วันนี้สำหรับคนทำงานโดยส่วนมากได้พักผ่อนหย่อนใจกัน
หลังจากทำงานมาตลอดห้าหกวันออมแรงเพื่อสู้ต่อไป

แต่สำหรับคนทำงานในท้องทุ่งตามชนบททำนา ปลูกผัก เลี้ยงโค.
คงไม่มีหยุดราชการกันคงทำเหมือนๆกันทุกวี่วัน
วันนี้เดินผ่านที่พักคนงานเหลือบไปเห็นเขานั่งดูทีวีกันอยู่
ธรรมฐิตหยุดดูโฆษณาอย่างหนึ่ง
ซึ่งเป็นการประกาศขายสินค้าอย่างหนึ่ง
พอบรรยายสรรพคุณสิ้นค้าจบเขาบอกว่า
ถ้าคุณโทร.กลับมาภายในสิบนาทีจะได้รับส่วนลดทั้งของแถม..
ดูแล้วบอกได้เลยว่าเป็นการนำเสนอที่ล่อใจผู้ซื้อ(ซึ่งไม่รู้จักคิด)
ได้ดีทีเดียว เพราะคนเราส่วนใหญ่เมื่อเห็นส่วนลดของแถม
จะขาดสติวิจารณญาณในการไตร่ตรองชั่วเวลาห้า-สิบนาที
จึงเป็นกลยุทธ์ในทางการตลาดได้ดีทีเดียว
ไม่มีคนขายรายใดยอมขาดทุน
ผู้ซื้อนึกว่าได้กำไรในการซื้อที่ได้ของแถม
และบางครั้งของแถมนั้นไม่มีความจำเป็นในการใช้เลย
เมื่อสามสี่ปีที่ผ่านมาธรรมฐิตไปอินเดีย
แล้วเข้าไปซื้อพระพุทธรูปหินแกะเขาบอกราคา ๒,๕๐๐ รูปี
(ก็ประมาณ ๒,๕๐๐ บาท)
คนขายบอกถ้าอาจารย์จะเอาผมลดให้เหลือ๑,๙๐๐ รูปี
นึกในใจยังไม่ต่อลดแล้ว แต่ก็กินธรรมฐิตยากแหละ
เลยขอต่อครั้งแรกต่อ ๓๐๐ รูปี โยมที่ไปด้วยตกใจว่าต่อยังไง
แม้แต่แขกมันยังตกใจเลยแต่ธรรมฐิตศึกษามาแล้วคนอินเดียเป็นยังไง ต่ออยู่ประมาณสิบนาทีเลยได้ในราคา ๕๐๐ รูปี
(เจ้าถิ่นบอกแน่มากที่มาครั้งแรกไม่โดยหลอก
แต่เขายังได้กำไรประมาณ ๕๐ รูปี)
มีโยมที่ไปด้วยซื้อเหมือนกันแต่คนละร้านราคา ๑,๕๐๐ รูปี
โยมพูดว่าก็เขาบอกตั้ง ๓,๐๐๐ รูปี ลดตั้งครึ่งนึง
พอรู้ว่าของธรรมฐิตแค่ ๕๐๐ รูปีจ๋อยเลย
..ดังนั้นใช้สติคิดสักนิดก่อนตัดสินใจซื้อสินค้านะขอรับ..
ธรรมะสวัสดีขอรับ..
นมัสการพระคุณเจ้า
มีรึน้องนัทจะหลงทาง..
สา......ธุขอรับพี่ครู..
นมัสการค่ะ...หลวงพี่
เขาบอกว่าเวลาซื้อสินค้า...ให้ต่อครึ่งต่อครึ่ง แต่นี่หลวงพี่เล่นต่อซะจนคนขายอยากจะเซ้งร้านหนี...Vij ว่าต่อเก่งแล้ว...พอได้อ่านบันทึกนี้แล้ว...บอกคำเดียวว่า "ยอมแพ้" เจ้าค่ะ
ขอบพระคุณเจ้าค่ะ
เรามีหน้าที่ซื้อก็ต้องต่อคนขายก็ขายไปสิว่าไหม
สาธุๆๆ
ขอบคุณที่เตือนสตินะคะ เมื่อก่อนก็เป็นคนที่ว่าเห็นอะไรถูกใจก็ต้องรีบฉวยเอาไว้ก่อนเหมือนกันคะ แต่ ณ ปัจจุบันนี้ก็รู้จักการใช้สติก่อนการตัดสินใจแล้วนะคะ