ควายน้ำ..ควายทะเล..

ครูฑูรย์
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ควายที่เลี้ยงกันในทุ่งพรุทะเลน้อยเป็นชนิดควายปลัก เลี้ยงสืบทอดติดต่อกันมา 3-4 ชั่วอายุคน เป็นเวลานานร่วม 100 กว่าปี วิถีการเลี้ยงนิยมเลี้ยงเป็นฝูงปล่อยทุ่งและมีคอกสำหรับให้ควายพักผ่อนหลังจากกลับจากกินหญ้า

ควายทุ่งบ้านขาว..ระโนด..ควายในป่าพรุ..พนางตุง และทะเลน้อย      

 

         ครูไพฑูรย์ ศิริรักษ์  วิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ

   

     ควาบในป่าพรุแถบรอบลุ่มทะเลสาบสงขลาประกอบด้วยตำบลพนางตุง ตำบลทะเลน้อย จ.พัทลุง และต.บ้านขาว อ.ระโนด สงขลา ประมาณ ๑๐๐ คอก เกือบ ๕,๐๐๐ ตัว เป็นควายเลี้ยงปล่อยแบบเช้าไป-เย็นกลับ อาศัย และหากิน อยู่ในป่าพรุ และในทะเลสาบสงขลาตอนบน ทำให้ผู้คนเข้าใจว่าควายแถบนี้เป็น "ควายน้ำ" และเรียกว่า "ควายทะเล" เป็นการเข้าใจผิดในเรื่องสายพันธุ์ควายอย่างแรง..

     ควาย เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีความใกล้ชิดกับงานเกษตรกรรมของคนไทยและประเทศในแถบเอเชียมากที่สุด ชาวนาในอดีตนิยมเลี้ยงควายไว้ใช้แรงงานเช่น ใช้ไถนา เวียนนา นวดข้าว และกิจกรรมการเกษตรอื่นๆ บางท้องถิ่นในประเทศไทยใช้ควายในกิจกรรมสันทนาการเช่น ที่ชลบุรีมีประเพณีการแข่งควาย ที่อำเภอเกาะสมุยจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีกีฬาชนควาย และในหลายท้องถิ่นนิยมใช้เนื้อควายเป็นอาหาร จึงนับได้ว่าคนไทยรู้จักใช้ประโยชน์จากควายได้หลายประการ ปัจจุบันมีการใช้แรงงานจากควายน้อยลงเพราะนิยมใช้เครื่องจักรหรือรถไถนาแทน บทบาทของควายจึงเหลือเพียงการเสริมรายได้ในครัวเรือนจากการขายเพื่อใช้เนื้อเป็นอาหารเท่านั้น              

 ลักษณะทั่วไปควายจัดได้ว่าเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ ปลายเท้ามีกีบ ตัวโตใกล้เคียงกับวัว โตเต็มวัยเมื่ออายุระหว่าง ๕–๘ ปี เป็นช่วงอายุที่เหมาะสำหรับการใช้งาน น้ำหนักตัวผู้ที่โตเต็มวัยโดยเฉลี่ยประมาณ ๕๒๐-๕๖๐ กิโลกรัม ตัวเมียเฉลี่ยประมาณ ๓๖๐-๔๔๐ กิโลกรัม โดยทั่วไปควายอายุเท่ากัน ตัวผู้จะใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย มีผิวสีเทาถึงดำ บางตัวมีสีชมพูเรียกว่า ควายเผือก มีเขาเป็นลักษณะเด่นเฉพาะตัว ปลายเขาโค้งเป็นวงคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ควายแต่ละตัวจะใช้งานได้จนอายุย่างเข้า ๒๐ ปี อายุของควายโดยทั่วไปเฉลี่ยประมาณ ๒๕ ปี

 

ลักษณะพ่อพันธุ์ควายที่สมบูรณ์แข็งแรง ทั้งควายเผือก และควายดำที่คัดเลือกไว้เป็นพ่อพันธุ์....

