สรุปงานวิจัย 5 เรื่อง


วิจัย ส่งงาน ดร. ดิศกุล

 

 

ชื่อเรื่อง :  ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1

ผู้วิจัย  :    กมลรัตน์  มีผดุง

ปีที่วิจัย  :  มีนาคม 2550                                                                      

วัตถุประสงค์  :  1.  เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขต

    พื้นที่การศึกษา สระแก้ว เขต 1

                                2. เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัด

    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สระแก้ว เขต 1

วิธีที่ใช้                   :  เป็นงานวิจัยเชิงสำรวจ

วิธีการวิจัย            :  

ประชากร             คือ ข้าราชการครู ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 จำนวน 286  คน

กลุ่มตัวอย่าง        คือ ข้าราชการครู ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 จำนวน 164  คน

ผู้วิจัยได้ได้จากการกลุ่มประชากรโดยวิธีสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling)  ตามตารางของเครจซี่ และมอร์แกน  (Krejcie & Morgan, 1970, P.607-610)

เครื่องมือ              คือ  แบบสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพของข้าราชการครู แบบสอบถามเกี่ยวกับสถานะภาพความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครู รวมทั้งหมด 50 ข้อ มี 5 ระดับ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด

วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยศึกษาทฤษฎี งานวิจัย ที่เกี่ยวข้อง
  2. กำหนดขอบเขตการวิจัย ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจ
  3. หาคุณภาพของแบบสอบถามในการวิจัย โดยหาเป็นค่าความเที่ยงตรง การทดสอบค่าอำนาจการจำแนก และความเชื่อมั่น
  4. ขอหนังสือรับรองจากบัณฑิตวิทยาลัย ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 เพื่อขอความร่วมมือในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิจัย
  5. ผู้วิจัยนำแบบสอบถามให้ข้าราชการครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง 164 ฉบับ  โดยนำไปให้ด้วยตนเอง
  6. จัดกระทำข้อมูล  ตรวจสอบความถูกต้อง นำแบบสอบถามมาลงรหัสให้คะแนน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS for Windows
  7. นำผลคำนวนมาทำการวิเคราะห์ข้อมูลตามความมุ่งหมายของการวิจัยต่อไป

วิธีวิเคราะห์ผล

  1. วิเคราะห์ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 ใช้คะแนนเฉลี่ย  (  ) และ ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (SD)
  2. เปรียบเทียบความพึงพอใจการปฏิบัติงานของข้าราชการครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 จำแนกตามเพศ และประสบการณ์ในการทำงานโดยการทดสอบค่าที่ (t-test)

ผลการวิจัยพบว่า

  1. ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 ปัจจัยจูงใจ และปัจจัยค้ำจุน โดยรวมและรายด้าน ทุกด้านอยู่ในระดับมาก 
  2. ข้าราชการครูเพศชาย และเพศหญิง มีความพึงพอใจในการปฏิบัติงานในปัจจัยจูงใจ และปัจจัยค้ำจุน โดยรวมและรายด้าน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
  3. ข้าราชการครูที่มีประสบการณ์น้อย กับข้าราชการครูที่มีประสบการณ์มากมีความพึงพอใจในการปฏิบัติงานในปัจจัยจูงใจ และปัจจัยค้ำจุน โดยรวมและรายด้าน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ  ยกเว้นด้านความรับผิดชอบ ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน และสภาพแวดล้อมการทำงาน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

 

ชื่อเรื่อง :  ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูในอำเภอสอยดาวสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรีเขต2

ผู้วิจัย  :    วรวรรณ  ม่วงทองเกตุ

ปีที่วิจัย  :  ตุลาคม 2550

วัตถุประสงค์      :

  1. เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูในอำเภอสอยดาวสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 

จันทบุรีเขต  2

  1. เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูในอำเภอสอยดาวสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรีเขต 2 จำแนกตามประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน และขนาดโรงเรียน

