หลงทางเสียเวลา หลงอวิชชาเสียอุดมการณ์ (๒)

อย่างเราพัฒนาตัวเอง ไม่ว่าเรื่องภายนอกเรื่องอะไรอย่างนี้มันค่อย ๆ เป็นนะ
สิ่งเหล่านี้แหละที่จะเป็นทรัพยากรของลูกหลาน ของชาติ หรือของโลกในอนาคต ที่เราฝึกเราอยู่นี้นะ
ถ้ามันเป็นแล้วก็ถ่ายทอดแก่กุลบุตรลูกหลาน  มันไม่ใช่ว่าได้ประโยชน์เฉพาะเรา ได้ประโยชน์ส่วนรวมของมหาชนทั้งหลาย
ใหม่ ๆ มันก็เก้อเขินหรอก แต่ว่านาน ๆ ไปมันก็เป็นมันก็คล่องหรอก
ก็ของไม่เป็นมันก็ลำบาก ถ้าของเป็นแล้วมันก็สบาย อย่างนี้แหละ
แต่ทุกอย่างมันต้องเป็น มันต้องฝึกได้

เรามีโอกาสพิเศษ เราเป็นพระ เป็นเณรเรามีโอกาสได้ฝึกจิตใจโดยเฉพาะ ฝึกใจดีใจสบาย ฝึกความดับทุกข์โดยเฉพาะนี้มันเป็นโอกาสพิเศษ
นับว่าเรานี้โชคดีมาก ถ้าเป็นฆราวาสญาติโยมเค้าก็มีธุรกิจมากต้องคิดอะไรอย่างอื่น แล้วคิดไม่ติดต่อ หรือว่าการสั่งสมความสงบ ความเยือกเย็น หรือการพิจารณาให้เกิดความสงบเกิดปัญญามันก็มีน้อย
เราเป็นพระนี้มันโชคก็ดีและ ได้ฝึกอยู่ตลอดเวลานะ

ลูกศิษย์ผ้าขาวก็เป็นพระเหมือนกันนะ เพราะว่าพระอยู่ที่ใจนะ
พระนี้ไม่ได้อยู่ที่กายหรอก พระนี้อยู่ที่ใจของทุก ๆ ท่าน
ถ้าใจของใครเข้าถึงความสงบ ความเยือกเย็น คนนั้นแหละเป็นพระ


 
หูมีอะไรมันก็ได้ยินอยู่อย่างนี้แหละ ได้เห็นอย่างนี้แหละ  ถ้าเราไม่รู้จักมัน ถ้าเราไม่รู้แจ้งมัน ถ้าเราไม่สลัดมันออก มันก็จะหลงไปเรื่อย

นี่เราเดินธุดงค์เพื่อที่จะผ่านป่านี้แหละ  ป่าที่มันกำลังดังอยู่นี้แหละ ผ่านป่าที่มันเห็นอะไรสวย ๆ นี้แหละ เห็นแล้วหลบหน้าอะไร สู้เค้าไม่ได้ เพราะว่าไม่มีพลัง ถูกเค้าต่อยเอา หน้าหงายไปเลย

เรามันฝึกยังไม่พอนะ ฝึกยังไม่ถึงขั้นมัน ในชีวิตประจำวันเราผ่านไป เราเดินไปหรือเราอยู่อย่างนี้ ต้องรู้จักสิ่งเหล่านี้แหละ เพื่อที่จะสอบ หรือว่าเพื่อจะผ่านทางสติทางปัญญา

มันก็ไม่น่ามีปัญหานะ แต่มันชอบมีปัญหานะ มันก็ไม่มีอะไรเน๊อะ


มันคงเกี่ยวกับการดำริออกไปข้างนอก การเพลิดเพลินข้างนอก เป็นเพราะความเคยชินมานานมามาก กว่าจะมาดัดมาแปลงกัน คล้าย ๆ ว่า แม่น้ำอยู่คนละฟากภูเขาล่ะเดี๋ยวนี้ นี่จะขุดภูเขา เจาะภูเขาไปให้น้ำมันไหลไปฟากโน้น มันก็ต้องใช้ความเพียร ใช้พลังมากทีเดียว


แต่ถ้าจะพูดอย่างหนึ่ง มันก็ไม่ยากลำบากเกิน อย่างพระพุทธเจ้าท่านสอนให้เจริญสติปัฏฐานสี่
มารู้กาย รู้ตัวทั่วพร้อม สบาย อย่างนี้ รู้ทุกอย่างว่ามันไม่แน่ไม่เที่ยง รู้ทุกอย่างว่าไปยึดไปถือไม่ได้ ไปยึดไปถืออันตราย
ที่จะดับทุกข์ได้ต้องกลับมาหาตัวเอง ความสงบ ความเยือกเย็น จนจิตใจมันไม่ปรุงแต่งอะไร จนไม่มีกลางวันกลางคืน ไม่มีผู้หญิงผู้ชาย ไม่มีอะไรมีแต่สติสัมปชัญญะ ที่เป็นตัวธรรมชาติที่สมบูรณ์ “สบาย”

การเจริญสติปัฏฐานสี่นี้ท่านถึงบอกว่า “ได้เร็วไปเร็ว” ตัวสรุปผลสุดท้ายก็ สัมมาวิปัสสนา คือพิจารณาเรื่อง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พิจารณาเรื่องธรรมชาติที่ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน แล้วก็ทำให้จิตใจมันสงบ มันเย็น

เราก็ลองคิดดูซิคนที่เค้าตามสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไปจนแก่จนเฒ่าก็ไม่เห็นได้อะไรซักอย่าง ก็ได้แต่ความโง่  หรือว่าได้สิ่งที่ไม่ได้เน๊อะ
ท่านถึงว่า หลงทางเสียเวลา หลงอวิชชาเสียนี่ก็อุดมการณ์ที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์...

คำสอนขององค์พ่อแม่ครูบาอาจารย์ในวันธรรมะสวนะ
๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๗
ที่ป่าช้าบ้านร่องเข็ม อ.ร้องกวาง จ.แพร่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู



ความเห็น (0)