เด็กๆที่กำลังเรียนอยู่มีเรื่องที่ต้องจำมากมายบางเรื่องก็จำเป็นบางเรื่องก็ไม่จำเป็นแต่ครูให้จำก็เลยต้องจำผมขอยกตัวอย่าง เช่น ท่องสูตรคูณถามว่าจำเป็นหรือไม่ตอบว่าจำเป็นแต่ ครูไทยให้ท่องแม่ 1-แม่12ทุกแม่ท่อง2คูณ1เป็น2จนถึง2คูณ12เป็น24ทุกแม่ เด็กจำหัวโตแต่ไปดูประเทศอื่นเขาท่องสูตรคูณแต่เขาท่องเพียง แม่ 2-แม่9แล้วแต่ละแม่จะเริ่มที่แม่ตัวเองถึง9เท่านั้นเช่น แม่8 ก็จะเริ่มที่ 8คูณ8ถึง9คูณ9 แม่เก้ามีเพียง 9คูณ9 จบแล้วเพราะที่ต่ำกว่าแม่ตัวเอง จะรวมอยู่ในแม่อื่นแล้วเป็นต้น จะทำให้เราใช้สมองส่วนความจำน้อยกว่ากัน จำง่าย  แต่ได้ผลเท่ากัน เราจึงต้องเลือกที่จะจำว่าอะไรจำได้นาน อะไรจำไว้สั้น แล้วเทคนิคการจดจำทำอย่างไร เขาแนะนำไว้อย่างนี้ครับ

  • คนเราจำรูปภาพได้ง่ายกว่าจำตัวอักษร เช่น เราจำตัวอักษรที่เขียนว่าวงกลม ประกอบด้วยจุดศูนย์กลาง แล้วเส้นจากจุดศูนย์กลางถึงเส้นรอบวงเรียกว่ารัศมี อะไรทำนองนี้ เมื่อเทียบกับดูรูปวงกลมที่แสดงเส้นรัศมีแล้วชี้ว่านี้คือรัศมีนี้คือจุดศูนย์กลาง ภาพนั้นก็จะถูกบันทึกทั้งภาพและจะจำได้ง่ายและนานกว่า สูตรต่างๆก็เช่นกันแทนที่จะจำสูตรแบบจำอักษรให้เขียนสูตรตัวโตๆบนกระดาษใส่สีเน้นให้ชัดเจนแล้วจำเป็นภาพเหมือนเราถ่ายรูปลงในสมองครับ
  • คนเราจะจำทุกอย่างในระบบการจำระยะสั้นก่อน แล้วจะคอยตรวจสอบว่าสิ่งนั้นถูกเรียกใช้บ่อยหรือไม่และเมื่อเรียกใช้ได้นำมาประมวลผลให้เกิดรูปภาพใหม่ที่มีความเชื่อมโยงกับเรื่องเดิมหรือไม่ ถ้าเกิดบ่อยๆ ภาพนั้นๆจะค่อยๆถ่ายโอนไปเก็บไว้ในความจำระยะยาว ยกเว้นกรณีพิเศษในขั้นตอนการบันทึกครั้งแรกเกิดความประทับใจหรือสะเทือนใจสิ้งนั้นก็จะเก็บใว้ในระบบการจำระยะยาวได้เลย ถ้าต้องการจำสูตรสักสูตรให้จำเป็นภาพ เรียกภาพนั้นมาดูบ่อยๆ แล้วลองเอาสูตรนั้นมาแก้ปัญหาต่างดู ทำบ่อยๆรับรอง 10 ปีก็ไม่ลืมครับ

จงเลือกว่าอะไรควรจำอะไรไม่ควรจำถ้ารู้ก็เก็บมันตามที่เราต้องการ ลองดูนะครับ....