วิธีที่ใช้                   :  เป็นงานวิจัยเชิงสำรวจ

วิธีการวิจัย            :  

ประชากร             คือ ข้าราชการครู ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในอำเภอสอยดาวสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี

เขต 2   จำนวน 346  คน  จาก 23 โรงเรียน

กลุ่มตัวอย่าง        คือ ข้าราชการครู ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในอำเภอสอยดาวสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรีเขต 2 จำนวน 181  คน  ผู้วิจัยได้ได้จากการกลุ่มประชากรโดยวิธีสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling)  ตามตารางของเครจซี่ และมอร์แกน  (Krejcie & Morgan, 1970, P.607-610)

เครื่องมือ              คือ  แบบสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพของข้าราชการครู แบบสอบถามเกี่ยวกับสถานะภาพความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครู รวมทั้งหมด 50 ข้อ มี 5 ระดับ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด

วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยศึกษาทฤษฎี งานวิจัย ที่เกี่ยวข้อง
  2. กำหนดขอบเขตการวิจัย ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจ
  3. หาคุณภาพของแบบสอบถามในการวิจัย โดยหาเป็นค่าความเที่ยงตรง การทดสอบค่าอำนาจการจำแนก และความเชื่อมั่น
  4. ขอหนังสือรับรองจากบัณฑิตวิทยาลัย ถึงผู้อำนวยการสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 2 เพื่อขอความร่วมมือในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิจัย
  5. ผู้วิจัยนำแบบสอบถามให้ข้าราชการครูในอำเภอสอยดาวสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี

เขต 2 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง 181 ฉบับ  โดยนำไปให้ด้วยตนเอง

 

  1. จัดกระทำข้อมูล  ตรวจสอบความถูกต้อง นำแบบสอบถามมาลงรหัสให้คะแนน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS for Windows
  2. นำผลคำนวนมาทำการวิเคราะห์ข้อมูลตามความมุ่งหมายของการวิจัยต่อไป

วิธีวิเคราะห์ผล

  1. วิเคราะห์ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูในอำเภอสอยดาวสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 2  ใช้คะแนนเฉลี่ย  (  ) และ ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (SD)
  2. เปรียบเทียบความพึงพอใจการปฏิบัติงานของข้าราชการครูในอำเภอสอยดาวสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 2 จำแนกตามประสบการณ์การทำงาน และขนาดของโรงเรียนโดยการทดสอบค่าที่ (t-test)

ผลการวิจัยพบว่า

  1. ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 ปัจจัยจูงใจ และปัจจัยค้ำจุน โดยรวมและรายด้าน ทุกด้านอยู่ในระดับมาก 
  2. ข้าราชการครูที่มีประสบการณ์น้อย กับข้าราชการครูที่มีประสบการณ์มากมีความพึงพอใจในการปฏิบัติงานในปัจจัยจูงใจ และปัจจัยค้ำจุน โดยรวมและรายด้าน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
  3. ข้าราชการครูในโรงเรียนขนาดเล็ก กับข้าราชการครูที่ปฏิบัติงานในโรงเรียนขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ในปัจจัยจูงใจ และปัจจัยค้ำจุนมีความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน โดยรวม และรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

 

ชื่อเรื่อง :  ความพึงพอใจของข้าราชการครูในอำเภอขลุงที่มีต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรีเขต 2

ผู้วิจัย  :    ศรีประภา  พิงกุศล

ปีที่วิจัย  :  พฤศจิกายน 2550

วัตถุประสงค์      :

  1. เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูภายในอำเภอขลุงสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 

จันทบุรีเขต  2 จำแนกตามสถานภาพ

  1. เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของผู้บริหารและครูภายในอำเภอขลุงสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  จันทบุรีเขต  2 จำแนกตามสถานภาพ

วิธีที่ใช้                   :  เป็นงานวิจัยเชิงสำรวจ

วิธีการวิจัย            :  

ประชากร             คือ ผู้บริหารโรงเรียน และครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในอำเภอขลุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

