ติดต่อ

ผศ. และ ดร. ความภาคภูมิใจที่แตกต่าง

ในวันที่ 27 ก.ค. 2549 ที่ผ่านมา ผมได้รับ email จากทางคณะแจ้งว่าคำสั่งแต่งตั้งผมเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ได้ออกมาแล้ว ในขณะนี้ผมได้เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์แล้ว คำสั่งนั้นออกมาตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. 2549 ครับ

ผมยื่นขอตำแหน่งตั้งแต่ 9 ก.ย. 2547 นับรวมแล้วก็เกือบสองปี ขาดเหลือไปเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ในกลุ่มคนที่ได้รับคำสั่งที่แต่งตั้งพร้อมกันนั้น ผมชนะเลิศในการใช้เวลานานที่สุดในการขอตำแหน่งครับ มีคนแซวผมว่าถ้าผมยังไม่เข็ด อีกไม่กี่เดือนผมก็สามารถขอตำแหน่ง รศ. ได้เลย เพราะถือว่าดำรงตำแหน่ง ผศ. ครบสองปีแล้ว

ผมขอขอบพระคุณทุกๆ ท่านเป็นอย่างสูงที่ให้กำลังใจในเรื่องการขอตำแหน่ง ผศ. ของผมครับ เป็นความกรุณาที่ผมจะจดจำไม่ลืมทีเดียว โดยเฉพาะท่านผู้อ่านท่านที่คณะฯ ได้แต่งตั้งเพิ่มเติมทดแทนผู้อ่านสองคนที่สูญหาย ท่านกรุณาอ่านและส่งผลการประเมินกลับมาอย่างรวดเร็วมากครับ

มาถึงวันนี้ผมก็สามารถใส่ชื่อตัวเองในนามบัตรว่า ผศ.ดร.ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ ได้แล้ว แต่ไม่ครับ ไม่ ผมไม่ได้ไปเปลี่ยนนามบัตรและไม่มีความตั้งใจว่าจะไปเขียนชื่อตัวเองเป็น ผศ.ดร.ธวัชชัย ที่ไหน ผมยังยืนยันอยู่ที่เดิมว่าผมชอบเขียนชื่อตัวเองว่า ดร.ธวัชชัย และจะไม่เพิ่ม ผศ. ไปข้างหน้าถ้าไม่จำเป็น

ท่านผู้อ่านคงสังเกตว่าผมชอบคำว่า ดร. นำหน้าชื่อจัง แม้การเขียน ดร. นั้นไม่ถือว่าเป็นทางการ แต่ผมก็ชอบเขียน เพราะทุกครั้งที่ผมเห็น ดร. นำหน้าชื่อผมนั้น จะชวนให้ผมกลับไปนึกถึงความทรงจำที่ดีๆ ที่ผมผ่านมาในการได้รับปริญญาเอกครับ

ดร. ที่นำหน้าชื่อนั้นพาผมกลับไปถึงท้องฟ้ากว้างๆ ที่เมือง Baltimore County พาผมกลับไปถึงบรรยากาศวิชาการที่ University of Maryland, Baltimore County (UMBC) ที่แม้ไม่ใช่มหาวิทยาลัยหรูหราแต่ก็เป็นมหาวิทยาลัยลูกในเครือของ University of Maryland ที่กำลังเติบโตทางวิชาการมี professor จากหลายๆ ที่มารวมกันเพื่อสร้างให้ campus ใหม่ที่อายุไม่ถึง 40 ปีของ University of Maryland นี้ก้าวเป็น research-oriented university ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก

ที่สำคัญกว่านั้น ดร. ที่นำหน้าชื่อผมบอกผมให้รำลึกถึง Prof. Dr. Anthony F. Norcio อาจารย์ที่ปรึกษาที่กรุณา และอาจารย์ท่านอื่นๆ หลายต่อหลายท่านที่ "สนุก" มากในการส่งพลังทางวิชาการให้กันและกันและให้นักศึกษา เพื่อให้มี research-oriented environment ที่เข้มข้นและสนุกสนาน รวมทั้งเพื่อนร่วมเรียนทั้งหลายที่แต่ละคนก็มีบุคลิกลักษณะที่เฉพาะเจาะจง ไหนจะ Creative Services หน่วยงานที่ผมทำงานด้วยซึ่งอุดมไปด้วยศิลปินผู้กำลังค้นหาหนทางชีวิตของตัวเอง ไหนจะศูนย์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยที่ผมในฐานะตัวแทนด้านเทคนิคของ Creative Services ต้องไปสู้รบตบมือด้วย

