การวิจัยเชิงคุณภาพเป็นการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่

 การวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่

            -การวิจัยเอกสาร (Documentary Research) เป็นการรวบรวมข้อมูลจากเอกสารโดยกำหนดประเด็นที่ต้องการศึกษา และทำการค้นคว้าข้อมูลจากเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ตำรา เอกสารการวิจัย เอกสารทางราชการ หนังสือพิมพ์ หนังสือ วารสารต่าง ๆ เป็นต้น

            -การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) เป็นการวิจัยทางสังคมที่เหมาะต่อการศึกษาเกี่ยวกับการสื่อความเข้าใจของมนุษย์ นอกจากจะใช้ในการศึกษาขบวนการสื่อความเข้าใจแล้วยังใช้ในการศึกษาพฤติกรรมทางสังคมรูปอื่นด้วยวิธีการในการสื่อข้อความ เช่น คำพูด ข้อความ หนังสือ จัดเป็นเป็นหน่วยในการศึกษาเกี่ยวกับ Content Analysis

            -การวิจัยสนาม (Field Research) เป็นการวิจัยที่ผู้วิจัยเลือกหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่ง หรือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเพื่อทำการศึกษา โดยการวิจัยประเภทนี้มีข้อจำกัดอยู่ว่าไม่สามารถนำมาขยายผลในพื้นที่อื่นได้ เพราะผลการวิจัยเป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่ ซึ่งข้อดีของการศึกษาประเภทนี้คือเข้าใจตัวอย่างที่ศึกษาได้อย่างละเอียด ครอบคลุมในทุกประเด็นที่ต้องการ

            -การวิจัยกระทำการ (Action Research) เป็นการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ หรือแนวทางใหม่ ๆ ที่จะนำมาใช้ในการแก้ปัญหาในทางปฏิบัติ ส่วนใหญ่ใช้ในการฝึกอบรมหรือสร้างกระบวนการเรียนรู้ เน้นที่ความสัมฤทธิผลตามกรอบทฤษฎีโดยมุ่งไปที่การทดสอบโดยการปฏิบัติ

            -การวิจัยกระทำการแบบมีส่วนร่วม (Participation Action Research: PAR) เหมือนกับการวิจัยกระทำการทุกอย่างแตกต่างตรงที่ให้ผู้เข้าร่วมในการศึกษาเป็นผู้กำหนดกิจกรรมต่าง ๆ เอง ผู้วิจัยเป็นเพียงพี่เลี้ยงที่คอยแนะนำหรือให้กิจกรรมต่าง ๆ สามารถดำเนินไปได้ด้วยตัวของมันเอง

ความแตกต่างระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณกับการวิจัยเชิงคุณภาพ

การวิจัยเชิงปริมาณเน้นข้อมูลตัวเลขเป็นหลัก เก็บจากคนจำนวนมากแล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาคำนวณโดยใช้สถิติเป็นเครื่องมือ มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบทฤษฎี ต้องการสรุปข้อมูลจำนวนมาก ต้องมีสมมุติฐาน (ไม่มีไม่ได้) เก็บข้อมูลโดยการสุ่มตัวอย่างจากประชากรทั้งหมดโดยคำนึงถึงความเป็นตัวแทนหรือไม่เป็นตัวแทน ใช้แบบสอบถามหรือการสัมภาษณ์ตามแนวเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติขั้นสูง

ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพจะเกี่ยวข้องกับความรู้สึกนึกคิด มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างทฤษฎีใหม่ ต้องการข้อมูลระดับลึกและทำความเข้าใจความหมายของข้อมูล อาจจะมีหรือไม่มีสมมุติฐานก็ได้ เก็บข้อมูลเฉพาะคนที่สามารถให้ข้อมูลสำคัญเพียงไม่กี่คนเท่านั้น เช่น ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ทำวิจัยเรื่อง หวย บ่อน ซ่อง ซึ่งต้องเก็บข้อมูลจากคนที่มีความรู้ในกระบวนการเหล่านี้จริง ๆ แม้เก็บมาไม่กี่คนก็ได้ข้อมูลครบถ้วน ใช้การสัมภาษณ์แบบเจาะลึกหรือการสังเกตเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการสรุปแบบอุปนัย

ที่มา สรุปคำบรรยายวิชา ps702หลักสูตรปริญญารัฐศาสตร์มหาบัณฑิต โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ปิยะนุช เงินคล้าย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (1 พฤศจิกายน  2551)