แต่จำเป็นต้องมีการจดบันทึกที่เป็นระบบ และถ่ายทอดความรู้ที่เป็นระบบด้วย

    เมื่อหลายวันก่อนได้รับโทรศัพท์จาก คุณอัญชลี ขอสั่งน้ำผึ้งลำไยเกรด A ขนาดบรรจุขวดแยม ๑๖ ออนซ์ น้ำหนักสุทธิ ๖๓๐ กรัม คิดราคาส่งให้คือ ซื้อ ๑๐ ขวดแถม ๒ ขวด พูดง่ายๆ ว่า ซื้อของ ๑ โหล ในราคา ๑๐ ขวด ซึ่งราคานี้ผู้ซื้อต้องมารับของเอง

    แต่คุณอัญชลีทำงานอยู่ที่ตึกชิโนทัย สุขุมวิท ซอย ๒๑ จึงเสนอแนวทางเลือกให้ ๒ ทาง คือ ๑. ส่งทางรถทัวร์ ค่าส่งประมาณ ๗๐ บาท แล้วให้ไปรับเองแถววัดเสมียนนารี หรือ ๒. ไปส่งให้ถึงที่เพราะมีธุระต้องไปกรุงเทพฯอยู่แล้ว จะหิ้วไปให้

   ผมคิดว่าเป็นใครก็ต้องเลือกข้อ ๒ ครับ ซึ่งคุณอัญชลีนัดให้ไปส่งในวันเสาร์ เพราะทำงานครึ่งวันและการจราจรไม่ติดขัด ถ้าจะไปส่งวันไหนให้โทรไปบอกก่อน จะได้บอกวิธีการเดินทางว่าจะไปอย่างไร

   ผมเผอิญต้องไปกรุงเทพฯ ในวันที่ ๒๑-๒๒ พฤศจิกายน ก็เลยถือโอกาสนี้ไปส่งของด้วย...ทีนี้ผมต้องขึ้นรถทัวร์ไป ค่ารถ ๒๗๗ บาท ส่วนนี้ไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่ว่าจะต้องมีค่าขนส่งเมื่ออยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งส่วนนี้ยังไม่เท่าไรแต่คาดว่าจะแพงกว่า ๗๐ บาท เป็นแน่แท้ ส่วนค่าใช้จ่ายนี้เป็นเรื่องของการ "ซื้อความรู้" จึงจะไม่คิดเป็นราคาบวกเข้าไปในตัวสินค้า แต่ก็ต้องมีการจดรายละเอียดค่าใช้จ่าย

    ค่าใช้จ่ายแบ่งเป็น ๒ ส่วน

  1. ค่าใช้จ่ายในการติดต่อประสานงาน ซึ่งก็คือค่าโทรศัพท์
  2. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปส่งของเมื่ออยู่กทม.

    กรณีแรก ก่อนโทรศัพท์ ผมศึกษาเส้นทางไปอาคารชิโนทัย จากอินเตอร์เน็ต โดยถามท่าน Google หลังจากศึกษาเส้นทางแล้ว คิดว่าเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดินประหยัดที่สุด (ประหยัดเวลามากกว่าประหยัดทรัพย์) แต่รถไฟฟ้ามี ๒ สาย คือสายบนดิน และสายใต้ดิน ขึ้นต้นทางที่สถานีหมอชิตหรือจตุจักรเหมือนกัน และไปสิ้นสุดที่สถานี้สุขุมวิทเหมือนกัน แต่เส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินจะถูกกว่าเล็กน้อย (แต่ต้องเดินเท้าไกลกว่า) ผมเลือกเส้นทางนี้เพราะประหยัดกว่า

   ค่าโทรศัพท์ผมเลือกสมัคร ซุปเปอร์เม้าท์ โทรทุกเครือข่าย ๒๕ นาที ๑๙ บาท เพราะว่าเป็นการโทรจากมือถือ ไปเครื่องรับที่ Office และคงมีเงินเหลือโทรไปเบอร์อื่นๆ ด้วย ซึ่งผมต้องโทรไปประสานงานกับคุณอัญชลี ว่าจะไปส่งของวันเสาร์ที่ ๒๑ จะสะดวกหรือไม่ แล้วจะลงสถานีสุขุมวิท ถูกต้องหริอไม่ จะออกเส้นทางไหน และที่ทำงานอยู่บริษัทอะไรชั้นไหน กว่าจะคุยกันรู้เรื่องก็ใช้เวลา ๕ นาที