ไหนจะห้องสมุดที่ผมไปทีไรหลับทุกที ในพื้นที่เมือง Baltimore นั้น ห้องสมุด UMBC หลับง่ายที่สุดแล้วครับ ห้องสมุด University of Maryland, Baltimore หรือ John Hopkins University ที่ว่าหรูๆ กันแล้ว ยังไม่มีเก้าอี้โซฟานิ่มๆ อย่างห้องสมุด UMBC ห้องสมุดที่อื่นเก้าอี้เขาจะแข็งๆ แต่ผมไม่ได้ไปนอนในห้องสมุดอย่างเดียวนะครับ ก่อนนอนก็อ่านหนังสือเสียให้เต็มที่เสียก่อน

ยังมีความทรงจำดีๆ อีกมากมายที่เล่าไปก็คงยืดยาว เป็นความทรงจำที่ให้ผมระลึกถึงเมื่อเห็นคำว่า ดร. นำหน้าชื่อผมครับ ความทรงจำดีๆ เป็นกำลังใจให้แก่ชีวิตที่จะสู้ต่อไปไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆ เกิดขึ้นก็ตาม

ในขณะคำว่า ผศ. ถ้าผมจะเขียนนำหน้าชื่อผมนั้น กลับไม่ได้ดึงความทรงจำที่จะช่วยให้เป็นพลังในการต่อสู้ชีวิตให้ผมเลย เห็นคำว่า ผศ. แล้วผมจะเห็นภาพตัวเองพยายามเขียนโปรแกรม BlogExpress อยู่ในขณะที่ต่อเชื่อมกับ Internet ได้เพียง 33.6 kbps และเป็น Internet ต่อเชื่อมออกนอกประเทศได้อย่างยากเย็น ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเก่าจากอเมริกา ใช้ Visual Studio รุ่นเก่าที่ติดมือมาจาก UMBC เพราะหา software ตัวนี้ที่ถูกกฎหมายไม่ได้ ในขณะที่วันเสาร์-อาทิตย์ก็ต้องไปสอนพิเศษตามหลักสูตรพิเศษต่างๆ นั่งรถตู้ข้ามจังหวัด เมารถแล้วเมารถอีก เพื่อหาเงินมาเลี้ยงชีวิต

ผมนึกถึงตัวเองที่นั่งทดท้อ เพราะไม่เห็นหนทางในการทำงานตามที่ตัวเองถูกสอนมาได้เลย มองไม่เห็นทางว่าจะเป็นนักวิจัยแบบอย่างที่ตัวเองถูกฝึกฝนมาได้อย่างไร เดินไปทางไหนก็เจอแต่ความหดหู่ ครั้นจะปรับตัวให้เข้ากับระบบใหม่ก็ไม่เข้าใจ ไม่แน่ใจ สับสนว่าเป็นสิ่งถูกต้องแล้วหรือ ภาษีประชาชนส่งเสียให้เราเป็นนักวิจัยในแบบที่ UMBC ฝึกเรามา ประเทศไทยต้องการนักวิจัยแบบที่ UMBC สอนใช่ไหม ไม่งั้นเขาไม่ส่งเสียเราเรียนที่ UMBC หรอก ใช่หรือไม่ใช่ หรือไม่ใช่นะ

หรือประเทศไทยต้องการนักสร้างหลักสูตรปริญญาโทภาคพิเศษนะ ใช่แล้วครับ เรื่องที่หลายๆ คนไม่ทราบคือผมมีตำแหน่งเป็น ผู้อำนวยการโครงการร่างหลักสูตรปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัญฑิตสาขาวิทยาการสารสนเทศ (ภาคพิเศษ) ด้วย เป็นตำแหน่งที่ผมไม่ค่อยยอมทำงานเท่าไหร่ เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร ที่จริงทำแล้วจะประสบความสำเร็จด้วย เพราะ MBA (IS) นี่รับประกันจำนวนนักศึกษาเลยว่าล้นทุกรุ่นแน่นอน เพราะ MBA ปัจจุบันของคณะฯ นั้นก็ล้นจนไม่รู้จะล้นอย่างไรแล้ว แต่ความขัดแย้งในใจที่หาคำตอบไม่ได้เลยทำให้ตัวเองทำงานไม่ออก สุดท้ายก็เลยไปนั่งเขียนโปรแกรมเล่น เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ตัวเองทำแล้วได้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับทำ research ที่สุดแล้ว

