เจ้าแม่อยู่หัว
ที่วัดท่าคุระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ทุกๆปีในวันพุธแรกข้างแรมของเดือน ๖ จะมีงานโนราโรงครูชาวบ้านอีกรูปแบบหนึ่ง ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการทำพิธีไม่แพง และไม่ต้องเตรียมงานเองให้วุ่นวาย ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้หมด ผู้เข้าร่วมพิธีเพียงแค่เสียเงินซื้อตั๋วในราคา ๒๐ บาทเท่านั้น (การรับโนรารำโรงครูปัจจุบัน ค่าแสดงคณะละ๑๐,๐๐๐ – ๓๐,๐๐๐ บาท) พิธีกรรมโนราโรงครูที่นี่ผูกพันกับชุดตำนานที่มีเจ้าแม่อยู่หัวเป็นนางเอก
"เจ้าแม่อยู่หัว" เป็นพระพุทธรูปทองคำปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง ๒ เซนติเมตร สูงประมาณ ๒.๕ เซนติเมตร ชาวบ้านท่าคุระ และตำบลใกล้เคียงเชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และเคารพเจ้าแม่อยู่หัวเช่นเดียวกับครูหมอโนรา ดังนั้นจึงต้องจัดโนราโรงครูมารำถวายทุกวันพุธแรกของข้างแรมเดือน ๖ ของทุกปี (ถ้าวันตรงกับวันพระ ให้เลื่อนเป็นพุธถัดไป) เรียกว่า "งานตายายย่าน" มีระยะเวลาสองวัน คือ เริ่มบ่ายวันพุธถึงบ่ายวันพฤหัสบดี โดยทางวัดรับหน้าที่เตรียมงานจุดมุ่งหมายของการรำโนราโรงครูของชาวบ้านท่าคุระ เพื่อรำถวายเจ้าแม่อยู่หัว และทำพิธีแก้บนให้แก่ชาวบ้าน หากใครบนด้วยการบวช ผู้บวชจะต้องแจ้งความประสงค์ต่อคณะกรรมการวัดซึ่งได้จัดไว้เป็นแผนกๆและทำพิธีบวชในวันอังคารหรือเช้าวันพุธ ส่วนจะบวชกี่วันขึ้นอยู่กับเวลา และความต้องการของผู้บวช หากบนด้วยโนราโรงครูก็จะต้องรอแก้บนในวันพฤหัสบดี
ตามตำนานเล่าว่า นางนวลทองสำลี เป็นธิดาของ พระยาสายฟ้าฟาด และ พระนางศรีมาลา วันหนึ่งหลังจากนางนวลทองสำลีตื่นจากบรรทม และไปยืนระลึกถึงในสุบินนิมิต(ฝัน)ที่ได้มีมาตอนกลางคืน พระนางก็สามารถจำได้จนหมดสิ้นทรงเล่าความฝันนั้นให้พวกสนมฟังว่า มีเทพธิดามาร่ายรำให้ดูการร่ายรำนั้นรำทั้งหมด ๑๒ ท่า (ต่อมาการจ่ายค่ายกครู ๑๒ บาท ตามจำนวนครู คือ ครูหมอโนราที่ลูกหลานเชิญมาร่วมพิธีมักมี ๑๒ องค์ ได้แก่ พระเทพสิงหรหรือพ่อเทพสิงหร ขุนศรีศรัทธาหรือขุนศรัทธา พระม่วงทองหรือตาม่วงทอง หม่อมรอง พระยาสายฟ้าฟาด พรานบุญ แม่ศรีมาลา แม่นวลทองสำลี แม่แขนอ่อนฝ่ายขวา แม่แขนอ่อนฝ่ายซ้าย แม่ศรีดอกไม้ และแม่คิ้วเหิน ) เป็นท่ารำที่สวยงามมากน่าชมมีเครื่องประโคมดนตรี คือ กลอง ทับ โหม่ง ฉิ่ง ปี่ และ แตระ การประโคมดนตรีก็ต้องลงกับท่ารำเป็นจังหวะ และพระนางก็ยังจำท่าต่างๆเหล่านั้นได้ แล้วพระนางนวลทองสำลี ก็ทรงร่ายรำตามแบบที่ในฝันนั้นทันที เป็นที่ชอบใจของพวกสาวใช้เป็นอย่างยิ่ง และพระนางก็ได้สั่งให้สาวใช้ทำเครื่องประโคมตามที่เห็นในฝันนั้น การประโคมก็ทำตามจังหวะการรำเหมือนในฝันทุกอย่าง พระนางได้ฝึกสอนให้พวกสาวใช้ได้ร่ายรำเพื่อเป็นคู่รำกับพระนาง จากนั้นมีการประโคมเครื่องดนตรี และร่ายรำเป็นที่ครื้นเครงในปราสาทของพระนางเป็นประจำทุกวันอยู่มาวันหนึ่งพระนางอยากเสวยเกสรดอกบัวที่ในสระหน้าพระราชวัง เมื่อพระนางได้เสวยดอกบัวแล้ว กาลต่อมาพระนางก็ทรงครรภ์ แต่การเล่นรำโนราก็ยังคงสนุกสนานครื้นเครงกันเป็นประจำทุกวันมิได้เว้น วันหนึ่งการเล่นประโคมและความครึกครื้นนี้ทราบไปถึงพระยาสายฟ้าฟาด พระองค์จึงได้รับสั่งให้พระนางรำให้ดู พระนางออกร่ายรำไปตามท่าที่ได้ฝึกตามความฝันทั้ง ๑๒ ท่า ขณะที่พระนางร่ายรำท่าต่างๆอยู่นั้น พระยาสายฟ้าฟาดทรงเห็นว่าที่ครรภ์ของพระธิดาผิดสังเกตสงสัยว่าจะตั้งครรภ์ จึงมีรับสั่งให้หยุดรำแล้วทรงถามพระนางว่า นางมีครรภ์กับใคร รักชอบกับใคร ใครเป็นสามีของเจ้า พระนางก็กราบทูลว่า “นางมิได้มีชู้สู่สาวกับชายใดเลย เหตุที่ทรงครรภ์อาจเป็นเพราะเสวยดอกบัวในสระหน้าพระราชวังเข้าไป” พระยาสายฟ้าฟาดไม่ทรงเชื่อทรงพิโรธหนักถึงกับคิดที่จะฆ่าพระธิดาและสาวสนม แต่เนื่องจากพระนางเป็นลูกในไส้จึงมิได้ทรงกระทำเช่นนั้น เพียงรับสั่งให้อำมาตย์ทำแพแล้วก็ให้จัดเสบียงอาหารแล้วลอยแพพระนาง พร้อมสนมทั้ง ๓๐ คนไปในทะเล ขณะที่แพลอยไปนั้นลมได้พัดแพไปติดที่ เกาะกะชัง(บ้านท่าคุระปัจจุบัน) พระนางและสนมอาศัยอยู่ที่เกาะกะชังจนประสูติพระโอรส และให้นามว่า ด.ช.น้อย พระนางและพวกสนมอยู่ที่นั่นจน ด.ช.น้อยอายุได้ ๑๐ ขวบ ในช่วงระยะ ๑๐ ปีนั้น ด.ช.น้อยได้หัดการร่ายรำโนราจากนางนวลทองสำลีจนชำนาญดี ด.ช.น้อยก็ได้เที่ยวรำโนราไปที่ต่างๆเรื่อยไปจนถึงเมืองของพระยาสายฟ้าฟาด เนื่องจากโนราเป็นของแปลก และไม่เคยมีใครเคยเห็นมาก่อนกอปรด้วยการรำที่สวยงามชดช้อยน่าดู คนจึงไปดูกันมาก ยิ่งนานวันคนก็ยิ่งชวนกันไปดูมากขึ้นทุกที จนข่าวนี้เลื่องลือไปถึงพระราชวัง พระยาสายฟ้าฟาด ทรงทราบแล้วก็เรียกประชาชนมาถามว่า โนราเป็นอย่างไร เป็นคนหรือสัตว์ หลังจากการที่พระองค์ได้ทอดพระเนตรการรำโนรานั้นสังเกตเห็นว่า ด.ช.น้อยมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับพระธิดา ที่ได้ลอยแพไปเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว จึงรับสั่งให้เข้าเฝ้าและตรัสถามว่า เจ้าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ด.ช.น้อยก็ตอบว่า แม่ชื่อนางนวลทองสำลี ส่วนพ่อนั้นไม่ทราบ แม่เล่าว่าได้ตั้งครรภ์เพราะกินดอกบัว พระองค์เห็นว่าเรื่องราวตรงกัน พระยาสายฟ้าฟาดจึงได้พระราชทานเครื่องทรงให้เด็กชายน้อยที่เข้าใจว่าเป็นหลาน ประกอบด้วย เทริด กำไลแขน ปั้นเหน่ง สังวาล พาดเฉียง ๒ ข้าง ปีกนกแอ่น หางหงส์ ฯลฯ เพื่อใช้ “รำทรงเครื่อง” ในงานนี้ หลังรำเสร็จ พระยาสายฟ้าฟาดก็ได้พระราชทานบรรดาศักดิ์ลูกของนางนวลทองสำลี (เจ้าชายน้อย) เป็น ขุนศรีศรัทธา และรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปรับธิดากลับเมือง ด้วยความรักความผูกพันของชาวเกาะกะชังกับนางนวลทองสำลี และเด็กชายน้อย ก่อนกลับนางนวลทองสำลีได้ให้ช่างจำหลัก(สลัก)รูปเด็กชายน้อยลงบนแผ่นทองคำที่ทำจากเครื่องประดับของนาง เป็นตัวแทนเก็บไว้ในชุมชน ต่อมามีผู้คนได้ขโมยแต่ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ และอาถรรพ์ ก็ไม่สามารถเอาไปเป็นสมบัติส่วนตัวได้ ต่อมาจึงได้นำแผ่นทองคำมาหล่อเป็นพระพุทธรูปเมื่อวันพุธแรม ๑ ค่ำแต่โบราณกาลตามตำนานเล่าสืบต่อกันมา และเรียกว่า “เจ้าแม่อยู่หัว” เก็บไว้เป็นตัวแทนตายายโนราให้ลูกหลานเครือย่านโนรา และผู้ที่ศรัทธานับถือ มากราบไหว้และรำแก้บนในทุกปี เจ้าแม่อยู่หัว องค์จริงเก็บไว้เป็นอย่างดีในวิหารวัดท่าคุระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา มาตราบเท่าทุกวันนี้
เครื่องต้นที่พระยาสายฟ้าฟาดพระราชทานให้กับเจ้าชายน้อย ซึ่งล้วนแต่เป็นเครื่องทรงของกษัตริย์ทั้งสิ้น จะเห็นได้ว่า โนราแต่ดั้งเดิมมาจากเชื้อพระวงศ์ ขุนศรีศรัทธาได้สอนรำโนราให้ผู้อื่นเป็นการถ่ายนาฏศิลป์แบบโนราไปเรื่อยๆโดยอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระอัยกาโนราจึงได้แพร่หลายต่อมาจวบจนบัดนี้
ในประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ที่มีการสืบทอดกันมา นอกจากงานบุญเดือนสิบ และงานทำบุญวันว่างเดือนห้าแล้ว ก็มีงานโนราโรงครูนี่แหละ ที่ญาติพี่น้องจะได้กลับมาไหว้ผีบรรพบุรุษแบบพร้อมหน้าพร้อมตา แต่งานนี้จำกัดวงผู้ร่วมพิธี เฉพาะลูกหลานในเครือย่านโนราเท่านั้น ความพิเศษของพิธีกรรมนี้ก็คือ ลูกหลานจะได้พบปะพูดคุยกับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วหลายชั่วคน ผ่านร่างทรงประจำตระกูล โดยมีโนราผู้เชี่ยวชาญทางการร่ายรำ และไสยศาสตร์เป็นผู้ประกอบพิธี จุดมุ่งหมายหลักของการแสดงโนราในงานนี้ จึงมิได้อยู่ที่การให้ความบันเทิงเหมือนโนราแบบบันเทิงทั่วไป หากทำหน้าที่เชื่อมสายใย และผูกสัมพันธ์คนใต้ในโลกนี้ และโลกหน้าให้เป็นหนึ่งเดียวซึ่งเป็นสุขภาวะทางด้านจิตวิญญาณรูปแบบหนึ่งของความเชื่อในสังคมชาวใต้
แหล่งข้อมูล
- ประวัติโนรา โดย อ.ภิญโญ จิตธรรม อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ขุนอุปถัมภ์นรากร ๒๗ กันยายน ๒๕๒๗
- www.sarakadee.com
ผมชอบมโนราห์มากและด้วยศรัทธาอยู่แล้วผมจึงยิ่งศรัทธามากขึ้น มโนราห์เป็นสิ่งที่น่าหลงใหล
มาเยี่ยมชมโนราด้วยคนค่ะ
บรรพบุรุษเป็นคนที่มีเชื้อสายด้านโนราค่ะ
แต่อยากเห็นภาพแม่เจ้าอยู่หัวค่ะ
เอามาลงให้หน่อยนะค่ะ
ครับ...มีโอกาสได้เก็บภาพองค์เจ้าแม่อยู่หัวจริงจะนำมาลงให้ครับ..เพราะเขานำออกมาให้สักการะปีละครั้ง ..