   และวันเดินทางจริงก็ต้องติดต่อประสานงานอีกประมาณอย่างน้อย ๓ ครั้งจึงจะพบตัวผู้สั่งซื้อสินค้า ซึ่งค่าโทรปกติจะเสียค่าโทรนาทีละ ๑.๒๕ บาท ๑๑ นาที เป็นเงิน ๑๓.๗๕ บาทแล้ว เราเหมาโทร ๑๙ บาท คิดว่าคุ้มค่าแล้ว

   วันเดินทางจริง ผมคิดว่าเริ่มต้นที่สถานีหมอชิต ๒ แล้วก้น (เล่าเรื่องการเดินทางและการสนทนาซึ่งซ่อนเรื่องการคิดเชิงระบบด้วย)

  • ผมก็ขึ้นรถเมล์ปรับอากาศมาที่สถานีรถไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ ๑๔ บาท เดินเข้าไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ถามเส้นทางรปภ.ไปเรื่อย (แบบคนที่ไม่ได้อยู่ที่กทม.) ไปซื้อตั๋วไปลงสถานีสุขุมวิท ค่าโดยสาร ๓๔ บาท ได้ตั๋วเหมือนเป็น Clip ที่ใช้ในบ่อนคาซิโน (มีลักษณะเป็นเหรียญมากกว่าตั๋ว) ซึ่งตั๋วนี้น่าจะเก็บข้อมูลค่าโดยสารเอาไว้ หากไปลงผิดสถานี ประตูจะไม่เปิดให้ ต้องเคลียร์กับเจ้าหน้าที่ก่อน
  • ผมศึกษาเส้นทางจากแผนที่ ผมต้องขึ้นฝั่งที่จะไปหัวลำโพง เริ่มต้นจากสถานีสวนจตุจักร เป็นสถานีแรก จะต้องผ่านสถานีดังต่อไปนี้ (การเรียนรู้ต้องมีการจดบันทึก) สวนจตุจักร-->พหลโยธิน-->ลาดพร้าว-->รัชดาภิเษก--->สุทธิสาร--->ห้วยขวาง--->ศูนย์วัฒนธรรม--->พระรามเก้า--->เพชรบุรี-->สุขุมวิท รวมผมต้องผ่าน ๙ สถานี (ไม่นับต้นทาง)
  • พอถึงสถานีสุขุมวิท ต้องออกทางช่องทางไปสยามสมาคม ข้ามถนนเดินผ่าน ๓ ตึกจะถึงอาคารชิโนทัย (เดินไม่ถึง ๑๐๐ เมตร) ต้องเดินเข้าไปด้านในไปขึ้นลิฟท์ที่บอกว่า Upper side คือลิฟท์ที่ขึ้นไปชั้นสูงๆ กว่าชั้น ๑๕ ขึ้นไป
  • พอขึ้นไปถึงชั้นที่ ๓๐ ต้องโทรบอกคุณอัญชลีให้มาเปิดประตูอัตโนมัติให้ ประตูนี้พนักงานจะเข้าได้ต้องใช้ scan นิ้วมือเข้า ส่วนเจ้าหน้าที่ด้านในจะให้ระบบเปิดล็อกจากส่วนควบคุม หรือ scan นิ้วมือ
  • คุณอัญชลีกับคุณปรานี ออกมารับ คุยกันเรื่องว่า "มาสั่งน้ำผึ้งได้อย่างไร" เรื่องเดิมคือ มีคนเดินทางมาที่พิษณุโลก แล้วก็ได้น้ำผึ้งไปฝากคนกรุงเทพฯ นำมาแบ่งให้คุณอัญชลี ๑ ขวด ราคา 150 บาท จากราคาที่ซื้อจากพิษณุโลก 120 บาท แล้วพอได้ทานกับกาแฟแล้วก็ติดใจ เลยคิดโทรศัพท์ไปคุยด้วย...
  • ลองถามเรื่องหน้าที่การงานและกิจการของบริษัทชิโนทัย ได้ความว่า ทั้งคุณอัญชลี และคุณปราณี ดูแลงานด้านการบัญชี และบริษัทชิโนทัย เป็นบริษัทก่อสร้าง อย่างปัจจุบันก็รับเหมางานฐานรากของโครงการ "Airport link"
  • ช่วงนี้ผมก็เสนอ "งานถักไหมพรมใส่ขวดน้ำผึ้ง" ซึ่งคุณแม่ผมถักยามเหงา (เป็นคนมีคุณค่าอยู่ว่างไม่ได้ต้องหางานทำ) ซึ่งผมติดไปนำเสนอ 7 อัน สนนราคาอันละ 15 บาท ซึ่งคุณอัญชลีช่วยซื้อ 6 อัน 90 บาท...
  • จริงๆ แล้ว คุณอัญชลีอยากช่วยค่าขนส่ง แต่ผมบอกว่าส่วนที่ช่วยอุดหนุน "งานยามว่าง" ของแม่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
  • ผมลองคิดค่าขนส่ง (80) กับค่าโทรศัพท์ (19) แล้วเป็นเงิน 99 บาท (เลขสวย) แต่ได้เงินค่าไหมพรมใส่ขวดน้ำผึ้ง 90 บาท วิธีคิดคือ คุณค่าไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่คุณค่าอยู่ที่งานที่ทำมีคุณค่า เป็นของขวัญที่เราจะมอบให้กับผู้ใหญ่ที่เรานับถือ ทำให้ของนั้นมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น และคนทำ (คุณแม่) ก็จะรู้สึกว่าตัวเองนั้นมีคุณค่า

