คำเอก คำโท  ในร้อยกรอง  คำเอก คือที่มีรูปวรรณยุกต์กำกับ  ส่วนคำโท คือคำที่มีรูปวรรณยุกต์โทกำกับ นั่นเอง   ซึ่งคำเอก คำโท  ยึดถือตามรูปวรรณยุกต์  ไม่เกี่ยวกับเสียง  คำเอก บางคำ อาจจะเป็นเสียงโท  และ คำโท บางคำอาจจะเป็นเสียงตรี  คำเอกและคำโท เป็นคำที่นำมาใช้ในการแต่งโคลงทุกโคลง

 

        ตัวอย่างคำเอก  เช่น   เล่ห์    ย่อ  เพื่อ แม่  แก่  ท่าน   บ่น  

       ตัวอย่างคำโท  เช่น   น้อง ป้า   น้า   บ้าน    เอื้อ เกลี้ยง   รุ้ง 

 

       ตัวอย่างคำเอกคำโท ในโคลงสี่สุภาพ ซึ่งกวีต้องวางคำให้ตรงตามฉันทลักษณ์

 

 

          จากมามาลิ่วล้ำ               ลำบาง

     บางยี่เรือราพลาง                 พี่พร้อง

    เรือแผงช่วยพานาง               เมียงม่าน  มานา

   บางบ่รับคำคล้อง                   คล่าวน้ำตาคลอ

                                         นิราศนรินทร์

 

         คำเอกโทษ คือการนำคำที่ปกติใช้วรรณยุกต์โทกำกับมา มาใช้ วรรณยุกต์เอกกำกับแทน เพื่อใช้แทนที่คำเอก ในตำแหน่งบังคับของโคลง   เช่น  

 

                   หมั้นหมาย        เขียนเป็น มั่นหมาย   มั่น เป็นคำเอกโทษ

                   เขี้ยวคม           เขียนเป็น  เคี่ยวคม   เคี่ยวเป็นคำเอกโทษ

 

 

       คำโทโทษ คือการนำคำที่ปกติใช้วรรณยุกต์เอกกำกับ   มาใช้  วรรณยุกต์โทกำกับแทน เพื่อให้ใช้แทนคำโทในตำแหน่งบังคับ  เช่น

 

                   หยอกเล่น        เขียนเป็น    หยอกเหล้น     เหล้น เป็นคำโทโทษ

                   มั่นคง             เขียนเป็น    หมั้นคง           หมั้น   เป็นคำโทโทษ

                   ชมพู่              เขียนเป็น    ชมผู้               ผู้       เป็นคำโทโทษ

 

 

ตัวอย่างโคลงที่ใช้คำโทโทษ

                 หัวลิงหมากเรียกไม้    ลางลิง
    
             ลางลิงหูลิงลิง                หลอกขู้   (ความหมายคือ หลอกขู่)  


             ลิงไต่กระไดลิง               ลิงห่ม


             ลิงโลดฉวยชมผู้ (พู่)      ฉีกคว้าประสาลิง

 

              ยูงทองย่องย่างเยื้อง           รำฉวาง

           รายร่ายฟ่ายเฟื่องหาง            เฉิดหน้า 

           ปากหงอนอ่อนสำอาง            ลายเลิศ  

           รำเล่นเต้นงามหง้า (ง่า)         ปีกป้องเป็นเพลง

 

         คำเอกโทษ และโทโทษ จะพบในโคลงที่แต่งสมัยโบราณ  สาเหตุที่กวีต้องใช้คำเอกโทษ คำโทโทษ  คงเป็นเพราะสมัยก่อน  เรายังมีคำน้อย  การสร้างคำ  การยืมคำ ยังมีไม่มากเหมือนปัจจุบัน   ในปัจจุบันนี้ ผู้เขียนจะไม่นิยมใช้คำเอกโทษ คำโทโทษแล้ว   และเมื่อหาคำเอกไม่ได้   ผู้เขียนจะใช้คำตายแทน   จากคำประพันธ์ด้านบน  "เฉิด" เป็นคำตายแทนคำเอก