การเตรียมตัวเดินทางไปปฏิบัติธรรม ณ วัดอัมพวัน

 

ดิฉันไม่เคยไปปฏิบัติธรรมในต่างจังหวัดแบบส่วนตัวในลักษณะนี้มาก่อน เตรียมการไม่ถูกว่าจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจอย่างไร  เป็นประสบการณ์ในชีวิต  ดิฉันไปกับครอบครัว พ่อ แม่ ลูกอีก 2 คน และพี่ที่ทำงานด้วยกัน  เราไปปฏิบัติธรรม ที่วัดอัมพวัน  อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ในการไปครั้งนี้ ครอบครัวดิฉันนำรถยนต์ส่วนตัวไปเอง  ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ(พระราม 7)ประมาณ 1.30 ชั่วโมง พวกเราไปปฏิบัติธรรม 3 วัน เข้าวันศุกร์ 5 โมงเย็น ออกวันอาทิตย์ ประมาณ 2 โมงเช้าก็เสร็จ เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ที่ดิฉันไม่เคยได้รับที่ไหนมาก่อน ต้องเรียนว่า ก่อนจะไปปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ มีเวลาตัดสินใจเตรียมการเพียงวันเดียว มีพี่ที่รู้จักกันแนะนำให้ดิฉันไปทำบุญ เผอิญครอบครัวก็เกริ่นกันอยู่ก่อนว่า ถ้ามีโอกาสจะไปปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน จึงลงตัวและตัดสินใจแบบกะทันหัน หลังจากนั้นก็กังวลเล็กๆ ว่าเราจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ระเบียบการต่าง ๆ เป็นอย่างไร ที่พัก ศาลา กฎ ข้อปฏิบัติ ระเบียบต่าง ๆ ไม่เคยทราบมาก่อน  เมื่อตัดสินใจแล้วก็ต้องเดินหน้า สิ่งที่ดิฉันได้พบสิ่งแรกคือ ทำไมคนเยอะอย่างนี้ แต่งชุดปฏิบัติธรรมเต็มไปหมด(ในครั้งนี้ มีผู้ปฏิบัติประมาณ 1,600 คน) ต้องเข้าแถวลงทะเบียน และแยกชาย/หญิง ที่วัดสอนให้ตัดทุกอย่าง ไม่มีคำว่า “ครอบครัว” ต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา ทุกอย่างเป็นระบบระเบียบ เป็นเหตุเป็นผล   เป็นประสบการณ์ชีวิตอีกรูปแบบที่สงบน่าสนใจศึกษาปฏิบัติ ชวนค้นหา   ด้วยความประทับใจ หลังจากนั้นอีกประมาณ 2 เดือน ดิฉันก็พยายามจัดวันว่าง จนได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่นี่อีกเป็นครั้งที่ 2 ด้วยการเดินทางไปคนเดียว อาศัยรถตู้บริการเอกชน ก็ได้รับความสะดวกเช่นกัน

 

                วัดอัมพวันเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่เงียบ สงบ  มีผู้สนใจไปปฏิบัติธรรมกันเยอะมาก ทางวัดจัดระเบียบในการแยกชาย-หญิง แม้คนจะเยอะมาก แต่ทางวัดก็สามารถจัดระเบียบและบริหารจัดการ ได้เป็นอย่างดี  มีแม่ชีเป็นอาจารย์คอยสอน จะเริ่มจากการลงทะเบียน (ต้องเตรียมบัตรประชาชน) กรอกแบบฟอร์ม แจ้งว่ามากันกี่คนเพื่อผู้จัดห้องพักจะได้จัดให้พักที่เดียวกัน  กรณีที่ไม่ได้นำเสื้อผ้าชุดปฏิบัติธรรม ที่บริเวณวัด มีร้านค้าจำหน่ายบริการให้ด้วย หรือสามารถยืมกับทางวัดก็ได้ ซึ่งผู้ปฏิบัตินิยมกันมากเลยทีเดียว   ซึ่งก็จะได้รับเสื้อผ้าชุดขาวปฏิบัติธรรม 2 ชุด กระเป๋าเล็กๆ ไว้ใส่ของกระจุ๊กกระจิ๊กด้วย เช่นเงิน โทรศัพท์ เป็นต้น ผู้หญิงอาจยืมเข็มขัดไว้รัดผ้าถุง มีหนังสือระเบียบปฏิบัติสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม และบทสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น  ซึ่งในเล่มจะบอกรายละเอียด ระเบียบปฏิบัติสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม เคล็ดลับไปสู่ความสำเร็จ กำหนดเวลาการปฏิบัติธรรม  ซึ่งเป็นคู่มือชั้นเลิศให้กับผู้ฝึกใหม่ได้ศึกษา  หลังจากลงทะเบียนเสร็จ ผู้ปฏิบัติก็นำสัมภาระเข้าที่พักตามที่ทางวัดกำหนด แล้วเราก็ไปเตรียมเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมรับศีลที่ศาลา ตอนนี้เริ่มแยกกันชัดเจนระหว่าง แม่-ลูกชาย/พ่อ ทางวัดจะให้สัญญาณ  ทุกคนรู้หน้าที่ไปนั่งรอพิธีการในศาลาเพื่อรอพระคุณเจ้าท่านจะมาให้ศีล และท่านจะเริ่มสอนวิธีการปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิ การเดินจงกรม  การกราบ การสวดมนต์และอื่น ๆ  อากาศร้อนมาก เพราะคนเยอะ ผู้ที่เพิ่งปฏิบัติใหม่ ส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยรุ่นหญิง มากันเป็นจำนวนมาก ก็มักจะคุยกันเสียงดัง จนแม่ชีอาจารย์ต้องเอ่ยปากว่ากล่าวตักเตือน เพราะไปรบกวนผู้อื่นทำให้ผู้อื่นเสียสมาธิ  ไม่สำรวม  ในการสวดมนต์ทำสมาธิ จะใช้เวลาในแต่ละรอบไม่เท่ากันทุกครั้ง ขึ้นอยู่กับเวลา  กว่าจะเสร็จรอบค่ำทุกคนก็ไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน ทางวัดมีหมอนเล็กๆและผ้าห่มให้  ด้วยความที่คนเยอะ ร้อน แปลกที่ ทำให้ผู้ฝึกใหม่นอนไม่ค่อยหลับ โดยเฉพาะเรา อีกทั้งกังวลที่จะต้องรีบตื่นขึ้นมาเพื่อทำวัตรเช้าตอน ตี 4 เพื่อเตรียมพร้อม เราก็ต้องตื่นตี 3อาบน้ำเตรียมทำกิจธุระส่วนตัว   ขึ้นไปรอสมาชิกบนศาลา  (สำหรับผู้ปฏิบัติธรรมที่เคยรับการฝึกจากที่วัดแล้ว แม่ชีอาจารย์จะแจ้งว่า สามารถไปฝึกด้วยตนเองได้ที่ศาลา หรืออาคารที่กำหนด หรือลานดิน)  เริ่มด้วยการสวดมนต์ทำวัตรเช้า เดินจงกรม นั่งสมาธิ ระหว่างเดินกับนั่ง จะกำหนดเวลาเท่า ๆ กัน คือถ้าเดินจงกรม 30 นาที ก็จะนั่งสมาธิเป็นเวลา 30 นาทีเช่นกัน ทุกอิริยาบถต้องมีสติตลอดเวลา ถ้าจิตไม่สงบ ก็ต้องพยายามควบคุมให้มีสติระลึกได้ ช่วงใหม่ ๆ สำหรับเราก็ท้อแท้พอสมควร แถมง่วงมาก ๆ เพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับ  ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว ฟุ้งซ่านฯลฯ ในบางช่วงเวลา เราก็รอเวลาเสียงนาฬิกาปลุกที่แม่ชีอาจารย์ซึ่งเป็นครูฝึกได้ตั้งเวลาไว้   เมื่อครบเวลาก็จะเป็นการแผ่เมตตา อุทิศส่วนบุญส่วนกุศล เรื่องนี้ขอแนะนำสมาชิกใหม่ว่าควรจะท่องให้ได้ จะได้แผ่เมตตาอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลอย่างเป็นอัตโนมัติ  เมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติในช่วงเช้า แล้ว  ผู้ปฏิบัติก็พร้อมกันเข้าแถวเป็นระเบียบไปรับประทานอาหารเช้า ทุกอย่างต้องเป็นระเบียบ ต้องเข้าแถว  ต้องสำรวม  ไม่พูดคุยกันเพราะมีคติกรรมฐานที่ว่า  “ กินน้อย นอนน้อย พูดน้อย  ทำความเพียรมาก” สำหรับที่นี่ขอเรียนว่าถ้าไปคนเดียวได้ จะดีมาก เพราะไม่ต้องคอยกังวลว่าเพื่อนจะอยู่ตรงไหน จะเจอกันรึเปล่า หากันค่อนข้างจะยาก เพื่อนเสร็จหรือยัง หรือต้องรอกัน คำถามเหล่านี้จะไม่เกิด ขึ้น ถ้าเราไปคนเดียว หรือถ้าไปด้วยกัน ต้องตกลงกัน ต่างคนต่างทำต่างปฏิบัติ  จิตใจจะได้สงบ จะดีมากๆ (ลืมบอกไปคะ โทรศัพท์ควรจะปิด แม้แบบสั่นก็ไม่ควร เพราะจะไปรบกวนสมาธิตนเองด้วย) การรับประทานอาหารเช้า ทางวัดจะจัดเป็นข้าวต้ม จะมีการนำสวด ถวายข้าวพระพุทธ  ลาข้าวพระพุทธ พิจารณาอาหาร บทสวดให้พร ตามกระบวนการขั้นตอนที่วัดกำหนด  การนั่งโต๊ะ ต้องนั่งให้เต็มเป็นโต๊ะ ๆ ไป ค่อย ๆ ทานอย่าให้เหลือ  ถ้าไม่อิ่ม ไปขอเพิ่มได้ ทานเสร็จช่วยกันล้างจาน ช้อน แก้ว  สำหรับผู้ที่ทานเสร็จคนสุดท้ายของโต๊ะ จะต้องไปเติมน้ำให้เต็มเป็นการฝึกความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับผู้อื่น เพื่อคนกลุ่มอื่น ๆ จะได้มีดื่ม ส่วนการทำความสะอาดจะมีน้ำ ใส่ถังน้ำ (กาละมังใหญ่)เตรียมไว้  ก็จะมีอาสาสมัครช่วยกัน  บางท่านอาจช่วยเช็ดจาน ช้อน แก้วน้ำ  สำหรับผู้ที่ไม่ได้ช่วยตรงนี้ จะมีเวลาพักผ่อนเล็กน้อย หลังจากนั้นก็จะถึงเวลาที่ทุกท่านจะต้องเริ่มกิจวัตรสวดมนต์ตามเวลาที่ระบุเป็นอย่างนี้ไปตามรอบของเวลาการปฏิบัติ จนกระทั่งคืนที่ 2   เรารู้สึกว่าที่วัดจะให้พักผ่อนเข้านอนเร็ว ซักประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง เพราะต้องตื่นเช้า  คืนนี้เรานอนหลับง่ายขึ้น อาจเป็นเพราะเพลียจากคืนก่อนที่ไม่ได้นอน และจากการฝึกตลอดทั้งวัน ตื่นขึ้นมารีบอาบน้ำทำธุระส่วนตัว ผู้ปฏิบัติเยอะมาก ต้องแบ่งปันทุกอย่างต้องคำนึงถึงผู้อื่นด้วย   แล้วไปยังสถานที่ปฏิบัติเพื่อสวดมนต์ทำวัตรเช้าตอนตี 4  จนกระทั่งเวลาประมาณ 6.30 น. รับประทานอาหารเช้า เสร็จมีเวลาพักผ่อนเล็กน้อย  ในช่วงของเวลาพักช่วงนี้อาจช่วยกวาดลานวัด เก็บกวาดห้องที่พัก  ล้างห้องน้ำ ต้องช่วยกัน เพราะคนอยู่กันเยอะ ช่วยกันรักษาความสะอาดแก่ส่วนรวม เมื่อใกล้ถึงเวลาที่กำหนดก็ไปรอยังสถานที่บนศาลาด้วยความพร้อมเพรียง เพื่อลาศีล  ขอขมาต่อพระรัตนตรัย รอพระคุณเจ้าและสวดมนต์ทำพิธีลาศีลตามที่วัดกำหนด ใช้เวลาไม่นาน จะเสร็จประมาณก่อน 8 โมงค่ะ