    ขากลับคุณอัญชลีมาส่งที่ลิฟท์ ผมลงมาข้ามฝั่งถนนจะเดินไปสถานีรถไฟฟ้า พอดีรถเมล์ฟรีสาย 195 (ไม่แน่ใจ) ผ่านมา ผมขึ้นมาลงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีต่อไป คือ เพชรบุรี เข้าไปซื้อตั๋ว (แบบเหรียญ) ไปลงสถานีสวนจตุจักร ราคาค่าโดยสารเหลือ 32 บาท แสดงว่าระหว่างสถานีนั้นค่าโดยสารสถานีละ 2 บาท ผมจึงลองถามว่าค่าโดยสารขั้นต่ำของรถไฟฟ้าใต้ดินนั้นราคาเท่าไร คำตอบคือ 16 บาท

   สรุปว่าผมก็ได้ความรู้ปฏิบัติเกี่ยวกับค่าโดยสารของรถไฟฟ้าใต้ดินซึ่งจำได้ไม่ลืมดังนี้ (ถ้าอ่านหนังสือก็จะจำไม่ได้แบบนี้ จำได้แต่จะลืม)

  • ค่าโดยสารขั้นต่ำ ๑ สถานี 16 บาท (เปรียบได้กับราคาขั้นต่ำแท๊กซี่มิเตอร์)
  • ต่อไปคิดค่าโดยสารระหว่างสถานี สถานีละ 2 บาท
  • ผมเดินทางขาไป ผ่าน 9 สถานี 18 บาท รวมกับขั้นต่ำ 16 บาท เป็น 34 บาท
  • ผมเดินทางขากลับ ผ่าน 8 สถานี 16 บาท รวมกับขั้นต่ำ 16 บาท เป็น 32 บาท

   เดินทางโดยรถไฟฟ้า ประหยัดเวลามากคือ 9 สถานี ผมใช้เวลา 20 นาที ส่วนเดินทางด้วยรถเมล์หรือรถยนต์ส่วนตัว แม้จะสะดวกแต่ใช้เวลานานมากขึ้นอยู่กับว่าเป็นชั่วโมงเร่งด่วน (ซึ่งรถติดมาก) หรือชั่วโมงปรกติ ค่ารถแม้ถูกกว่า แต่เสียเวลานานมาก

   การใช้โทรศัพท์ประสานงานและวางแผนก่อนการเดินทาง นับว่ามีความสำคัญในการที่จะทำให้การเิดินทางประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

   สรุปภาพรวม การเดินทางครั้งนี้ผมใช้เวลาเดินทางไป-กลับทั้งหมดประมาณ 3 ชั่วโมง เสียค่าใช้จ่าย 99 บาท แต่ก็ได้ความรู้และรับทรัพย์กลับมาด้วย ซึ่งดูเหมือนจะขาดทุนค่าขนส่ง แต่ได้จำหน่ายผลงานถักไหมพรมของคุณแม่ และได้กำไรทางด้านมิตรภาพและเครือข่ายครับ (ซึ่งเจ้า connection นี้สำคัญมากทางด้านธุรกิจและอื่นๆ ครับ)

beeman by Apinya

มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์  
神奇的蜂爷
  
(shen2  qi2  de1  feng1  ye2)