             จันทบุรีเขต 2   จำนวน ผู้บริหารสถานศึกษา 27  คน ครู  260  คน  รวมทั้งหมด 287  คน

กลุ่มตัวอย่าง        คือ ผู้บริหารโรงเรียน และครู  ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในอำเภอขลุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรีเขต 2 ผู้บริหารสถานศึกษา 25  คน ครู  155  คน   รวมทั้งหมด 180 คน ผู้วิจัยได้ได้จากการกลุ่มประชากรโดยวิธีสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling)  ตามตารางของเครจซี่ และมอร์แกน  (Krejcie & Morgan, 1970, P.607-610)

เครื่องมือ              คือ  แบบสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพของครู ผู้บริหาร แบบสอบถามเกี่ยวกับสถาพความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครู รวมทั้งหมด 60 ข้อ มี 5 ระดับ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด

วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยศึกษาทฤษฎี งานวิจัย ที่เกี่ยวข้อง
  2. กำหนดขอบเขตการวิจัย ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจ
  3. หาคุณภาพของแบบสอบถามในการวิจัย โดยหาเป็นค่าความเที่ยงตรง การทดสอบค่าอำนาจการจำแนก และความเชื่อมั่น
  4. ขอหนังสือรับรองจากบัณฑิตวิทยาลัย ถึงผู้อำนวยการสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 2 เพื่อขอความร่วมมือในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิจัย
  5. ผู้วิจัยนำแบบสอบถามให้ครูในอำเภอขลุงสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี

เขต 2 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง 180 ฉบับ  โดยนำไปให้ด้วยตนเอง

  1. จัดกระทำข้อมูล  ตรวจสอบความถูกต้อง นำแบบสอบถามมาลงรหัสให้คะแนน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS for Windows
  2. นำผลคำนวนมาทำการวิเคราะห์ข้อมูลตามความมุ่งหมายของการวิจัยต่อไป

วิธีวิเคราะห์ผล

  1. วิเคราะห์ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูในอำเภอขลุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 2  ใช้คะแนนเฉลี่ย  (  ) และ ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (SD)
  2. เปรียบเทียบความพึงพอใจการปฏิบัติงานของในอำเภอขลุง  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 2 จำแนกตามประสบการณ์การทำงาน และขนาดของโรงเรียนโดยการทดสอบค่าที่ (t-test)

ผลการวิจัยพบว่า

  1. ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูในอำเภอขลุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 2 ปัจจัยจูงใจ และปัจจัยค้ำจุน โดยรวมและรายด้าน ทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง
  2. ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของผู้บริหารในอำเภอขลุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 2 โดยรวมอยู่ในระดับมาก  

 

 

ชื่อเรื่อง :  การปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูของผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขตอำเภอแกลง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต 2

ผู้วิจัย  :    ธงชัย  วนิชรัตน์

ปีที่วิจัย  :  มีนาคม 2548

วัตถุประสงค์      :

  1. เพื่อศึกษาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูของผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขตอำเภอแกลง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต 2  จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และสถานที่ตั้งโรงเรียน
  2. เพื่อเปรียบเทียบการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูระหว่างครู จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และสถานที่ตั้งโรงเรียน

วิธีที่ใช้                   :  เป็นงานวิจัยเชิงสำรวจ

วิธีการวิจัย            :  

ประชากร             คือ ครูของผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขตอำเภอแกลง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต 2  จาก 5 โรงเรียน จำนวน 270 คน

กลุ่มตัวอย่าง        คือ ครูของผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขตอำเภอแกลง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต 2  จาก 5 โรงเรียน จำนวน 159 คน  ผู้วิจัยได้ได้จากการกลุ่มประชากรโดยวิธีสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling)  ตามตารางของเครจซี่ และมอร์แกน  (Krejcie & Morgan, 1970, P.607-610)

