลำผีฟ้า หมอแคน ผู้ป่วย และเครื่องคาย
 หมอลำผีฟ้า จะเป็นผู้หญิงที่มีอายุหรือบางท้องถิ่นจะเป็นผู้หญิงสาว โดยเฉพาะที่จังหวัดเลยและจะต้องสืบเชื้อสายมาจากกลุ่มหมอลำผีเท่านั้น แต่ที่จริงผีฟ้าสามารถสิงได้ ทั้งหญิง ชายและเด็ก โดยไม่จำกัดอายุ  
ความเชื่อของชาวอีสานเชื่อว่าผีฟ้าสามารถที่จะกำหนดการเกิดการตายของมนุษย์ ได้ การที่มนุษย์ตายไปขวัญจะออกจากร่างเพื่อไปพบบรรพชน แต่ขวัญจะไม่แตกดับเหมือนร่าง เป็นเพียงการจากไปของร่างแต่วิญญาณยังคงอยู่กับผู้มีชีวิต  
 สาเหตุที่มีการฟ้อนรำกันนั้นก็เพื่อเป็นการทำให้คนไข้มีพลังจิตในการต่อสู้ กับการเจ็บป่วย มีอารมณ์ผ่อนคลาย ความตึงเครียด จิตใจปลอดโปร่งไร้วิตกกังวล และสร้างจิตสำนึกด้านความกตัญญู เป็นคตินิยมของวัฒนธรรมไทย ซึ่งได้สืบทอดต่อกันมาจนกลายเป็นประเพณี จะเห็นว่าผีฟ้านั้นเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมนุษย์ โดยมีคติเตือนใจว่า "คนไม่เห็น ผีเห็น"  
 สำหรับทุกวันนี้การลำผีฟ้าดูจะเสื่อมคลายลงไป เพราะความเจริญทางด้านการแพทย์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่สำหรับชาวอีสานบางกลุ่มการกระทำพิธีกรรมเกี่ยวกับผีฟ้า ไม่ใช่เป็นสิ่งงมงายเหลวไหลหรือไร้สาระสิ้นเชิงเสียทีเดียว.  


ทางเหนือ ก็มีเหมือนกัน

" แถน" เป็นคำที่ใช้เรียกพ่อเกิดแม่เกิดของมนุษย์ ชาวเหนือเชื่อกันว่า     คนที่จะเกิดเป็นมนุษย์ได้ก็เพราะมีผู้กำหนดหรือส่งให้มา เกิด ผู้ที่ส่งให้มาเกิดนี้เรียกว่าปู่แถนย่าแถน อาศัยอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า มีอำนาจดลบันดาลให้มนุษย์อยู่ดีมีสุขหรือมีอันเป็นไปต่าง ๆ นานาโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวัยเด็ก เมื่อได้รับเคราะห์ร้ายเจ็บป่วยจะทำพิธีส่งแถน เพื่อนำเครื่องเซ่นไปสังเวยหรือเป็นการบอกกล่าว ขออภัยปู่แถนย่าแถน แต่ถ้าหากปู่แถนย่าแถนไม่ให้อภัยก็จะเอาตัวกลับคืนไป ผู้ที่เคราะห์ร้ายหรือเจ็บป่วยนั้นอาจถึงตายได้

 ความสำคัญ  

การส่งแถนนับเป็นความเชื่อทางพิธีกรรมที่สามารถช่วยให้เด็ก ๆ หายจากอาการไม่สบาย ป่วยไข้บ่อยๆ ได้อย่างหนึ่งหลังจากการรักษาทางแพทย์แผนปัจจุบันแล้วไม่หาย ส่วนผู้ใหญ่อาจมีการส่งแถนบ้างเพื่อให้เกิดความสบายใจขึ้น
ปัจจุบันชาวเหนือจำนวนมากยังมีความเชื่อเรื่องในการส่งแถนกันอยู่ แต่อาจารย์ที่เป็นผู้ประกอบพิธีกรรมหายากขึ้น เพราะต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับคาถาอาคมและเข้าใจในการเตรียมสิ่ง ของตามพิธีจึงจะกระทำได้

 พิธีกรรม  

          จะมีอาจารย์วัดหรือผู้ที่เคยบวชเรียนมาก่อน (เรียกว่า หนาน) ซึ่งมีคาถาอาคมเป็นผู้ประกอบพิธีให้สิ่งของที่จัดเตรียมมี หมากพลู (ม้วนใบพลูมัดติดกับหมากเป็นคำ) บุหรี่ เมี่ยง ขนม ข้าวต้มมัด แกงส้ม แกงหวาน ข้าวตอก ดอกไม้ ช่อกระดาษ ตุง เทียน หุ่นคนปั้น (ใช้แทนตัวผู้เจ็บป่วย) และเสื้อผ้านุ่ง ตัดด้วยเศษผ้าตัวเล็ก ๆ (แทนเสื้อผ้าของผู้ป่วย) สิ่งของทั้งหมดนี้นำมาจัดเรียงใส่สะตวง (ใช้กาบกล้วยมาหักทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีที่วางสิ่งของทั้งหลายเหล่านี้) 
            ในขณะทำพิธีผู้เจ็บป่วยจะต้องมานั่งไหว้ อาจารย์วัดก็จะท่องคำคาถาต่าง ๆ           ไปเรื่อย ๆ เมื่อเสร็จพิธีอาจารย์วัดก็จะนำสะตวงไปแขวนไว้นอกบ้านหรือทางสามแพร่ง
รายละเอียดต้องถามพ่ออาจารย์ ผศ.ดร.วิโรจน์  อินทนนท์  คณะมนุษย์ฯ มช.
น่าจะได้รับคำอธิบายเนื่องจากมีความชำนาญเป็นพิเศษในเรื่องพิธีกรรม พิธีการ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธ.ไชยวงค์



ความเห็น (1)

อำนวย .P
IP: xxx.24.195.28
เขียนเมื่อ 

ที่บ้านผมก็นับถือ ท่าตูมสุรินทร์ นับถือผีฟ้าแต่พวกเราเรียกว่าแถน จะมีการจัดงานตอนรับแถนหรือผีฟ้ากับคนที่หายจากการป่วยโดยเชื่อว่าหายจากผีฟ้าช่วย แล้วจะต้องเข้าเป็นพวกผีฟ้าหรือแถน ตามประเพณ มีการเชิญผีตัวแม่มาทำพิธี เหมือนกับพิธีไหว้ครูฯ มีการฆ่าหมูเลี้ยงแขกจัดซุมการแสดง มีเข้าทรง กินดืม ฟ้อนรำกัน อย่างสนุกส

ขอบคุณครับที่ให้ความรู้ เพิ่มเติม