เวลาที่เด็กทำไม่ถูกต้อง ถ้าเราไม่สอน ไม่ปราม ไม่ดุเขา แล้วใครจะเป็นคนสอน

เคยมีผู้ปกครองหลายท่าน ถามครูขิมตอนมาสมัครเรียนว่า

"ครูที่นี่ใจดีมั้ย"

ปฏิกริยาแรกต่อคำถามแบบนี้มักจะเป็นคำตอบที่ว่า "ใจดีค่ะ" หรือ "ใจดีสิคะ"

แต่คำตอบของครูขิม เป็นคำตอบเดียวกันทั้งหมดสำหรับทุกคนที่ถาม

"ใจดีเวลาที่นักเรียนทำถูกต้องค่ะ ถ้าทำไม่ถูกก็ต้องดุ"

บางทีผู้ปกครองก็อึ้งไปเล็กน้อยเพราะไม่เคยเจอคำตอบแบบนี้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ

ครูขิมไม่ใช่ครูใจดี ค่อนข้างจะเข้าขั้นดุด้วยซ้ำ จะมีนักเรียนขยันซ้อมบางส่วนเท่านั้นที่บอกว่าครูขิมใจดี

เวลาที่เด็กทำไม่ถูกต้อง ถ้าเราไม่สอน ไม่ปราม ไม่ดุเขา แล้วใครจะเป็นคนสอน คุณพ่อคุณแม่พาลูกๆมาเรียนด้วย ก็คงหวังว่าเขาจะเก่งขึ้น พัฒนาขึ้น สร้างเสริมลักษณะนิสัยที่ดีงาม ต้องไม่ลืมว่ากระบวนการขัดเกลาเด็กไม่ใช่การหลับหูหลับตาชม

แต่แน่นอนว่าการทำโทษต้องไม่ใช่ความรุนแรง มีตั้งหลายวิธีที่จะทำให้เด็กรู้ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นไม่ถูกต้อง และวิธีที่ดีที่สุดคือ ต้องทำให้เขารู้จักคิด รู้จักสิ่งที่ถูกและสิ่งที่ผิด ปลูกฝังแต่เล็กเถอะค่ะ มีหลายๆอย่างที่คุณตาคุณยายครูขิมสอนและขัดเกลามาตั้งแต่เล็ก มันติดตัวมาจนบัดนี้จริงๆ ยกตัวอย่างง่ายๆ เรื่องบาปบุญคุณโทษ บางทีครูขิมไปเช่าหนังสือนิตยสารตามร้านเช่าหนังสือ แล้วบางเล่มเขามีคูปองให้ตัดไปแลกเครื่องสำอางค์ต่างๆได้ตามเคาน์เตอร์ มันง่ายมากเลยที่จะจรดปลายคัตเตอร์ลงไป แต่ครูขิมทำไม่เคยลงเลย เพราะคำว่า"กรรมจะตามทัน" มันPop-up ขึ้นมาในหัวทันที จะว่าอวดอ้างก็อวดแหละค่ะ ก็นี่มันเรื่องดีนี่คะ

ฝากคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายที่รักลูก การดุ การเตือนในเรื่องที่ไม่ถูกต้องไม่ได้ทำให้คุณเป็นพ่อแม่ใจร้าย แต่ต้องอธิบายเด็กด้วยว่าเขาผิดเพราะอะไร วิธีง่ายที่สุดคือสอนให้เด็กรู้จักการเอาใจเขามาใส่ใจเรา สังคมนี้ต้องมีกฎเกณฑ์นะคะ การที่คุณพ่อคุณแม่ทำโทษเองตั้งแต่ตอนเด็ก บางทีน่าจะดีกว่าการถูกกฏหมายลงโทษในตอนโตแล้ว