 ชนิดของควาย ควายที่พบในโลกนี้แบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่คือควายป่าและควายบ้าน ควายบ้านแบ่งได้เป็น ๒ ชนิด คือ ควายปลัก(swamp bufffalo)และควายน้ำหรือควายแม่น้ำ (river buffalo)ทั้งควายปลักและควายน้ำจัดเป็นสปีชี(species)เดียวกันมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bubalus bubalis แต่ก็มีความแตกต่างกันทางสรีระ รูปร่างอย่างเห็นได้ชัดเจน การศึกษาทางด้านชีวโมเลกุล นักวิทยาศาสตร์พบว่า ควายปลักมีจำนวนโครโมโซม ๒๔ คู่ ส่วนควายน้ำมีจำนวนโครโมโซม ๒๕ คู่ แต่ควายทั้งสองชนิดนี้สามารถผสมพันธุ์กันได้

ควายปลัก เป็นควายที่นิยมเลี้ยงกันในประเทศแถบเอเชีย เช่น ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม พม่า และลาว เลี้ยงไว้เพื่อใช้แรงงานในไร่นาเป็นหลัก และเมื่อควายมีอายุมากขึ้นก็จะส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์เพื่อใช้เนื้อเป็นอาหาร เป็นรายได้อีกทางหนึ่งของเกษตรกร

 

ควายไทยเป็น "ควายปลัก" ไม่ใช่ควายน้ำ หรือ ควายทะเล อย่าเข้าใจผิด

   ควายปลักมีนิสัยชอบนอนแช่ปลัก มีรูปร่างล่ำสัน ผิวหนังมีสีเทาเข้มเกือบดำ อาจมีสีขาวเผือก มีขนบางขึ้นตามตัว ลำตัวหนาลึก ท้องใหญ่ หัวยาวแคบ เขามีลักษณะแบนโค้งไปข้างหลัง หน้าสั้น หน้าผากแบนราบ ตานูนเด่นชัด ช่วงระหว่างรูจมูกทั้งสองข้างกว้าง คอยาวและบริเวณใต้คอจะมีขนขาวเป็นรูปตัววี (chevlon) หัวไหล่ และอกนูนเห็นชัด

ควายแม่น้ำ พบมากในประเทศอินเดีย ปากีสถาน อียิปต์ ประเทศในยุโรปตอนใต้ และยุโรปตะวันออก เป็นควายที่ให้นมมาก ตัวเมียมีเต้านมขนาดใหญ่ให้น้ำนมมากประมาณวันละ ๕ ลิตร นิยมเลี้ยงไว้เพื่อรีดนม ไม่ชอบลงแช่โคลนแต่จะชอบน้ำที่สะอาด มีหลายสายพันธุ์ เช่น พันธุ์มูร่าห์ นิลิ เม-ซานี ราวี เซอติ และเมดิเตอเรเนียน เป็นต้น

 ควายในทุ่งพรุทะเลน้อย  ควายที่เลี้ยงกันในทุ่งพรุทะเลน้อยเป็นชนิดควายปลัก เลี้ยงสืบทอดติดต่อกันมา ๓-๔ ชั่วอายุคน เป็นเวลานานร่วม ๑๐๐ กว่าปี วิถีการเลี้ยงนิยมเลี้ยงเป็นฝูงปล่อยทุ่งและมีคอกสำหรับให้ควายพักผ่อนหลังจากกลับจากกินหญ้าโดยเฉพาะยามค่ำคืน ควายฝูงหนึ่ง ๆจะมีควายที่ทำหน้าที่คุมฝูง ๑ ตัว เจ้าของควายจะเปิดคอกปล่อยควายออกกินหญ้าเวลาเช้าประมาณ ๙.๐๐ น. ควายจะกลับเข้าคอกเองในตอนเย็นเวลาประมาณ ๑๕.๐๐-๑๖.๐๐น. เป็นเช่นนี้ทุกวัน  คอกควายจะถูกสร้างขึ้นกลางทุ่งด้วยการขุดดินถมที่ให้สูงขึ้นในหน้าแล้งก่อนฤดูน้ำหลากเพื่อให้ควายสามารถนอนพักได้และหากเป็นปีที่น้ำท่วมหนัก ระดับน้ำสูงมาก  ควายออกหากินกลางทุ่งไม่ได้ เจ้าของควายก็จะไปหาหญ้ามาให้ควายกินในคอก ควายจะกินหญ้าแทบทุกชนิดที่อยู่ในทุ่งหญ้าและป่าพรุเช่นหญ้าข้าวผี หญ้าครุน หญ้าปล้อง จูดหนูเป็นต้น ในบางปีที่น้ำท่วมหนัก ระดับน้ำในทุ่งหญ้าท่วมสูงมากจนหญ้าจมมิดอยู่ใต้น้ำแต่ควายก็สามารถดำน้ำลงกินหญ้าที่จมอยู่ใต้น้ำได้

 

ควายแถบทะเลน้อยในหน้าฝนน้ำท่วมป่าพรุทำให้ควายต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในการหากิน ควายต้งมุดหัวดำน้ำลงกินหญ้าในน้ำลึก ในฤดูกาลที่น้ำท่วมหนัก....