เครื่องมือ              คือ  แบบสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพของข้าราชการครู แบบสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูของผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขตอำเภอแกลง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต 2  จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และสถานที่ตั้งโรงเรียน   มี 5 ระดับ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด

วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยศึกษาทฤษฎี งานวิจัย ที่เกี่ยวข้อง
  2. กำหนดขอบเขตการวิจัย ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจ
  3. หาคุณภาพของแบบสอบถามในการวิจัย โดยหาเป็นค่าความเที่ยงตรง การทดสอบค่าอำนาจการจำแนก และความเชื่อมั่น
  4. ขอหนังสือรับรองจากบัณฑิตวิทยาลัย ถึงผู้อำนวยการสังกัดสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต 2 เพื่อขอความร่วมมือในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิจัย
  5. ผู้วิจัยนำแบบสอบถามให้ข้าราชการครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต 2 อำเภอแกลง

ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง 159 ฉบับ  โดยนำไปให้ด้วยตนเอง

  1. จัดกระทำข้อมูล  ตรวจสอบความถูกต้อง นำแบบสอบถามมาลงรหัสให้คะแนน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS for Windows
  2. นำผลคำนวนมาทำการวิเคราะห์ข้อมูลตามความมุ่งหมายของการวิจัยต่อไป

วิธีวิเคราะห์ผล

  1. วิเคราะห์การปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูของผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษา อำเภอแกลงสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต 2  ใช้คะแนนเฉลี่ย  (  ) และ ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (SD)
  2. เปรียบเทียบการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูของผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษา อำเภอแกลง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต 2 จำแนกตามประสบการณ์การทำงาน และขนาดของโรงเรียนโดยการทดสอบค่าที่ (t-test)

ผลการวิจัยพบว่า

  1. ครูผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษาในอำเภอแกลง  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต 2 มีการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครู 12  มาตรฐาน โดยรวมอยู่ในระดับมาก และเกือบทุกรายมาตรฐานอยู่ในระดับมากทุกด้านยกเว้นด้านการปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครูอยู่ในระดับปานกลาง 
  2. ครูผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษาในอำเภอแกลง  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต 2 มีการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครู 12  มาตรฐานโดยจำแนกตามเพศ วุฒิ และสถานที่ตั้งของโรงเรียน โดยรวมและเกือบทุกมาตรฐานไม่แตกต่างกัน ยกเว้นมาตรฐานด้านการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผ็เรียนด้านร่วมกันผู้อื่นในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์ และด้านการปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการ เกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครูมีการปฏิบัติงานแตกต่างกัน

 

 

 

ชื่อเรื่อง :  การจัดสภาพสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนวัดเทพนิมิตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทราเขต 1

ผู้วิจัย  :    พรพจน์  พจน์พัฒนพล

ปีที่วิจัย  :  ตุลาคม  2548

วัตถุประสงค์      :

  1. เพื่อศึกษาการจัดสภาพสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนวัดเทพนิมิตรสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทราเขต 1
  2. เพื่อเปรียบเทียบสภาพการจัดสภาพสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนวัดเทพนิมิตรสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทราเขต 1 ตามความคิดเห็นของนักเรียน โดยจำแนกตามเพศ และระดับชั้นการศึกษา

วิธีที่ใช้                   :  เป็นงานวิจัยเชิงสำรวจ

วิธีการวิจัย            :  

ประชากร             คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  และ 6 โรงเรียนวัดเทพนิมิตรสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทราเขต 1 ปีการศึกษา 2548 จำนวน 100 คน

กลุ่มตัวอย่าง        คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  และ 6 โรงเรียนวัดเทพนิมิตรสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทราเขต 1 ปีการศึกษา 2548 จำนวน 90 คน ผู้วิจัยได้ได้จากการกลุ่มประชากรโดยวิธีสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling)  ตามตารางของเครจซี่ และมอร์แกน  (Krejcie & Morgan, 1970, P.607-610)

