แว่วหวานธารกวี (2)


แว่วหวานธารกวี

  มองกระต่าย  ตัวนั้น  แล้วพลันนึก....

ความรู้สึก  อยู่ที่แก้ว  แววตาใส

   กระต่ายน้อย นี้บอก  ออกความนัย

เจ้าจากไกล  ไร้คู่  อยู่เอกา

   ราตรีหนึ่ง  นั้นมี  มวลหมู่เมฆ

เหมือนดั่งเสก  พาฝน  หล่นจากฟ้า

   ดั่งราตรี  คืนค่ำ  แต่น้ำตา

เศร้าอุรา  พาโศก  วิโยคใจ...

   กระต่ายน้อย  คล้อยตา  จะลาลับ

จิตประจักษ์  ตรงแก้ว  แววตาใส

   ดั่งเสียงโศก  ซึมซ่าน  ซานทรวงใน

ระโหยให้  ไร้แรง  แห่งวิญญาร์

   เฝ้ารอจันทร์  วันนี้  ริบหรี่นัก

จิตสลัก  ปักใจ  ให้โหยหา

   กระต่ายน้อย  ละห้อย  ปล่อยกายา

เมื่อไหร่หนา  ตาจะเห็น  เป็นแสงจันทร์

5/10/52

 

 

หมายเลขบันทึก: 303521เขียนเมื่อ 5 ตุลาคม 2009 22:47 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 09:54 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (2)

เป็นที่มา เรื่องเล่า เก่าหนหลัง

เปรียบดวงจันทร์ บนฟ้า นภาใส

กระต่ายจ้อง จิตสลัก ด้วยปักใจ

เป็นคำใน คือกระต่าย ที่หมายจันทร์

อยากแต่งกลอนเก่งๆ ครับมีอะไรที่เป็นวิชาแต่งกลอนขอหน่อยนะครับ

จะเอื้อนเอ่ยเฉลยความตามที่บอก

ว่าอ่อนนอกแข็งในให้รักษา

อยู่ที่ "ใจ" นั่นนะหรือคืออัตตา

จะให้พาทุกข์โศก วิโยคไป

ปุถุชนคนทั้งหลายใคร่ครวญเห็น

ใจนี้เป็นประหนึ่งธารที่รินไหล

ระเรื่อยเลาะเซาะหว่างกลางฤทัย

ที่เสกให้ได้รส บทกวี....

ไพเราะร้อยเรียงเคียงเสียงเสนาะ

ที่จะเพราะซีมซ่านซานทรวงนี้

เหตุเพราะใจได้อิ่มเอมสุขเปรมปรีดิ์

จึงได้มีเอื้อยเอ่ยเฉลยความ....

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี