ชีวิตที่มีคุณค่า

      หนังสือเล่มโปรดของฉันคือหนังสือ เรื่อง The Last Lecture (เลกเชอร์ครั้งสุดท้าย) แปลโดย วนิษา เรซ

 

      หนังสือเล่มนี้ดำเนินเรื่องโดยการปาฐกถา หัวข้อ “เลกเชอร์ครั้งสุดท้าย” ของแรนดี เพาช์ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์แห่งมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน  เมื่อเขารู้ว่าเป็นมะเร็งในตับอ่อนขั้นสุดท้าย และในการปาฐกถาที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ เป็นหัวข้อ “ทำความฝันในวัยเด็กของคุณในเป็นจริงได้อย่างแท้จริง”ในหนังสือเขาได้กล่างถึง การเอาชนะกับอุปสรรค การใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในมีค่าที่สุด หนังสือเล่มนี้ถ้าดูผิวเผินเหมือนเป็นเรื่องของความตาย แต่ถ้าได้อ่านแล้วเป็นเรื่องของการมีชีวิตอยู่ในเวลาที่เหลืออันน้อยนิด  การมีความหวัง และทุกเวลาของการมีชีวิตอยู่

       ในหนังสือเล่มนี้ได้ผสมผสานแรงบันดาลใจ  การเอาชนะกับอุปสรรคของตัวเอง  การใช้ชีวิตของตัวเอง  ได้สะท้อนถึงความตายของตนเอง และได้บรรยายถึงสิ่งที่สำคัญและมีค่าที่สุดก็คือ ครอบครัว ภรรยาและลูกๆของเขา เป็นเรื่องราวที่อ่านแล้วชวนติดตาม ให้ผู้อ่านได้คิด และนึกถึงตัวเองอยู่ตลอดเวลา   ต้องย้อนมองดูตัวเอง อ่านแล้วทำให้เกิดความถามขึ้นในใจ ชวนให้คิดทุกขั้นตอนในเรื่องที่อ่าน  ฉันได้อ่านและได้เกิดคำถามขึ้นในใจว่า ถ้ารู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย เราจะทำยังไง เราจะต้องใช้ชีวิตยังไง เราจะเป็นทุกข์หรือไม่ เราจะมีสติสัมปชัญญะครบไหม  เราจะเตรียมตัวยังไง ไม่ให้คนที่อยู่ข้างเราของเราเป็นทุกข์  และถ้าเราตายไปแล้วเราจะทิ้งอะไรไว้ให้คนข้างหลังโดยเฉพาะครอบครัวของเรา  เราจะนึกถึงหรือเปล่าว่าช่วงที่เรากำลังจะตาย เราจะไม่รักครอบครัว  ในโลกนี้เกิดเป็นคนแล้วต้องมี เกิด แก่ เจ็บ ตาย

        หนังสือเล่มนี้ทำให้เรารู้ถึงการใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันอย่างมีสติ มีเหตุมีผล วิธีการดำเนินชีวิตในเวลาที่เหลืออยู่ และอยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพ  และเรียนรู้ที่จะปรับตัว และมันจะทำให้ชีวิตของเรามีคุณค่า

        เหตุผลที่ฉันเลือกหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพราะว่าเป็นหนังสือที่อ่านแล้วได้แง่คิด มุมมองใหม่ๆ ได้สาระดีๆ  เนื้อหาข้างในหนังสือเล่มนี้จะมีแนวคิดแฝงอยู่ในเรื่อง อ่านแล้วทำให้ผู้อ่านมีคำถามอยู่ตลอดเวลา ทำให้เนื้อเรื่องชวนน่ะติดตาม   ดิฉันอยากจะเชิญชวนให้ลองอ่านดูน่ะค่ะ รับรอบไม่ผิดหวัง ค่ะ

การอ่านหนังสือประเภทนี้ เป็นการฝึกให้ตัวเราต้องสู้กับปัญหาและอุปสรรคให้ผ่านไปได้