ผมตั้งใจจะเขียนเรื่องวันอีด(วันตรุษ)ฟิตริ และใช้ชื่อหัวข้อนี้เลย เผอิญได้คำอวยพรจาก “คนเสียงเล็ก” จึงขอยืมคำอวยพรนั้นมาเป็นชื่อเรื่องเลยครับ

วันตรุษของอิสลามมี 2 วันในรอบปี ที่ผมจะเขียนนี้คือวันตรุษอีดิ้ลฟิตริ เป็นตรุษที่เกี่ยวข้องกับเดือนเราะมะฎอน คือสิ้นสุดเดือนนี้เมื่อไหร่ก็เป็นวันตรุษทันที นั้นก็หมายความว่าเป็นวันที่มวลมุสลิมทั่วโลกได้เฉลิมฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่ได้ถือศีลอดมาหนึ่งเดือนเต็มๆ

วันอีด(ตรุษ)คือวันไหนแน่ ถ้าท่านได้อ่านการกำหนดวันเดือนในอิสลามในบันทึกที่ผ่านมาก็น่าจะพอเข้าใจบ้าง ในปีนี้ วันที่ 29 เราะมะฎอน ตรงกับวันที่ 19 กันยายน และเป็นวันที่ครบกำหนดให้ดูจันทร์เสี้ยวหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว ในขณะที่ผมบันทึกนี้ เป็นเวลา 14.00 น. จึงยังไม่ทราบว่าวันอีดคือวันไหนแน่ เพราะหากค่ำนี้มีผู้เห็น จันทร์เสี้ยว วันรุ่งขึ้นก็เป็นวันขึ้นเดือนใหม่ เราะมะฎอนเป็นอันสิ้นสุด แต่หากไม่เห็นเดือนเราะมะฎอนก็ยังมีอีกหนึ่งวัน แต่ตามการคำนวนทางดาราศาสตร์นั้นอายุของดวงจันทร์มีแล้ว โอกาสเห็นเป็นดังนี้ กรุงเทพฯและภาคกลาง จะมีจันทร์ค้างฟ้า 15 นาที ที่ยะลา 20 นาที หมายความว่ามีโอกาสเห็น หากคำนวนมุมและองศาให้ดีการดูก็จะง่าย การประกาศเห็นน่าจะมาจากทางภาคใต้

ผมคงไม่ต้องให้รายละเอียดมากนักทุกท่านคงรู้กันบางแล้ว ในวันตรุษของอิสลามก็จะมีกิจกรรมหลักที่ถือว่ามุสลิมต้องทำคือการบริจาคทางภาคบังคับที่เรียกว่า “ซะกาตฟิตเราะฮ์” ส่วนใหญ่เป็นอาหารหลักที่ใช้บริโภคในท้องถิ่น เช่น ข้าวสาร บุคคลที่มีสิทธิรับทานนี้ก็ได้ถูกระบุในคัมภีร์แล้วว่ามี 8 จำพวก เช่น คนยากจน คนขัดสน คนเดินทาง ฯลฯ ใครอยู่ใกล้สังคมมุสลิมจึงสัมผัสได้ในความคึกคักของคนด้อยโอกาสเหล่านี้ ในทัศนะของศาสนาไม่ได้มองว่าคนเหล่านี้ต่ำ

กว่ากันคนทั่วๆไป แต่ศาสนาได้กำหนดสิทธิให้พวกเขา ฉะนั้นหากคนมั่งมีไม่บริจาคก็เท่ากับการละเมิดสิทธิของคนกลุ่มนี้

                กิจกรรมที่สองคือ การไปมัสยิด หรือลานกว้างๆเพื่อละหมาดอีดิ้ลฟิตริ คือการนมัสการต่อพระผู้เป็นเจ้า ที่สนับสนุนให้มุสลิมทุกคน เด็ก ผู้ใหญ่ หญิงชาย ไปร่วมกันปฏิบัติ ฉะนั้น ในวันนี้ที่มัสยิดหรือสถานที่ที่กำหนดจึงมีมุสลิมเป็นจำนวนมากไปรวมกันประกอบศาสนกิจอย่างล้นหลาม