 ปัจจุบันเจ้าของควาย เลี้ยงควายเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว เป็นอาชีพเสริมอีกทางหนึ่ง บางรายเลี้ยงควายหลายตัว สามารถขายควายส่งลูกให้เรียนหนังสือจนสำเร็จระดับปริญญาได้ ในการผสมพันธุ์ เจ้าของควายจะปล่อยให้ควายผสมพันธุ์กันเองตามธรรมชาติ โดยอาจผสมในฝูงเดียวกันหรือต่างฝูงกันก็ได้  การผสมเทียมมีทำกันบ้างแต่น้อยมาก แม่ควาย ๑ ตัวตลอดอายุ จะให้ลูกประมาณ ๑๕ ตัว แม่ควายจะตั้งท้องประมาณ ๑๐ เดือน ควายอายุมากจะตั้งท้องและให้ลูกห่างขึ้น ในการคัดเลือกพันธุ์เพื่อเลี้ยง

 

     ควายที่นี่มีวิถีอยู่กับน้ำ อยู่กับทะเล เวลาขนย้ายควาย หรือจับขาย ต้องใช้ความชำนาญในการจับมัดขึ้นเรือ...         

ชาวบ้านที่เลี้ยงควายจะมีภูมิรู้ในการคัดเลือกพันธุ์โดยใช้ควายที่มี “ลักษณะดี” ไว้ทำพันธุ์ เช่นควายตัวที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว นิสัยดีไม่ดื้อ หน้าอกใหญ่ เขากว้าง หน้าผากโหนก สะโพกหนา เล็บคว่ำ หนาและกว้าง หางยาว ขนที่ปลายหางมีลักษณะเป็นพวงสวย

 ตลาดควายและการจำหน่าย  ควายที่เจ้าของนิยมขายได้แก่ควายตัวผู้ ในฝูงหนึ่ง ๆเจ้าของจะขายควายตัวผู้เหลือไว้เพียงตัวเดียวสำหรับไว้คุมฝูงและผสมพันธุ์  ขายควายตัวเมียที่รูปร่างไม่ดี ขายควายแก่ที่ปลดระวาง ควายเหล่านี้ขายเพื่อใช้เนื้อเป็นอาหารเลี้ยงแขกในงานศพบ้าง  ขายเพื่อชำแหละเนื้อขึ้นเขียงโดยอาจปนกับเนื้อวัวบ้าง ตลาดซื้อขายควายส่วนใหญ่จะเป็น ๓จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่หลังจากมีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นในภาคใต้ปี ๒๕๔๗ ตลาดควายได้ย้ายไปแถบจังหวัดฝั่งทะเลอันดามันได้แก่จังหวัดพังงาและภูเก็ต

  

        ควายจากทุ่งป่าพรุถูกจับบรรทุกเรือขึ้นบกเพื่อนำไปขายในต่างถิ่น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนำไปชำแหละเอาเนื้อควาย ผสมกับเนื้อวัวขายเพื่อเอากำไร โดยจะซื้อควายอายุ ๔- ๕ ปี ที่ชาวบ้านเรียกว่า ขนาด "เขาแค่หู" ..และตลาด แถบ จังหวัดระนอง.เพื่อส่งเข้าโรงานทำลูกชิ้นในตลาดภาคกลาง..(ข้อมูลอันนี้..ยังเป็นความลับทางธุรกิจอยู่)

 ผู้ซื้อจะมาซื้อถึงทุ่งที่เลี้ยง ราคาการซื้อขายควายจะถูกกว่าวัว ขายตามขนาดและประเมินจากน้ำหนักตัว ควายน้ำหนักตัวประมาณ ๓๐๐ กิโลกรัมขายในราคาตัวละประมาณ ๑๒,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ บาท ควายที่อายุ ๒-๓ ปีจะผลัดฟัน ควายรุ่นนี้เป็นที่นิยมของชาวไทยมุสลิมจะซื้อขายกันในราคาที่แพง

 

    หน้าฝนน้ำท่วมทุ่ง หญ้าจมน้ำทำให้มีปัญหาเรื่องอาหารควายต้องอาศัยฟางแห้งในการประทังชีพ ส่วนลูกควายตัวน้อยอายุ ๑ วันไม่สามารถตามแม่ไปกับฝูงได้เจ้าของต้องจับผูกเชือกล่ามเอาไว้รอแม่กลับมาตอนเย็น ปีนี้(๒๕๕๓)ลูกควายเกิดมากยามน้ำท่วมขังทำให้มีปัญหาลูกควายตายจำนวนมากกว่า ๑๐ ตัว

 ปัญหาการเลี้ยงควายที่ทุ่งพรุทะเลน้อย 

จากการเสวนาปัญหาการเลี้ยงควายของกลุ่มผู้เลี้ยงควายทะเลน้อยและบ้านขาวซึ่งใช้ทุ่งพรุเดียวกันคือทุ่งพรุทะเลน้อย พบว่าปัญหาการเลี้ยงควายของกลุ่มมีหลายด้าน ดังนี้

๑. กฎหมายเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ไม่เอื้อต่อกิจกรรมต่าง ๆในการเลี้ยงควาย

๒. หญ้าอาหารควาย  ลดน้อยลงเนื่องจากเกิดการระบาดของหอยเชอร์รี่

๓. โรงเรือนควาย สร้างเพิ่มไม่ได้เนื่องจากขัดกับกฎหมายเขตห้ามล่าสัตว์ป่า

๔. ควายถูกรถชนบนถนนที่ตัดผ่านทุ่งพรุ เหตุเพราะบางช่วงของถนนในเขตทุ่งพรุไม่มีตาข่ายกั้นถนน

๕. วิถีการเลี้ยงควายกำลังสูญหาย เพราะการเลี้ยงควายไม่อยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่

๖. สถานที่เลี้ยงหรือทุ่งหญ้าเหลือน้อยลง เนื่องจากพื้นที่พรุถูกบุกรุกเพื่อการเกษตรเช่นปลูกปาล์ม

๗. สารเคมีปนเปื้อนในแหล่งน้ำ โดยเฉพาะยากำจัดศัตรูพืช เป็นเหตุให้หญ้าถูกปนเปื้อนด้วยสารพิษไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพควาย

๘. โรคของควาย ได้แก่โรคท้องร่วง โรคตา โรคเท้าเปื่อย  แผลเปื่อย เป็นต้น

๙. การผสมพันธุ์ ส่วนใหญ่จะปล่อยให้ผสมกันเองตามธรรมชาติในฝูงทำให้เกิดสภาพเลือดชิด

๑๐. การตลาดหรือศูนย์จำหน่าย ยังขาดตลาดที่เป็นศูนย์จำหน่ายที่ชัดเจน

 ๑๑. การปลูกปาล์มในที่สาธารณะของนายทุนเป็นการแย่งพื้นที่ และทำลายแหล่งอาหารควาย

 

     การใช้แรงงานควายไถนา และลากหนวน ในแถบรอบลุ่มทะเลสาบสงขลาเลิกใช้ไปนานแล้ววิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน กับชาวควายในชุมชนแถบนี้กำลังฟื้นฟูเพื่อรักษาวิถีวัฒนธรรมและเพื่อสงเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม...

บทบาทสำคัญของควายทะเลน้อย

   ในอดีตชาวบ้านเลี้ยงควายไว้ใช้งานด้านเกษตร เช่น ไถนา เวียนนา นวดข้าว ลากหนวน รีดนม ชำแหละเนื้อขาย ปัจจุบันบทบาทดังกล่าวลดน้อยลงคงเหลือไว้แต่เลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพเสริมรายได้ในครัวเรือนซึ่งเป็นรายได้ที่ดีทางหนึ่ง และอีกบทบาทหนึ่งซึ่งเป็นบทบาทที่สำคัญยิ่งที่เสริมเข้ามาคือบทบาทต่อการท่องเที่ยว ควายทะเลน้อยจำนวนมากที่หากินอยู่กลางทุ่งหญ้าและป่าพรุทะเลน้อยเป็นเสมือนสัตว์ป่าที่อยู่ตามธรรมชาติ ช่วยเพิ่มทัศนียภาพที่สวยงามให้แก่ธรรมชาติ เป็นที่น่าสนใจแก่นักท่องเที่ยว เป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวทะเลน้อยมากขึ้น

 

