เลิกงานมา..นั่งๆ นอนๆ เอกเขนกบนเปลหวาย..ลมเย็นๆ ตอนหัวค่ำพัดโชยมา หยิบหนังสือเล่นหนึ่งมาพลิกอ่านอย่างสบายอารมณ์ เปิดพลิกไปพอเพลินและผ่อนคลาย ไปเจอท่อนหนึ่งที่"ท่านมหาตมะ  คานที" พูดถึงงานกับชีวิต ผ่านการบอกเล่าโดย "คุณรสนา  โตสิตระกูล" ในบทสัมภาษณ์พิเศษ ในนิตยสารกุลสตรีฉบับที่ 851 ปีที่ 36 ปักษ์หลัง มิ.ย. 49

ในชีวิตมนุษย์เราจะมีงานแค่ 2 อย่าง คือ

  • การหาเลี้ยงชีพ ซึ่งถ้าจะให้ใกล้ชิดกับสิ่งที่สมควรที่สุด คือ การหาเลี้ยงชีพ ซึ่งถ้าจะให้ใกล้ชิดกับสิ่งที่สมควรที่สุด คือ ทำงานที่อยู่ในแวดวงของปัจจัย 4
  • งานที่ขัดเกลาชีวิตด้านในของเรา ถ้าหากเราขัดเกลาชีวิตให้มีความเข้าใจชีวิตมากขึ้น นั่นคือ สิ่งที่คุณค่าที่สุดสำหรับชีวิตของการเกิดมาเป็นมนุษย์

        ทำให้ต้องนิ่งและหันกลับมาทบทวน "ตน" ว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมา "ตน" ได้ทำงานอะไร อย่างไรบ้าง อย่างน้อยสิบกว่าปีที่ผ่านก็ได้ลงมือทำงาน "การหาเลี้ยงชีพ" มาบ้าง และช่วงหลังของชีวิตที่ได้เริ่มก้าวเข้ามาสู่ "งานที่ขัดเกลาชีวิตด้านในของเรา" แม้จะเป็นงานที่ไม่ได้เพิ่มรายได้ที่เป็นสินทรัพย์อะไรแก่ชีวิต แต่ก็มีมูลค่าอย่างมากมายต่อ "ชีวิต" ให้ได้เรียนรู้กับคำว่า "คุณค่า"ของความเป็นมนุษย์ และได้ใช้ "ทุน" ที่มีอยู่แห่ง "ตน" ทำประโยชน์ต่อรอบด้านอย่างไม่จำกัดและไม่มีวันหมด ซึ่งทุนที่ว่านั้นคือ "ทุนทางปัญญา" ดั่งที่ท่านอาจารย์วิจารณ์ เคยกล่าวถึงไว้ในบันทึกของท่าน จากเดิมที่ไม่ค่อยทุกข์อะไรมากมายนัก ทุกวันนี้ทุกข์ที่ว่านั้นก็เพียงมาเยี่ยมเยียนทักทาย และอยู่กับเราไม่นานนัก...ชีวิตที่ว่าทุกวันนี้จึงค่อนข้างสนุกสนาน เบิกบาน กับการทำงานและการดำเนินชีวิตยิ่งนัก งานหลักทำอย่างเต็มที่ตามหน้าที่ งานที่ขัดเกลาชีวิตก็ทำด้วยหัวใจที่ทุ่มเทที่อยากจะทำ...ชีวิตนี้พอมีเป้าหมายที่ชัดของการดำรงอยู่ คำว่า "พอเพียง" ก็เริ่มที่จะเรียนรู้และรู้จัก...อย่างสะสมความเข้าใจ