เครื่องมือ              คือ  แบบสอบถามเกี่ยวกับการจัดสภาพสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนวัดเทพนิมิตรสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2 ตอน  ตอนที่ 1 มี 1ข้อ  ตอนที่ 2 มี 60 ข้อ

วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยศึกษาทฤษฎี งานวิจัย ที่เกี่ยวข้อง
  2. กำหนดขอบเขตการวิจัย ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจ
  3. หาคุณภาพของแบบสอบถามในการวิจัย โดยหาเป็นค่าความเที่ยงตรง การทดสอบค่าอำนาจการจำแนก และความเชื่อมั่น
  4. ขอหนังสือรับรองจากบัณฑิตวิทยาลัย ถึงผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเทพนิมิตร เพื่อขอความร่วมมือในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิจัย
  5. ผู้วิจัยนำแบบสอบถามให้ครูในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  และ 6 โรงเรียนวัดเทพนิมิตรสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทราเขต 1 ปีการศึกษา 2548 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง 90  ฉบับ 
  6. จัดกระทำข้อมูล  ตรวจสอบความถูกต้อง นำแบบสอบถามมาลงรหัสให้คะแนน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS for Windows
  7. นำผลคำนวนมาทำการวิเคราะห์ข้อมูลตามความมุ่งหมายของการวิจัยต่อไป

วิธีวิเคราะห์ผล

  1. ผู้วิจัยได้แบบสอบถามครบมาคัดเลือกไว้ เฉพาะแบบสอบถามที่สมบูรณ์
  2. นำแบบสอบถามที่สมบูรณ์ มาทำการวิเคราะห์ข้อมูล
  3. วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม เกี่ยวกับเพศ และระดับชั้นการศึกษา
  4. วิเคราะห์ข้อมูล จากแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ที่ สอบถามเกี่ยวกับการจัดสภาพสิ่งแวดล้อมโรงเรียนวัดเทพนิมิตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทราเขต 1 ปีการศึกษา 2548 โดยใช้คะแนนเฉลี่ย  (Mean) และ ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (SD) และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย  (t-test)

สถิติที่ใช้

  1.  สถิติที่ใช้ในการหาค่าอำนาจจำแนกเป็นรายข้อ โดยใช้สหสัมพันธ์ แบบเพียร์สัน
  2. สถิติที่ใช้ในการหาความเชื่อมั่น ของแบบสอบถามทั้งฉบับ โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา ของครอนบาค

 

ผลการวิจัยพบว่า

  1. การจัดสภาพสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนวัดเทพนิมิตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทราเขต 1 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า การจัดสภาพสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนวัดเทพนิมิตร ด้านการจัดการเรียนรู้ และด้านการบริหาร อยู่ในระดับมาก ส่วนด้านอาคารสถานที่ พบว่า การจัดสภาพสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนเทพนิมิตร อยู่ในระดับปานกลาง ด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดเรียงจากมากไปหาน้อย 3 อันดับ ได้แก่ ด้นการจัดการเรียนรู้ ด้านการบริหาร และด้านอาคารสถานที่
  2. การจัดสภาพสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนวัดเทพนิมิตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทราเขต 1  จำแนกตามเพศ เป็นเพศชายและเพศหญิงโดยภาพรวมและรายด้าน คือด้านอาคารสถานที่ ด้านการจัดการเรียนรู้ และด้านการบริหาร แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
  3. การจัดสภาพสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนวัดเทพนิมิตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทราเขต 1  จำแนกตามระดับชั้นการศึกษาเป็นชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และปีที่ 6  โดยภาพรวมมีความแตกต่างกันอย่างไม่มัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า คือด้านอาคารสถานที่ ด้านการจัดการเรียนรู้ และด้านการบริหาร แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
หมายเลขบันทึก: 347502เขียนเมื่อ 27 มีนาคม 2010 09:52 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 มิถุนายน 2012 11:18 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (1)
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี