หายใจเข้าลึกๆ ต่อสู้กับสภาวะคุกคามความเจ็บป่วยอีกครั้ง

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เล่าเรื่องต่อจากบันทึก เกือบเดี้ยงเพราะเพื่อนเป็นไข้ 2009

อาจดูเหมือนเป็นคนโง่...

ที่ไม่นำพาตนเองไปสู่กระบวนการรักษา แต่หากจะว่าไปแล้วเมื่อพิจารณาดู ... ก็รักษาอยู่นะ หากแต่เป็นการรักษาที่เป็นการรักษาอยู่ในตัวเอง ให้ร่างกายนี้ได้เยียวยาตนเอง reset ตัวเองมากกว่าที่จะนำสิ่งแปลกปลอมเข้าไปต่อกรกันให้ร่างกายนี้ต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นไปอีก

รู้ตัวเองอยู่ว่า...ภายในหนัก แต่ก็ยังดำรงอยู่ พยุงอยู่ ... รับรู้สภาวะการดักจับที่ธรรมชาติดำเนินไปเอง อย่างที่ไม่ต้องพึ่งยา... ด้วยจิตด้วยใจนี้ก็ให้ความร่วมมือด้วย ตนเองนั้นก็ยังคงเลือกใช้แนวทางการเยียวยาตามธรรมชาติบำบัดต่อ วันนี้ก็ล่วงเลยเข้าวันที่สาม หากเป็นเมื่อก่อนคงนอนซมแล้ว ... หรือไม่ก็ admit ไปเลยอย่างเพื่อนเราก็ได้...

เราได้ช่วยเหลือกระบวนการเยียวยานี้อย่างไรเล่า...

ทานให้น้อยลง เพื่อลดการใช้พลังงาน เมื่อวานนี้ตั้งใจอด อดเพื่อ re-treat จากนั้นนอน ...การนอนในอาการเช่นนี้ดีที่สุด

แต่...ไม่ใช่ว่าจะนอนมาก นอนซม อะไรมากมาย

นอนเพื่อให้หายเพลีย ในช่วงดึกก็นอนอยู่เหมือนเดิ เข้านอนประมาณห้าทุ่มและตื่นตีสามตามปกติ จากนั้นก็นำพาตนเองดำเนินวิถีชีวิตตามปกติ

วันนี้ต้องทำหน้าที่เป็น Knowledge - Facilitator สองกลุ่มสองกระบวนการ..

แต่ก็ยังคงสามารถนำพาตนเองอยู่ได้... แต่รับรู้ได้ว่า อากาศหนาวเย็นภายในร่างกายมีเพิ่มขึ้น สงสัยเย็นนี้จะต้องหาน้ำขิงดื่มเพื่อให้อุ่นอยู่ในตัวในกาย...

ก่อนทำกระบวนการในช่วงบ่ายให้ตนเองได้งีบไปประมาณสิบนาที สดชื่นขึ้น และทำร่างกายตนเองให้อุ่น ข้าพเจ้าเองก็ยังคงติดนิสัยสวมถุงเท้าอยู่อย่างสม่ำเสมอ...

และสิ่งหนึ่งที่เห็นเป็นความชักเจนในตนเอง ก็คือ การหายใจ

รู้สึกว่าการหายใจแห่งการได้ฝึกฝนนี้ ช่วยเยียวยาร่างกาย ณ ขณะนี้ได้ค่อนข้างดีทีเดียว

การหายใจด้วยห้วงแห่งจังหวะลึก...ยาว และผ่อนคลาย ทำให้สรรพส่วนต่างๆ ในร่างกายสดชื่นและตื่นตัวขึ้น...

จึงทำให้นึกถึงบทที่ว่าด้วย "อาณาปานสติสูตร"...

ที่บอกไว้ว่า...การให้หายใจนำพาไปสู่การเยียวยาแห่งร่างกายนี้ได้

ก็คงจะจริง...เพราะที่ยังดำรงแห่งวิถีการงานนี้ได้ ณ ขณะนี้ส่วนหนึ่งที่สำคัญ ก็คือ การหายใจที่ยังคงหายใจอยู่นี่เอง...

ใบหน้า... เมื่อคืนนี้ อาจมีแววตาที่ดูอิดโรย...

แต่ก็ยังมีพลังไปนั่นไปนี่ ทำงานนั้นทำงานนี้ได้อยู่

ได้โอกาส...ไปเรียนรู้การทอผ้าจากคุณป้าของน้องออต อยู่ที่สวนอุทยานเกษตร...

กายยังพอไปได้...แม้ว่าภายในจะรู้สึกไม่สบายอย่างมาก

แต่ที่ยังดำรงอยู่ได้นี่...ก็ด้วยการหายใจ...

หายใจ...เข้า สบาย...

หายใจ...ออก สบาย...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชีวิตและวิถีแห่งธรรม(ชาติ)



ความเห็น (9)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

การเลือกวิธีการรักษาตนเองโดยธรรมชาติบำบัดแบบไม่ต้องพึ่งยาไม่โง่หรอกค่ะ ร่างกายเราพยายามที่จะรักษาสมดุลไว้เสมอ...หากสมดุลนั้นเบนไปทางใด เราก็เพียงแต่ตั้งสมดุลใหม่ ซึ่งอาจจะใช้วิธีที่แตกต่างกันไปตามวิถีของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาลเสมอไป...

แม้จะมีทุกข์กาย...แต่จิตใจก็ยังสดชื่นแจ่มใส

หายป่วยเร็วๆ นะคะ

 

  ส่งดอกหญ้าน้อยๆ มาเยี่ยมไข้ค่ะ ^v^

อื้ม... น่าจะรออีกสักสามเดือนจะได้เป็นหวัด 2010 แทน!!!

ถ้าหายใจอยู่ก็แสดงว่ายังไม่ตาย

ถ้าหายใจลึก ๆ ยาว ๆ ได้ก็แสดงว่ายัง "สบายดี..."

แล้วเขาตรวจกันอย่างไงหว่าเจ้าหวัดสองพันเก้า สองพันสิบนี้

ตรวจด้วยตนเองได้ไหม หรือว่าจะต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลเท่านั้น...?

อื้มนึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง

ที่จริงวันงานกฐิน "ชมรมนักปั่น" น่าจะเป็นเปิด "โรงทาน" กับเขาบ้างนะ

เจ้านี้ (มรรคา) เขาก็ไปเปิด "โรงทาน" นะ ขนม "ถังแตก" ของเขาอร่อยเชียว (ถ้าไม่ยัดเยียด "ไม่หมด 555) ของเขาอร่อยจริง ๆ ราคาไม่แพง มีลูกค้าไปแวะเวียนเยอะ...

ลองถาม ๆ หมอดาวแล้วก็เพื่อน ๆ ที่ ร.พ.ยโสธรดู ไม่ต้องเอาอะไรมามากหรอก แล้วแต่ศรัทธาและทุนทรัพย์...

ถ้าอยากจะบอกครูเหมือนคนทั่ว ๆ ไป ก็คงบอกว่า "ดูแลตัวเองดี ๆ นะคะ"

แต่มานึกได้ ครูดูแล ตนเองได้ดีอย่างน่าชื่นชมอยู่แล้ว

แต่อย่างไร ศิษย์เองก็ยังรู้สึกเป็นห่วงเจ้าค่ะ

แต่ไม่ได้กังวล เชื่อมั่นในแนวทางและการตัดสินใจของครูเสมอค่ะ

 

ที่ท่านสุญญตา เมตตาชี้แนะ เห็นด้วยเจ้าค่ะ

ขออนุญาตเก็บไปเป็นการบ้านว่า พอจะเป็นสิ่งใด

กราบขอบพระคุณในความเมตตาของท่านทั้งสองเจ้าค่ะ

เขียนเมื่อ 

ท่านสุญญตาคะ...ขออนุญาตตอบเรื่องไข้หวัด 2009ค่ะ (เป็นคำตอบทางการแพทย์แผนปัจจุบันนะเจ้าคะ...ความรู้ทางด้านแพทย์แผนไทย หรือว่าธรรมชาติบำบัดดาวไม่ทราบ)

ไข้หวัด 2009 ตรวจโดยวิธีทำ nasopharygeal swab (เอาไม้พันสำลีแหย่ๆ เข้าไปในจมูก) แล้วส่งไปตรวจที่ศูนย์วิทย์เจ้าค่ะ เค้าจะทำ PCR แล้วตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อเป็นการยืนยันค่ะ บางแห่งมีการตรวจเลือดดูภูมิคุ้มกันที่เพิ่มขึ้นเป็นการตรวจ screening แต่ว่าผลไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าที่ควร

