Renal Stone Screening and I – san Metabolic Syndrome
โรคนิ่วไตและโรคอีสานรวมมิตร เป็นปัญหาสาธารณสุขและอุบัติการณ์โรคนิ่วไตมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทยมีอุบัติการณ์โรคนิ่วไตสูงมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมาณร้อยละ 10 - 16 การมีนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะจะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ การทำงานของไตเสื่อมลง และอาจร้ายแรงจนถึงเกิดภาวะไตวายเรื้อรัง โรคไตระยะสุดท้าย และโรคนิ่วไตมีอุบัติการณ์การเป็นนิ่วซ้ำสูง ทำให้ทั้งผู้ป่วยและรัฐต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาและป้องกันการเกิดนิ่วซ้ำ ซึ่งสาเหตุของโรคนิ่วไตเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ปัจจัยเสี่ยงทางด้านสิ่งแวดล้อม พันธุกรรม ระบบเผาผลาญในร่างกาย วิถีการดำเนินชีวิต และอุปนิสัยการรับประทานอาหารของผู้ป่วย เช่น การรับประทานหน่อไม้ ขนมจีน ของหมักดองเป็นประจำ
ชนิดของนิ่วมีหลากหลายชนิด องค์ประกอบส่วนใหญ่ในก้อนนิ่วเป็นผลึกแร่ธาตุ เช่น แคลเซี่ยมออกซาเลต แคลเซียมฟอสเฟต ยูเรต แมกนีเซี่ยมแอมโมเนี่ยมฟอสเฟต เป็นต้น นิ่วที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คือ นิ่วแคลเซี่ยมฟอสเฟตประมาณร้อยละ 80 รองลงมาคือนิ่วกรดยูริกพบประมาณร้อยละ 10-20 สาเหตุเริ่มต้นของการเกิดนิ่วคือการก่อผลึกแร่ธาตุในปัสสาวะ สารที่กระตุ้นการก่อผลึกเหล่านี้เรียกว่า “สารก่อนิ่ว” ได้แก่ แคลเซี่ยม ออกซาเลต ฟอสเฟต และกรดยูริก สำหรับสารที่ป้องกันการก่อผลึกในปัสสาวะเรียกว่า “สารยับยั้งนิ่ว” ที่สำคัญได้แก่ ซิเทรต โพแทสเซียม และแมกนีเซียม
สำหรับการตรวจโรคนิ่วไตในปัจจุบันจะใช้วิธีการ Ultrasound แต่วิธีการดังกล่าวจะตรวจพบก้อนนิ่วได้ก็ต่อเมื่อก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่แล้ว ไม่สามารถตรวจพบในกรณีที่ก้อนนิ่วยังมีขนาดเล็ก ๆ ได้ ซึ่งการรักษาโรคนิ่วไต เช่น การผ่าตัดเอานิ่วออกและการสลายนิ่ว เป็นต้น และการรักษาด้วยยาเพื่อป้องกันการเกิดนิ่วซ้ำ เช่น ยาโพแทสเซี่ยมซิเทรต การใช้ยาปฏิชีวนะร่วมกับหญ้าหนวดแมว นอกเหนือจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการดำเนินชีวิตมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างเสริมสุขภาพของผู้ป่วยโรคนิ่วไต ซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดนิ่วซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
จากผลการศึกษาวิจัยหญ้าหนวดแมว ของ รศ.อมร เปรมกมล ได้ทำการศึกษาผลของหญ้าหนวดแมว (Orthosiphon) ในการลดขนาดนิ่วไต พบว่า หญ้าหนวดแมวสามารถลดขนาดนิ่วได้ และผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรัง เช่น อาการแน่นท้อง ปวดเอว ปวดข้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ แสบร้อนสีข้าง ปวดขา หลังจากให้การรักษาด้วยหญ้าหนวดแมวแล้วอาการดังกล่าวลดลงเกือบจะหมดไปและยังทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นสามารถทำงานได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าหญ้าหนวดแมวสามารถลดขนาดนิ่วไตได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และเป็นผลดีต่อผู้ป่วยโรคนิ่วไตที่ได้รับความทุกข์ทรมานทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งหญ้าหนวดแมวใช้รักษานิ่วได้ทั้งนิ่วด่างซึ่งเกิดจากแคลเซียม (หินปูน) ซึ่งมักจะเป็นก้อนที่เกิดจากการดื่มน้ำที่มีหินปูน นิ่วจำนวนนี้จะไม่เป็นก้อนแต่จะร่วนเป็นเม็ดทราย ไม่ทึบแสง มักเกิดจากการรับประทานเนื้อสัตว์และเครื่องในสัตว์มากเกินไป ทำให้มีกรดยูริกสูง เมื่อรับประทานหญ้าหนวดแมว ซึ่งมีโปแตสเซียมสูง จะทำให้ในกรดมีฤทธิ์เป็นด่าง ทำให้กรดยูริก และเกลือยูเรต (urate) ไม่จับตัวเป็นก้อน ช่วยป้องกันไม่ให้แคลเซียมตกค้างในไต ช่วยขยายท่อไตให้กว้างขึ้น แต่ไม่มีฤทธิ์ละลายนิ่ว ดังนั้นนิ่วก้อนใหญ่จะไม่ได้ผล จะใช้ได้ดีกับนิ่วก้อนเล็ก ๆ ฤทธิ์ขับปัสสาวะของหญ้าหนวดแมวจะช่วยดันเม็ดนิ่วเล็ก ๆ ให้หลุดออกมาได้
******************************