 

                เมื่อครบกำหนดของการมาปฏิบัติธรรมและเสร็จพิธีการก็มาเก็บกระเป๋า เก็บกวาดสถานที่พัก  เสื้อผ้าส่งซัก ทำบุญตามที่ตั้งใจไว้ หรือตามกำลังศรัธา ช่วยบริจาคค่าน้ำค่าไฟ ค่าอาหาร ชำระหนี้สงฆ์ ค่าซักเสื้อผ้าฯลฯ หลังจากนั้นจึงมารอพบครอบครัวเตรียมตัวกราบนมัสการพระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ  ฐิตธมโม )ท่านจะลงรับแขกโปรดญาติโยม ตอนเวลา ประมาณ 10 โมงและบ่าย 2 โมงในวันปกติ ส่วนวันพระทราบว่าท่านลง ณ อุโบสถ ท่านเทศนาโปรดญาติโยมด้วย

 

 

 

การเดินทางกรณีไม่ได้นำรถไปเอง  จากกรุงเทพฯ มีรถตู้เส้นทาง กรุงเทพฯ   -  อินทร์บุรี-ทองเอน  ซึ่งสามารถไปใช้บริการได้ที่ห้างเซ็นจูรี่ ชั้นใต้ดิน(บริเวณ ด้านล่างสถานีรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) ค่ารถคนละประมาณ 100 กว่าบาท  รถเส้นนี้จะเข้าไปส่งถึงในวัดอัมพวัน ขากลับก็ติดต่อขอเบอร์โทรศัพท์ ตามนามบัตรที่เขาให้ไว้  รถก็จะมารับกลับ ที่วัดอัมพวัน เช่นกัน หรือบางท่านอาจใช้บริการรถขนส่งโดยสารที่สถานีขนส่งโดยสารหมอชิตก็ได้ แต่ต้องลงที่ถนนใหญ่ ป้ายทางเข้าวัด แล้วต่อมอเตอร์ไซต์เข้าไปที่วัด ค่ามอเตอร์ไซต์ น่าจะประมาณ  10-15  บาท (ไม่แน่ใจ ไม่เคยใช้บริการค่ะ)

 

วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

-เสื้อผ้าชุดปฏิบัติธรรม 2-3 ชุด แต่ถ้าไม่มีที่วัดมีขาย แต่ส่วนใหญ่ผู้ปฏิบัติจะยืมจากวัด ซึ่งมีให้ยืม 2 ชุด มีเสื้อ ผ้าถุง ผ้าสไบ กระเป๋าเล็กๆ เข็มขัด (ไม่ต้องเตรียมชุดนอนไปเปลี่ยน แม่ชีอาจารย์บอกว่าสามารถถอดสไบ และนอนได้เลย) ผู้ชายมีเสื้อ กางเกงขายาวสี ขาว ชุดปฏิบัติธรรม กระเป๋าเล็กๆ

-ของใช้ที่ต้องเตรียมไป ควรเป็นผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ ไม้แขวนเสื้อ 2 -3 อัน แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่เหลว ที่คาดผม(ผู้หญิง เวลากราบพระจะได้สะดวก)  ของใช้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น (แป้ง ลูกกลิ้งระงับกลิ่นกายไม่ใช้ เพราะเราถือศีล 8  และเราจะยืนหรือเดินดูดน้ำข้าวโพดไปด้วยคุยไปด้วยก็ไม่เหมาะ  ต้องนั่งยอง ๆ  หรือนั่งทานในสถานที่ที่เหมาะสมค่ะ )

 

จากการไปปฏิบัติธรรม 2 ครั้งของดิฉัน  ก็ขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สิ่งที่ได้สัมผัส การเตรียมตัว เพื่อคนอื่นๆ จะได้เตรียมตัวเตรียมใจในการไปปฏิบัติธรรม ว่าง ๆ มีเวลา ก็ขอเชิญชวนนะค่ะ เพื่อจะได้นำบุญมาฝากเพื่อน  ๆ  ทุกท่านให้ได้ร่วมอนุโมทนาบุญด้วยกันค่ะ

 

                                                                                               

กำหนดเวลาการปฏิบัติธรรม

เช้า  03.30 น. ตื่นนอน พร้อมกัน ณ สถานที่ปฏิบัติธรรม

        04.00 น. สวดมนต์ทำวัตรเช้า (แปล) เดินจงกรม นั่งกรรมฐาน

        06.30 น. รับประทานอาหารเช้า

        08.00 น. กราบพระ เดินจงกรม นั่งกรรมฐาน ณ สถานที่ปฏิบัติ

        11.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน

บ่าย  13.00 น. กราบพระ เดินจงกรม นั่งกรรมฐานที่สถานที่ปฏิบัติ

         16.00 น. ดื่มน้ำปานะ พักผ่อน

ค่ำ     18.00 น. สวดมนต์ทำวัตรเย็น (แปล) เดินจงกรม นั่งกรรมฐานที่ศาลาปฏิบัติ

          21.30 น. พักผ่อน นอน