การท่องเที่ยวในสถานที่ทางประวัติจะสนุก และได้อรรถรสเมื่อได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของสถานที่นั้นมาล่วงหน้า

      วันนี้ช่วงบ่ายสามได้ฤกษ์ออกจากบ้านขับรถไปจอดที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ลาดพร้าว จากนั้นนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปลงที่หมอชิตแล้วต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสไปสถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่ต้องนั่งรถแบบนี้เพื่อความสะดวกของแม่ค่ะ...ครูนกไปกับแม่อยากให้ไปแบบสบายๆ เหตุผลที่เราไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ...เราต้องการไปแสดงออกว่า "เรารักชาติ" แต่สิ่งที่อยากนำมานำเสนอวันนี้ประเด็นอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  ซึ่งครูนกเคยคิดว่า อยากไปดูรอบๆ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแต่เมื่อมองไปคำถามแรกคือ เราจะข้ามถนนแล้วเข้าไปที่อนุสาวรีย์ฯ ได้อย่างไร ในอดีตคิดว่าไม่สามารถเพราะที่นี่เป็นศูนย์การจราจรที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร แต่วันนี้ข้ามได้อย่างง่ายได้ด้วยความสามัคคีค่ะ..คือข้ามพร้อมกับผู้คนจำนวนมากซึ่งมีเป้าหมายเดียวกัน
คราวนี้มาเรียนรู้ประวัติของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิกันนะค่ะ


        อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญและเป็นที่จารึกรายนามทหารที่เสียชีวิตใน กรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส (สงครามอินโดจีน) สงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเกาหลีแล้ว
        อนุสาวรีย์แห่งนี้ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กประดับศิลาอ่อน มีรูปทรงเป็นดาบปลายปืน 5 เล่ม มีความสูงประมาณ 50 เมตร รอบดาบปลายปืนมีรูปปั้นนักรบ 5 เหล่า คือ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ และพลเรือน ยืนล้อมรอบอยู่ บริเวณใต้รูปปั้นมีแผ่นทองแดงซึ่งเป็นที่จารึกรายชื่อของผู้เสียชีวิต และผู้สละชีพเพื่อชาติจากสงครามต่างๆ ตั้งแต่ พ.ศ.2483-2497 รวมทั้งสิ้น 801 นาย 
        ทุกวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ของทุกปี องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และครอบครัวทหารผ่านศึก ทหารนอกประจำการ และผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของชาติ จะร่วมกันจัดพิธีวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเป็นการแสดงความคารวะต่อดวงวิญญาณของเหล่านักรบผู้กล้า และยังมีพิธีสวนสนามที่ลานอเนกประสงค์ กองพันทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ด้วย
       ขอบคุณโอกาสที่ทำให้ครูนกได้ไปยืนใกล้อนุสาวรีย์มากที่สุดครั้งแรกในชีวิตทำให้สิ่งที่สงสัยสมัยเด็กได้รับคำตอบทำให้ประวัติศาสตร์ที่ทราบมามีคุณค่า