     การแหมลฺะ(ชำแหละ)ควายไม่ค่อยจะพบเห็นบ่อยนักในแถบถิ่นนี้เนื่องจากไม่นิยมกินเนื้อควาย เพียงแค่เลี้ยงเพื่อส่งตลาดต่างจังหวัด ยกเว้นงานศพของคนเฒ่าคนแก่ที่มีอายุเกินกว่า ๑๐๐ ปีที่ลูกหลานนิยม..ภาพนี้(๒๕๕๔)เป็นการแหมะควายเอาเนื้อไปแกงในงานศพให้กับชาวจังหวัดตรังที่มาหาเนื้อควาย..แสดงว่าเมืองตรังยังนิยมกินเนื้อควาย

   คำคนใต้ "ราล่าเหมือนไส้ควาย" เป็นการเปรียบเปรยคนที่มีพฤติกรรม ช้า แช พะรุงพะรัง ในการทำงาน หรือทำอะไรๆ...ว่า ราล่าเหมือนไส้ควาย ที่มีขนาดใหญ่และยาวและรุงรังกว่าไส้วัว ..สัตว์ประเภทเดียวกัน

   

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิถี...แบบบ้านบ้าน



ความเห็น (8)

สวัสดีครับครู

สุดยอดครับ ภาพแบบนี้หายากเต็มที ไม่ค่อยเห็นคน แหมละควายกันนานแล้ว

ขอบคุณมากๆที่นำมาให้ได้อ้างอิง เห็นภาพ

ที่พังงาบ้านผม ในอดีตปีละครั้งที่เขา แหมละควายในวันสำคัญทางศาสนานั้นคือ การทำกุรบันควาย แต่ผมไม่ได้กลับบ้านในงานวันสำคัญนี้มาหลายปีแล้ว

วันก่อนเห็นเขาทำเคย เลยเอากุ้งทำเคยมาฝาก

ภาพท้ายๆ น่าหวาดเสียวจังครับ


เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ ครูฑูรย์

ครูนกเพิ่งเคยได้ยินคำว่า ราล่าเหมือนไส้ควาย....เห็นไส้ควายแล้วก็คิดว่า. จะพยายามไม่ราล่าดีกว่า

ภาพหยำเคย ปั้นเคย น่าหวาดเสียวกว่า

เขียนเมื่อ 

    เรือ่งของควายพอได้เรียนรู้จากชาว "ควาย" แล้วได้รู้ว่า

  • ควายฉลาด เลี้ยงง่าย เชื่อง
  • ควายซื่อสัตย์ จำเจ้าของ ไม่ทำร้าย
  • ควายอดทน ทำงานแบบไม่บ่น ไม่ดื้อ

       ดีกว่าคนอีกหลายๆคนที่ทั้งดื้อ ทั้งดึงดัน ไม่ขยัน รู้มาก เถียงไม่ตกฟาก เผลอไม่ได้ทั้งฉ้อ ทั้งโกง ทั้งลัก คบยากกว่าควาย

วีระ
IP: xxx.77.138.179
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครูมากที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเรื่องของควายที่ทะเลน้อยเพราะว่ามีคนในท้องถิ่นที่ไม่เคยเลี้งควายที่ทะเลน้อยแต่ไปให้ข้อมูลที่ผิดเพื่อสร้างกระแสให้กับตัวแต่วันนี้ครูได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแม้จะไม่ 100 %ทีเดียวก้อถือว่าเชื่อถือได้เพราะว่าผมคือคนๆหนึ่งที่ได้เรียนหนังสือเพราะพ่อของผมคืออดีตคนที่มีควายมากที่สุดในทะเลน้อย

เอ้
IP: xxx.114.102.22
เขียนเมื่อ 

ได้เข้าใจนิสัยควาย และหน้าที่การทำงานหนักที่ต้องรับใช้คนเพื่อแลกกับการกินหญ้าและเพิงพักกันแดดฝน แล้วรู้สึกเศร้าใจที่ควายบางตัวต้องทำงานหนักทั้งชีวิตแล้วยังถูก'เจ้าของ' ส่งไปโรงฆ่าเพื่อขายเนื้ออีกในบั้นปลาย อย่างน้อยถ้าเค้าเคยทำงานให้กันมายาวนานแล้ว ก็อยากให้เค้าได้ชราตายไปเองตามธรรมชาติมากกว่านะคะ สงสารจิตใจเค้าอ่ะ