อาการโดยทั่วไปถ้าไม่เป็นรุนแรงก็ไม่ต่างกับไข้หวัดธรรมดา แยกจากกันยากมาก บางคนเป็นโดยไม่รู้ตัว...สองสามวันแล้วหายก็มีค่ะ แต่ที่เป็นข่าวเยอะเพราะคนที่ภูมิคุ้มกันไม่ดีจะมีอาการแทรกซ้อนรุนแรง ถ้าภูมิต้านทานเราดี หายได้เองเจ้าค่ะ

อ้อ ไม่แน่นะเจ้าคะ ปีหน้าอาจจะมีหวัด 2010 ระบาดขึ้นมาอีกก็ได้ เกิดเจ้าไข้หวัด 2009 กลายพันธุ์รวมกับไข้หวัดนกขึ้นมา...คงวุ่นวายกันอีกรอบ...แต่ก็ขออย่าให้เกิดขึ้นเลย แค่ 2009 ก็เล่นเอาหมอป่วยไปหลายคนแล้วเจ้าค่ะ

เขียนเมื่อ 

มาอ่านบันทึกนี้ได้ความรู้หลายทางเลยครับ...

ทั้งจากเจ้าของบันทึกและจากคอมเมนต์แลกเปลี่ยน...

ได้ความรู้เพิ่มเติมเรื่องหวัด 2009 ด้วยครับ...

ขอบคุณมากครับ...

เขียนเมื่อ 

ขอเพิ่มเติมข้อมูลเล้กน้อย ที่ท่านสูญญตา กรุณาพูดถึงโรงทานนั้น

อยากบอก ชมรมนักปั่น ว่าเป็นคนออกโรงทานที่เป็น มือใหม่มาก

เพราะเพิ่งเริ่มออกโรงทานเมื่อปีที่แล้ว ที่เชียงใหม่

ฉะนั้นฝีมือ ธรรมดา รสชาติ ธรรมดา ที่สำคัญ คนทำก็ธรรมดา คะ

แต่อย่างไรก็ขอบอกผ่าน ชมรมนักปั่น ด้วยว่า ถ้าได้ไป งานกฐิน

ก็อย่าลืมแวะเวียน ไปลองชิม ขนมถังฟู (ขอเปลี่ยนชื่อหน่อยเพราะเขาว่าถังแตกไม่เพราะ)

ด้วยนะคะ เพราะกลัวว่าจะไม่หมด ได้ยินว่าโรงทานนั้นมากพอดูทีเดียว

เพราะเมื่ออาทิตย์ ที่ผ่านมา ก็ไปออกโรงทานมาที่แพร่ วันที่ 11/10/52 มีโรงทานทั้งหมด 107 โรงทาน มากจริงๆ

ดูแต่ละคนที่มาออกโรงทาน ดูมีความสุข สุขที่จะให้ ทั้งนั้น รู้สึกดีจัง

เขียนเมื่อ 

โอเค...โอเค... "ชมรมนักปั่น" จะทำโรงทานที่วังน้ำเขียว ใบไม้ร้องเพลง เตรียมกายเตรียมแรงเลยนะ.... อาจจะต้องขอคำแนะนำ มรรคา ในฐานะรุ่นพี่โรงทาน...น่ะนะ

เห็นภาพ...แรงใจแห่งผู้มุ่งมั่นในการฝึกฝนตนแล้วชื่นใจ...

ดูท่าจะไปได้ดีทีเดียวเลยนะท่าน สุญฺญตา นักปั่นนักป่วนความรู้ ต่างมาพร้อมหน้าพร้อมตา... ดูแล้วขาดใครไปเหรอนี่ พี่นกยังไม่มา ท่านแสงแห่งความดีก็ยังไม่เห็น... มีใครอีกล่ะ ท่านก็ได้มอบหมายเรา แต่ก็ไม่ได้ติดตามหาเลย... ^__^!!!

เอ้า...ใครมองแล้วว่า "ชมรมนักปั่น" นี้พอมาพูดคุยกันได้ก็เชื้อเชิญนะคะ...

ว่าแล้วก็นึกถึงเฮียหมูน่ะเนี๊ยะ... น่าจะเป็นนักปั่นที่ดีทีเดียวเลย...

เจ้าค่ะ เตรียมกายเตรียมใจอย่างเต็มที่เจ้าค่ะ

(^__^)