ที่เขียนเล่าเรื่องหลักสูตรนี่ไม่ได้เป็นการบอกว่าการสร้างหลักสูตรภาคพิเศษไม่ดีนะครับ แต่เป็นการบอกว่าผมเป็นคนปรับตัวไม่ได้ต่างหาก ถ้าผมมีความสามารถจริงๆ ผมควรจะสามารถสร้างหลักสูตรที่สร้างนักบริหารด้านสารสนเทศที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยได้ แต่ผมทำไม่ได้ครับ

ที่จริงแล้วผมเป็นคนสอนหนังสือได้แย่มากอีกต่างหาก ผมสอนคนเป็นห้องเรียนไม่ได้ นั่งคุยกันกับนักศึกษาให้เขาเรียนรู้จากเรานี่ผมทำได้ แต่สอนในห้องเรียนผมทำไม่ได้จริงๆ ผมไม่เคยเห็นตัวอย่างด้วย ผมเรียนหนังสือในห้องใหญ่ๆ ด้วยการหลับในห้องแล้วค่อยมาอ่านหนังสือเอง ทำอย่างนี้จนจบปริญญาตรี ตอนมัธยมไม่ต้องพูดถึง ผมไม่ได้เรียนหนังสือเลย เรียนธรรมดาก็ไม่เรียน เรียนพิเศษยิ่งไม่เคยเรียน ใช้เวลาส่วนใหญ่ค้นหาทาง "อื่น" ที่ไม่ต้องเป็น "วิศวกร" (อาชีพที่ครูแนะแนวบอกว่า "สมควร" จะเป็น) และผมมีความเชื่อจนถึงปัจจุบันว่าผมสามารถเป็น music composor ที่รู้ว่าหลับตาแล้วจะทำให้เสียง "ไทย" ประสานไปกับ "international sounds" ได้อย่างไร แต่นักดนตรี "อาชีพ" ในประเทศไทยเขาว่าไม่มีอนาคตครับ ไม่มีใครสนับสนุน โดยเฉพาะนักดนตรี "world music"

ตอนไปเรียนปริญญาโทที่ George Washington University ที่เป็น teaching-oriented university ผมก็หลับๆ ตื่นๆ แล้วไปอ่านหนังสือเองเหมือนกัน พอมาเรียนปริญญาเอกที่ UMBC กลับเปลี่ยนไป การเรียนคือการคุยกันแล้วก็ไปอ่าน ไปคิด ไปย่อยความรู้ แล้วก็กลับมาคุยกัน ที่ UMBC กลายเป็นที่เรียนที่ตรงกับวิธีการเรียน "ปกติ" ของผมที่สุด ดังนั้นวิธีการสอนหนังสือคนที่ผมทำได้ดีที่สุดคือ บอกคนให้ไปอ่านหนังสือ ผมบอกได้ว่าไปอ่านหนังสืออะไร แต่ผมอ่านให้ฟังไม่ได้ ดังนั้นผมไม่มีความสามารถในการ "ทำหลักสูตร" และขาดทักษะที่จะเรียนรู้ว่า "ทำหลักสูตร" ทำอย่างไร ถ้าผมทำคงมีวิชา "independent studies" เต็มไปหมด

ช่วงเวลาตั้งแต่กลับมาทำงานจนถึงก่อนจะมาได้เจอ สคส. ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินของระบบการศึกษาไทย ไม่สามารถทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อระบบได้ ไม่มีความสามารถที่จะปรับตัว ยิ่งยื่นเรื่องขอ ผศ. ด้วยการเขียนเอกสารเป็นภาษาอังกฤษแล้วกลายเป็นปัญหาเจอคำตอบว่า "หาคนอ่านยากเพราะเป็นภาษาอังกฤษ" หรือ "หาคนอ่านยากเพราะเป็นหัวข้อใหม่" ก็ยิ่งเห็นว่าระบบกับตัวเองไม่ได้มีส่วนไหนเข้ากันได้เลย เพราะไม่ว่าจะพยายามทำอย่างไร ก็ไปขี่กับฟันเฟืองทุกที ไม่ได้ไปตามครรลองได้เลย ต้องกลับมานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะเข้ากับระบบเขาได้ "บ้าง" เสียทีนะ ทุกทีไป

ถ้าไม่ได้มาเจอ สคส. และได้ทำสิ่งที่ตัวเองรู้สึกว่ามีประโยชน์ต่อประเทศไทยบ้าง ป่านนี้ผมคงไม่อยู่เมืองไทยแล้วครับ เพราะข้อสรุปที่ตัวเองคิดได้ในขณะนั้นคือ ทั้งประเทศและตัวผมเองไม่มีส่วนที่จะเกื้อหนุนกันได้เลย ผมเป็นข้อผิดพลาดในการส่งคนไปเรียนหนังสือแน่แล้ว

ใช่แล้วครับ ผศ. ที่นำหน้าชื่อผมนั้น ไม่ได้ช่วยระลึกถึงความทรงจำที่ดีๆ เลย แต่กลับดึงความทรงจำที่ไม่ดีที่ตัวเองต้องเจอ ในขณะที่ ดร. ที่นำหน้าชื่อนั้นเห็นแล้วจะนำมาซึ่งความทรงจำที่ดีที่ผมยังคำนึงถึงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น กรุณาเถอะครับ ถ้าจะให้เกียรติผม เรียกผมว่า ดร.ธวัชชัย ผมขอให้ ผศ.ธวัชชัย เป็นตำแหน่งขึ้นหิ้งที่อยู่บนกระดาษที่ประทับตราครุฑเท่านั้นครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 36493, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ดอกไม้: 9, ความเห็น: 29, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (keywords) #มหาวิทยาลัย#การศึกษา#ปรัชญาการเรียนรู้#อาจารย์#นักวิจัย#ผู้ช่วยศาสตราจารย์

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (29)

พูดเรื่องความทรงจำเรื่องคำนำหน้าชื่อแล้ว อาจารย์ทำให้ผมนึกย้อนไปถึงความรู้สึกในอดีต ที่ค่อนข้างจะคล้ายกับอาจารย์มาก ต่างแต่ตรงที่ว่า ผมได้ใช้ ผศ. แค่เฉพาะช่วงที่เป็นอาจารย์อยู่สามปีที่อเมริกาเท่านั้น ครั้นกลับมาเมืองไทยใช้ได้แต่ ดร. เท่านั้น ....แต่มาวันนี้รู้สึกเบาสบายมากครับ เมื่อเริ่มได้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นแท้จริงเป็นเพียงสิ่งที่เรา "สมมุติ" ขึ้นมาเท่านั้น

นึกไม่ถึงว่า อักษร ดร.ที่นำหน้าชื่อของอาจารย์จะมีความหมายถึงเพียงนี้ แต่ผมว่า อย่าพึ่งไปตัดสินคุณค่าของ ผศ. เพียงเท่านั้นสิครับ หากจะรำลึกถึงสิ่งที่ทำให้ได้ ผศ. ก็คงจะไม่มีอะไรที่น่าจดจำอย่างที่ท่านเขียน แต่ถ้าหากว่า ในช่วงเวลาที่เป็น ผศ.นั้น อาจารย์ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆขึ้นมา ในช่วงที่เป็น ผศ. .. ก่อนที่จะก้าวไปถึง รศ. ในระดับต่อไป ... ผศ. คงจะมีคุณค่าและความหมายในความทรงจำกับอาจารย์มากกว่านี้นะขอรับ

ผมเห็นหลายท่าน มีความทรงจำดีๆกับช่วงเวลาที่จะเดินไปสู่เป้าหมายครับ ก่อนที่จะได้ ดร.หลายท่านได้เรียนรู้หลายอย่าง พอได้ ดร.นำหน้าชื่อ .. ดร.เฉยๆนะครับ ยังไม่มีอะไรมานำหน้า ดร. ก็สร้างสรรค์สิ่งต่างๆออกมาอีก

สรุปแล้ว ความทรงจำของอาจารย์ที่ผมได้สัมผัส คือ

ในช่วงเวลาที่ใช้คำนำหน้าว่า อาจารย์ 

ในช่วงเวลาที่ใช้คำนำหน้าว่า ดร.

ในช่วงเวลาที่ใช้คำนำหน้าว่า ผศ. ดร

และ

ในช่วงเวลาที่ใช้คำนำหน้าว่า รศ.ดร. ครับ

 

มีความหมายทั้งสิ้น 

ณราวัลย์
IP: xxx.113.51.101
เขียนเมื่อ 

ขอแสดงความยินดีกับท่านผศ.ป้ายแดงค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เป็นสิ่งสมมุติ เท่านั้นค่ะ ข้อสำคัญเรามีสติระลึกรู้ว่าตอนนี้เราเป็นใคร และกำลังทำอะไรอยู่ ก็จะทำให้เรามีชีวิตอย่างเป็นสุขค่ะ ไม่ว่าจะเป็นดร. หรือ ผศ. ขอให้เก็บความทรงจำ และความรู้สึกที่ดี ๆ ไว้นะคะ ขอส่งกำลังใจให้เสนอรศ.ต่อได้เลยนะคะ

ณราวัลย์

ขอแสดงความยินดีด้วยอย่างยิ่ง ครับผม
     ขอแสดงความยินดีด้วยครับอาจารย์ เอาล๊ะเมื่อกล้าขอ ก็กล้าให้ครับ ไม่เรียกก็ไม่เรียก ความทรงจำทั้งจาก ดร.และ ผศ.ต้องมีอะไร ดี ๆ ผมอ่านที่อาจารย์เขียนความทรงจำของการได้ ผศ.พบดี ๆ เยอะครับ อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่า ชีวิตจะสมดุลได้ก็ต้องมีส่วนที่ดึงกลับเมื่อถูกผลักจากอีกฟาก ผมมองว่า สคส.ได้ดึงอาจารย์กลับด้วยการให้โอกาสในการพัฒนา GotoKnow.Org ไม่งั้นเราคงเสียดุลไปให้ต่างชาติอีกแน่ เมื่อาจารย์ไปจากเมืองไทย
     และที่สำคัญหากอาจารย์ไปเสียจริง ๆ ผมคงไม่มีโอกาสได้แสดงความเคารพนับถือต่ออาจารย์ เช่นทุกวันนี้ ขอบคุณครับที่ยังอยู่
ผมขอขอบคุณทุกท่านที่กรุณาให้ข้อคิดเห็นครับ ผมเห็นด้วยว่าที่จริงแล้ว ผศ. หรือว่า ดร. ก็เป็นเพียงหัวโขนเป็นสิ่งสมมุติ มาถึงวันนี้ผมได้มีโอกาสทำงานในแบบที่ตัวเองสนุกกับการทำและมีประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย ก็เป็นสิ่งที่มีความหมายและคุ้มค่าที่สุดแล้วครับ
  • ขอแสดงความยินดีด้วยครับอาจารย์
  • อาจารย์ก็เป็นอาจารย์คนเดิมอยู่แล้วครับ
น้องนิว
IP: xxx.29.37.21
เขียนเมื่อ 

หนูขอแสดงความยินดีด้วยคะ  ..อาจารย์เก่งมาก ๆ คะ แต่แหะ ๆ สงสัยอาจารย์ต้องดุ แน่ ๆ เลย // แต่ก็ดีคะนักศึกษาจะได้มีการจัดระเบียบความคิดคะ

Panda
เขียนเมื่อ 
  • ขอแสดงความยินดีด้วยครับ
  • เรายังต้องเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ก็จำเป็นต้องอยู่ร่วมกับสังคมให้ได้
  • ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด (แน่นอนตามความคิดของเรา) ในแต่ละบทบาท ตามแต่เวลา และ สถานที่
  • ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน
  • ความไม่แน่นอน หรือ ความไม่เที่ยง คือ ความแน่นอน ครับ
ขอขอบพระคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่งครับ
Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

เมื่อเราเอาหัวโขนมาใส่...

คนก็ปรี่...เข้ามาเพื่อทักทาย...

หากเมื่อ...ถอดหัวนั้นออก...

คน..ก็จะมองเมิน...ไม่รู้จัก..

นี่แหละ..."มนุษย์"...แห่งสังคมส่วนใหญ่

  • ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ
  • พี่เม่ยว่า.....อย่างน้อยที่สุด ความทรงจำดีๆอย่างหนึ่งสำหรับเส้นทางของ ผศ. ของอาจารย์ ก็คือ "คุณค่าของการรอคอย" ไงคะ!
ขอแสดงความยินดีกับ ดร.ธวัชชัยด้วยนะคะ หนูก็เป็นลูกศิษย์อาจารย์ คนหนึ่ง เช่นกัน เคยเรียนกับอาจารย์ตอนเป็น นศ.ชั้นปีที่ 3 หนูเข้าใจรูปแบบการสอนของอาจารย์นะคะ และสนุกที่ได้เรียนรู้จากอาจารย์คะ
PAN
เขียนเมื่อ 
ทำเรื่องขอ รศ.เลยมั้ยอาจารย์ เดี๋ยวแป้นทำเรื่องให้ เอา 2  ปีที่รอคอยมาชดเชย :)
ยินดีด้วยครับ กับผลตอบแทนของความทุ่มเทตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าจะเป็นความทรงจำที่อาจไม่ดีนัก แต่ก็เป็นความสำเร็จที่น่าภูมิใจครับ แล้วผมก็ภูมิใจกับตำแหน่ง ผศ. ของอาจารย์จริงๆครับ

