GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ชีวิตที่พอเพียง : เที่ยว Cape Cod

สิ่งที่ผมไม่เคยได้ยิน คือ kettle pond เป็นสระใหญ่ที่เป็นสระที่เกิดจากภูเขาน้ำแข็งฝังดินอยู่ เมื่อน้ำแข็งละลายและระเหยไปก็เหลือเป็นอ่างดินขนาดใหญ่ เมื่อน้ำใต้ดินซึมมาอยู่เต็มก็กลายเป็นสระน้ำจืดอยู่ในบริเวณใกล้ชายฝั่งทะเล

ชีวิตที่พอเพียง : เที่ยว Cape Cod

  •  วันที่ ๑๑ มิย. ๔๙ เป็นวันสุดท้ายของเราที่ บอสตัน ลูกสาวขับรถพาไปเที่ยว Cape Cod แหล่งตากอากาศ เที่ยวธรรมชาติ และใช้ชีวิตกลางแจ้งของรัฐแมสซาชูเสทส ลักษณะของ Cape Cod คล้ายแหลมตะลุมพุกของ จ. นครศรีธรรมราช แต่ Cape Cod คงจะใหญ่กว่าหลายเท่า และเป็นอุทยานแห่งชาติด้วย
  • เมืองที่อยู่ตรงหัวแหลม คือ Provincetown อยู่ห่างจากบอสตัน ๑๓๒ ไมล์ ลูกสาวใช้เวลาขับ ๒ ชม. แต่ตอนขาไปแวะซื้ออาหาร และแวะชมสถานที่ไปเป็นระยะๆ มีเรือด่วนลำโตแล่นระหว่าง บอสตัน – โพรวินซ์ ทาวน์ ใช้เวลาเพียง 1 ½ ชม. ค่าโดยสาร $68 round trip เราเห็นแล้วก็หมายตาไว้ว่าคราวหน้าถ้าได้มาบอสตันอีก จะลองนั่งเรือนี้ไปเที่ยว Provincetown

                       

                              ในเมือง Provincetown

                       

                   เรือด่วนไปกลับ Boston - Provincetown

  • มีเรือบริการพาไปตกปลาในทะเล และเรือยอชท์ จอดอยู่เต็มไปหมด

                       

                       ที่ชายหาดนอกเมือง Provincetown

  • ที่ดินตรง Cape Cod นี้เกิดจากการทับถมของทรายจากภูเขาน้ำแข็งที่ขยายตัว – หดตัว เป็นวงจรหลายครั้ง ในช่วงเวลา 25,000 ปี เวลานี้มีลักษณะเป็นภูเขาทราย (sand dune) ที่เปลี่ยนภูมิทัศน์ไปเรื่อยๆ ตามคลื่น และลม เขามีวิดีโออธิบายการเกิด Cape Cod และการเปลี่ยนภูมิทัศน์ของภูเขาทราย กลับไป กลับมาในเวลาไม่กี่วัน

                            

                                 ภูเขาทราย (sand dune)

                           

                           หน้า Salt Pond Visitor Center

                           

            Salt Pond ทะเลสาบที่เกิดจากภูเขาน้ำแข็งละลาย

  • สิ่งที่ผมไม่เคยได้ยิน คือ kettle pond เป็นสระใหญ่ที่เป็นสระที่เกิดจากภูเขาน้ำแข็งฝังดินอยู่ เมื่อน้ำแข็งละลายและระเหยไปก็เหลือเป็นอ่างดินขนาดใหญ่ เมื่อน้ำใต้ดินซึมมาอยู่เต็มก็กลายเป็นสระน้ำจืดอยู่ในบริเวณใกล้ชายฝั่งทะเล
  • เดิมบริเวณนี้มีคนพื้นเมือง (อินเดียนแดง) อาศัยอยู่ คนขาวกลุ่มแรกที่มาอยู่มาขึ้นบกที่นี่ในปี คศ. 1620 โดยแล่นเรือมาจากอังกฤษ เขาเรียกคนกลุ่มนี้ว่า The Pilgrims เมื่อตอนนั้นสภาพบริเวณนี้เป็นป่าทึบ เมื่อมีคนมาอยู่และตัดไม้ไปใช้แบบไม่ปลูกทดแทน ในที่สุดป่าก็กลายเป็นทะเลทราย
  • ที่น่าประทับใจสหรัฐอเมริกา คือบริการสาธารณะดีมาก มีศูนย์บริการข้อมูลและให้คำแนะนำอย่างดี และมีอัธยาศัยไมตรี มีลู่ขี่จักรยาน ลู่วิ่ง ลู่เดินชมธรรมชาติ ให้คนใช้ร่วมกัน และผู้คนก็ใช้อย่างเคารพสิทธิของผู้อื่น
  • ลูกสาวบอกว่าเมือง Provincetown เป็นแหล่งชุมนุมของเกย์ และ เลสเบี้ยน คนกลุ่มนี้จะแสดงตัวด้วยธงสายรุ้ง ลูกสาวบอกได้ด้วยความชำนาญว่าหนุ่มคนไหนเป็นเกย์ และสาวคู่ไหนเป็นเลสเบี้ยน ผมได้ถ่ายรูปมาให้ดูด้วย

                                  

รถบริการของบริษัทที่มีตราสีรุ้งเช่นนี้ลูกสาวบอกว่าเป็นของกลุ่ม เกย์ - เลสเบี้ยน

                         

                  ธงสีรุ้ง บอกว่าเป็นชุมชนเกย์ - เลสเบี้ยน

  • เราโชคดีมากที่วันนี้แดดดีและฝนไม่ตก แม้พยากรณ์อากาศจะบอกว่าฝนจะตกตอนเย็น

                        

บรรยากาศถนนในเมือง Provincetown นักท่องเที่ยวคึกคักหลังฝนหยุด

วิจารณ์ พานิช

๑๑ มิย. ๔๙ บอสตัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 36356
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

ชอบจังเลยค่ะ ที่อาจารย์พาเที่ยวด้วย ขอบคุณค่ะ
เยียมจริง ๆ ครับ ผมมาบอสตันครั้งหนึ่งแต่ไม่ได้มาเที่ยว Cape cod และ Provincetown ได้แค่นั่งรถไฟใต้ดินจาก south station ไป MIT , Havard 4-5 ป้ายรถไฟ และ นั่ง shuttle bus ชมวิวทิวทัศน์ รอบ ๆ MIT  เมื่อปีที่แล้วครับ