                กิจกรรมต่อมาเป็นกิจกรรมที่สืบเนื่องจากกิจกรรมที่แล้ว เมื่อละหมาดอีดเสร็จ จะต้องมีคุตบะฮฺ วันอีด คุตบะฮฺ คือการเทศนาธรรม มีการตักเตือน มีการบอกกล่าว มีการสั่งสอน ในเรื่องต่างๆที่ให้ทุกคนอยู่ในหลักคุณธรรม จริยธรรม

                กิจกรรมต่อมาคือกิจกรรมการเยี่ยมเยี่ยน ให้อภัย และขออภัย วันนี้ทั้งวัน มุสลิมจะไปเยี่ยมเยียนผู้อาวุโส พ่อแม่ ญาติพี่น้อง แต่ละบ้านก็จะเตรียมอาหารการกินกันอย่างมากมาย สมัยอดีตทุกบ้านจะมีการทำข้าวต้มมัด เป็นหลัก แต่ปัจจุบันก็เปลี่ยนไป อาหารการกินก็จะหลากหลาย ขึ้นบนบ้านไหน ก็จะมีของกินให้ได้กิน เด็กๆก็จะสนุกสนานได้เสื้อผ้าใหม่ๆเพราะศาสนาสนับสนุนให้แต่งกายให้สวยงาม เอาของที่ดีที่สุดที่มีมาแต่ง ใส่เครื่องหอม ผู้ใหญ่ก็จะมอบปัจจัยให้เด็กๆเช่น เงิน บางกลุ่มก็จะไปเยี่ยมบรรพบุรุษที่เสียชีวิตไปแล้วที่สุสาน(กุโบร์) เพื่อขอพร(ดุอาอฺ)ให้

                แต่สิ่งที่กระทำกันเสมอมาคือการขออภัยในความผิดที่เกิดขึ้น เป็นวันที่คู่กรณีจะถือโอกาสมาขออภัยและให้อภัยซึ่งกันและกัน ใครที่อยู่ใกล้ชุมชนมุสลิม จะเห็นว่า เขาจะจับมือขอมาอาฟ(ขออภัย)บางครั้งก็เห็นกอดกัน เราจึงเห็นภาพของคนที่หลั่งน้ำตาในวันนี้ได้ไม่ยากนัก

                วันนี้จึงมีทั้งน้ำตาของการขออภัย เสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น และรอยยิ้มของความสุขของทุกๆคน เรามักจะได้จะยินประโยคเหล่านี้ในวันนี้เสมอๆ คือ

 

1. selamat hari raya aidil fitri‏ (อ่านตามตัวเลยครับเป็นภาษารูมีอ่านออกเสียงเป็นสำเนียงยาวี) “เซอลามัต ฮารี รายา อีดิ้ลฟิตริ”  selamat = ความเป็นศิริมงคล   hari=วัน raya= กษัตริย์,เจ้าเมือง (เช่น รายากูนิง)  aidil fitri  = ตรุษอีดิ้ลฟิตริ

 

2. อีดิ้ลฟิตริมุบาร็อกหรืออีดมุบาร็อก (ซึ่งเป็นภาษาอาหรับ)

                สองประโยคนี้ความหมายคล้ายๆกัน คือ ขอความเป็นศิริมงคลเนื่องในวันตรุษอีดิ้ลฟิตริ ครับ ผมขอให้ความหมายทั้งสองประโยคนี้จงมีแด่ท่านทุกท่านเช่นกัน

 

ตกลงวันนี้( 29 เราะมะฎอน=19 กันยายน) มีผู้เห็นจันทร์เสี้ยวทาง จ.ยะลา ทางสำนักจุฬาราชมนตรีได้ตรวจสอบเป็นที่แน่ชัดแล้ว จึงประกาศให้วันที่ 20  กันยายน เป็นวันตรุษอีดิลฟิตริ)

เซอลามัต ฮารีรายา อีดิ้ลฟิตริ  ,อีดมุบาร็อค