ยินดีกับตำแหน่ง ผศ.ด้วยค่ะ

สิ่งที่ผ่านมา ถึงแม้จะทำให้รู้สึกไม่ดีนัก แต่ก็ให้บทเรียน ซึ่งจะเป็นส่วนที่ช่วยกล่อมเกลาจิตใจเราให้เข้มแข็ง ทำให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่ในโลกแห่งความวุ่นวายได้อย่างสมดุล และมีความสุข

อนุพงษ์ ศุภสังข์
IP: xxx.121.195.226
เขียนเมื่อ 

ยินดีด้วยครับพี่ ที่ประสบความสำเร็จในทุก ๆ เรื่องผมเองก็ได้ติดตามข่าวคราวมาโดยตลอดแต่ด้วยสภาพทางสังคม และการดำเนินวิถีชีวิต ตามแนวทางของข้าราชการไทย ซึ่งพี่เองก้อคงเข้าใจดีอยู่แล้วทำให้ไม่ค่อยได้มีโอกาสได้พบปะกันเท่าไหร่ ในบรรดาหลาน ๆ ทั้งหลาย แต่ในอนาคตคงจะมีโอกาสได้พูดคุยและได้รับรู้ประสบการณ์ ความลำบาก ในอดีตของพี่อย่างละเอียดอย่างแน่นอน ผมขอถือโอกาสเป็นตัวแทนน้อง ๆ ทุกคน ขอแสดงยินดีและภาคภูมิใจกับ ดร.ธวัชชัย  ปิยวัฒน์ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ  ด้วยความเคารพ

Aj Kae
เขียนเมื่อ 
  • แหม อาจารย์เขียนมันส์จริง ๆ ยิ่งตามอ่านตั้งแต่บันทึกเก่า ๆ ยิ่งสนุก ขอตามเป็นแฟน blog อาจารย์อีกคน
  • ขอแสดงความยินดีย้อนหลังกับ ผศ ครับ
  • เคยคุยกับคณบดีนิเทศศาสตร์ท่านหนึ่งซึ่งมาจากภาคเอกชน ท่านเล่าให้ฟังว่าตอนเค้าเชิญมาเป็นคณบดีได้ไปคุยกับรองอธิการฝ่ายวิชาการ ท่านรองฯ ก็ถามว่าอาจารย์มีตำแหน่งวิชาการไหม (ซึ่งท่านรองฯ คาดว่าจะตอบว่าไม่มีเพราะมาจากภาคเอกชน) แต่คณบดีท่านนั้นตอบว่า เป็น ผศ. ครับ แล้วก็บอกคำย่อ (อีกด้านหนึ่ง........) แล้วก็นั่งหัวเราะ ส่วนท่านรองฯ ก็นั่งอึ้งไปสักพัก.....พอดีนึกขึ้นมาได้เลยมาเล่าครับ :>
ศักราช
IP: xxx.29.60.164
เขียนเมื่อ 

ขอแสดงความยินดียิ่งครับ ขอให้อนาคตเป็นศาสตราจารย์ให้ได้ครับ...ตราบที่ระบบการศึกษาให้เป็น...ขอไปให้ถึงครับ...แต่อาจารย์ต้องระวังว่า คนเป็น ดร.เป็น ผศ.,รศ.,ศ จะพูดกับคนอื่นไม่รู้เรื่องนะครับ(เขาว่ามาอย่างนั้น ผมไม่เกี่ยวครับ)

แต่ดูบุคลิกภาพของอาจารย์แล้ว...ไม่ใช่อย่างที่เขาว่าแน่นอน

ขอร่วมยินดีกับเรื่องราวดี ๆ ด้วยค่ะ ดร.ธวัชชัย ปิยะวัฒน์

สวัสดีครับพี่ดร.ธวัชชัย ผมก็ถือว่าชีวิตการขอผศ.กว่าจะได้มาก็เกือบครบหนึ่งปีและยื่นช้ากว่ากำหนดหลังจบป.เอก และชอบใช้ดร.นำหน้าด้วยเหตุผลเดียวกับอาจารย์ครับผม ด้วยความรักและคิดถึงเสมอครับผม

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไปงานศพ คุณย่าน้องปอนด์ เจอคุณพ่อ อาจารย์ด้วยค่ะ ท่านภูมิใจมากที่ อาจารย์ ได้เป็น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ค่ะ ... มนต์ดีใจนะ ที่เป็นรุ่นน้อง และเป็นลูกศิษย์ของคุณครู วันนี้มนต์ก็ได้ตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เหมือนกันค่ะ มาดูวันที่ยื่นแล้วขอตำแหน่งแล้ว ก็อดยิ้มไม่ได้ เป็น วันที่ 9 กันยายน เหมือนกันค่ะ แต่ของมนต์ เป็น พ.ศ. 2556 นับเวลากว่าจะประกาศผลก็ เกือบ 2 ปีเต็ม ..... หรือว่า วันที่นี้ มันจะมีมนต์ขลังนะ มนต์ก็รอจนท้อ ... อุปสรรคมันเยอะ เกือบไม่ได้ยื่น ... ด้วยเอกสารประกอบการสอนที่ยื่น เขียนต่างจากคนอื่นๆ .. ผู้รับเอกสารตรวจ ถามว่า มคอ.นี่ อะไร เขาอยากให้ทำอะไรแบบเหมือนๆ กับคนอื่นๆ ... แต่สุดท้าย เมื่อเรายืนยันว่า จะส่ง ก็ได้ส่งค่ะ ... และในที่สุด คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มาอบรมฯ ก็บอกให้คนที่มาส่งใหม่ ส่ง มคอ. ประกอบการสอนด้วย ... มันเป็นสิ่งที่แปลกมากที่เขาต้องการให้คนเราทำอะไรคล้ายๆ กัน แล้วความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมใหม่จะเกิดได้อย่างไร..

ยินดีกับมนต์ด้วยครับ เป็นก้าวแรกของการเข้าสู่ระบบวิชาการอย่างเต็มตัวครับ ระบบของไทยเราปัจจุบันก็ดีขึ้นมากแล้วเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ครับ ขอเป็นกำลังใจให้ทำผลงานต่อไปนะครับ

ส่วนผมก็หาเรื่องสนุกๆ ทำไปเรื่อยๆ ครับ ไม่ค่อยได้สนใจกับระบบวิชาการของไทยเท่าไหร่แล้วครับ ผมพยายามเรียกตัวเองว่า "นักวิชาการอิสระ" เพราะฟังดูแล้วมันเหมือน "ศิลปินอิสระ" ดี เท่ห์ไม่หยอกครับ

สำหรับคุณพ่อผม ด้วยความที่คุณพ่อเป็นทหารเก่า ท่านก็เข้าใจว่าตำแหน่งทางวิชาการเหมือนยศทหาร อธิบายท่านก็ยากอยู่ (เพราะระบบบ้านเรามันก็งงๆ ทางการก็ไม่ใช่ ไม่ทางการก็ไม่เชิง) ก็เลยปล่อยให้เข้าใจอย่างที่ท่านอยากจะเข้าใจครับ

จริงๆ แล้ว มนต์ทึ่งในความเป็นศิลปินอิสระของอาจารย์ นะคะ ^_^
มนต์เลยนำเอาแบบอย่างและแรงจูงใจ มาใช้ในการเรียนรู้ของตน
สำหรับมนต์แล้ว มนต์รู้ว่าคุณค่าของอาจารย์นั้นมันสูงกว่าตำแหน่ง "ผู้ช่วยศาสตราจารย์"
แต่เมื่อชีวิตเราถูกครอบงำอยู่ด้วยพยัญชนะ และสระ ก็จำเป็นที่จะต้องใช้มัน ใช้มันแบบไม่ติดกับดักของมัน มนต์เห็นรอยยิ้มของพ่ออาจารย์ วันนั้นมนต์ก็รู้สึกมีความสุขแทนค่ะ เพราะมนต์รู้ว่า มันไม่ต่างจากพ่อแม่มนต์ที่รู้สึกภูมิใจในตัวลูก

จริงครับ เราจะ "อิสระ" ยังไงก็ยังต้องอยู่ในกรอบที่ไม่ทำให้บุพการีเสียใจครับ :-)

GD
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์ บันทึกนี้ของอาจารย์เขียนเมื่อ เก้าปีที่แล้ว เพิ่งมาได้อ่าน เข้าใจจริง ๆที่อาจารย์พอใจที่จะใช้ ดร. มากกว่า ผศ. ความทรงจำคล้ายกันค่ะในการได้เรียนและใช้ชีวิตที่มหาวิทยาลัยที่เรียนมาที่โน่น ทำอย่างไรเราจะให้นักศึกษาไทยที่เรากำลังสอนอยู่มีประสบการณ์และเกิดความรู้สึกเช่นเดียวกันสักครึ่งก็ยังดี คิดถึงเมื่อไรก็มีความสุขนะคะ ตอนนี้ล่ะคะอาจารย์ปรับตัวปรับใจได้มากแล้วหรือยัง ดีใจที่อาจารย์ได้สร้าง gotoknow.org ไว้ขอบคุณมากต่ะ และขอเชียร์ให้อาจารย์เป็นศาสตราจารย์ภายใน 6 ปีนี้ค่ะ ฝืนใจหน่อยค่ะ .....

เรียนจนได้ปริญญาสูงสุด ทำงานก็ต้องให้สูงสุดทางวิชาการด้วยค่ะ ทำได้อยู่แล้ว

ขอบคุณครับอาจารย์ อย่างไรก็ตามสำหรับผมนั้นตำแหน่งทางวิชาการเหมือนกับองุ่นเปรี้ยวแล้วครับ อยู่สูงจนไม่อยากเอื้อม มองไปมองมาท่าทางจะเปรี้ยวได้มาแล้วจะอร่อยจริงหรือเปล่า ในขณะเดียวกันมองไปรอบตัวก็เห็นผลไม้อื่นๆ มากมาย ลองหยิบชิมดูกลับอร่อยดีติดใจ ครั้นจะกลับไปพยายามเก็บองุ่นที่อยู่สูงที่ไม่แน่ใจว่าอร่อยเท่ากับผลไม้ที่อยู่รอบตัวตอนนี้หรือเปล่าก็รู้สึกไม่คุ้มค่าที่จะทำครับ

ศ.กิจการ พรหมมา
IP: xxx.231.30.12
เขียนเมื่อ 

ผมผ่านมาได้อ่านเรื่ององุ่นเปรี้ยวของอาจารย์ ก็รู้สึกชอบการเปรียบเปรยของอาจารย์ในทันทีจนต้องพิมพ์ข้อความนี้ "องุ่นเปรี้ยว" พันธุ์นี้เป็นอย่างนี้เองขอรับ กว่าจะหยิบมันมาได้ อาจารย์จะรู้สึกว่า ผลไม้อื่นโดยรอบมันยียวนชวนรับประทานมากกว่าหลายเท่า จึงอดใจหยิบผลไม้อื่นที่อยู่รอบตัวมิได้ "องุ่นเปรี้ยว" จึงอยู่สูงเช่นนั้นอย่างเปล่าเปลี่ยวเดียวดายไร้ผู้เด็ดดอมมาโดยตลอด จะว่าไปก็เป็นกระบวนการธรรมชาติในการขจัดคู่แข่งขัน ผมอยากให้กำลังใจแด่ท่านอาจารย์ได้ลองหยิบองุ่นพันธุ์นี้สักครา แม้ว่าหยิบมาชิมสำเร็จแล้วมันจะไม่อร่อยอย่างที่คิดไว้ แต่เชื่อว่าอาจารย์จะได้เรื่องราวที่ประทับใจไม่แพ้ชีวิตเรียนปริญญาเอกที่อเมริกาเลย

ขอบคุณอาจารย์มากสำหรับความเห็นครับ ได้รับความเห็นจากอาจารย์ทำให้ผมได้ใช้เวลาคิดเรื่องนี้มากขึ้น คิดไปหลายวันทีเดียวกว่าจะได้มาตอบความเห็นอาจารย์ครับ

จากประสบการณ์ที่ผมได้รับจากระบบการศึกษาไทยมาจนถึงวันนี้ผมยิ่งมั่นใจขึ้นว่าองุ่นนี้เปรี้ยวแน่นอนครับ ในขณะเดียวกันผลไม้รอบกายที่ผมกำลังรับประทานอยู่นี้กลับพิสูจน์ตัวเองด้วยการชิมว่าอร่อยแน่นอนครับ

เปรียบอีกนัยหนึ่ง การพยายามให้ได้ตำแหน่งวิชาการในประเทศไทยเหมือนการพยายามปลูกต้นแอปเปิลในประเทศไทยแล้วโค่นต้นมะม่วงเขียวเสวยทิ้งครับ

แต่กระบวนการการขอตำแหน่งวิชาการของไทยเดี๋ยวนี้ดีขึ้นมากแล้วครับ สมัยผมขอตำแหน่ง ผศ. นั้นระบบลับลมคมในเปิดโอกาสให้กลั่นแกล้งให้คุณให้โทษได้ง่าย แต่ปัจจุบันเมื่อมหาวิทยาลัยต่างๆ ต้องการผลงานว่ามีคณาจารย์ที่มีตำแหน่งวิชาการมากก็ต้องปรับปรุงระบบให้โปร่งใสขึ้นเป็นธรรมดาครับ

แต่แม้ระบบจะดีขึ้นแล้วก็ตาม ปัจจุบันผมอยู่ในจุดที่การได้ตำแหน่งวิชาการมาแทบไม่มีประโยชน์กับผมเลยครับ งานวิชาการในระบบสำหรับผมตอนนี้เปรียบเหมือนงานอดิเรกแล้วครับ