ภาพคนส่งนม ชานเมืองมัณฑเลย์ พม่า

พระภิกษุรูปหนึ่งปรึกษาผู้เขียนที่วัดท่ามะโอว่า สามเณรกัมพูชากังวล กลัวว่าจะไม่สูง

ท่าน(สามเณร)สังเกตว่า การคัดเลือกพระภิกษุไปเรียนต่อต่างประเทศของกัมพูชามักจะเลือกคนที่รูปร่างสูงกว่า กลัวจะไม่ได้เรียนต่อ จะทำอย่างไรดี

ผู้เขียนเรียนตอบท่านว่า พอจะแก้ไขได้บ้าง สามเณรอายุยังไม่ถึง 20 ปี ถ้าเริ่มด้วยการนอนให้พอ เน้นนอนหัวค่ำ ตื่นเช้า นอนให้หลับสนิท

แม้จำนวนชั่วโมงของการนอนเท่าเดิมก็มีส่วนทำให้การผลิต และการหลั่งฮอร์โมนเจริญเติบโต (growth hormone) ดีขึ้นได้

ต่อไปเป็นการออกกำลังกาย แนะนำให้เดินจงกลม พิจารณาข้อธรรม หรือจะสาธยายพระธรรมก็ได้ ควรทำให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาที

และอีกข้อหนึ่งการได้รับสารอาหาร โดยเฉพาะแคลเซียมเพียงพอ ควรพิจารณาฉันนม นมถั่วเหลือง งาดำ เต้าหู้ ผักใบเขียวให้พอ

เรื่องนี้ก็เป็นอุทาหรณ์(ตัวอย่าง)เหมือนกันว่า คนทั่วโลกมีแนวโน้มจะชอบคนสูงมากหน่อยมากกว่าเตี้ยหน่อย

เราๆ ท่านๆ คงจะสงสัยว่า คนไทยรุ่นใหม่น่าจะมีความสูงเท่าไหร่ วันนี้มีข่าวดีครับ... อาจารย์กองบรรณาธิการวารสารวงการแพทย์ตีพิมพ์เรื่อง “ไขข้อข้องใจเรื่องความสูง” ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง

อาจารย์ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.กิตติ อังศุสิงห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญเติบโต ต่อมไร้ท่อ และเบาหวานในเด็กกล่าวว่า ความสูงเป็นเรื่องของพัฒนาการที่ต่อเนื่อง และยาวนาน

ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนกำหนดความสูงของคนไทยรุ่นใหม่ที่สำคัญได้แก่

  • กรรมพันธุ์:
    ความสูงของพ่อแม่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ความสูงของคนรุ่นลูกมีแนวโน้มจะแปรตามความสูงของพ่อแม่รวมกัน ผู้เขียนขอแสดงความยินดีกับท่านผู้อ่านที่มีพ่อแม่รูปสูง ท่านที่มีพ่อแม่ไม่สูงมากก็ไม่ต้องตกใจครับ มีข้อต่อไปให้ท่านแก้ไขปรับเปลี่ยนได้

  • อาหารประเภทให้กำลังงาน:
    อาหารประเภทให้กำลังมีโครงสร้างพื้นฐานเป็นคาร์บอน (C) ไฮโดรเจน (H) และออกซิเจน (O) ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน สารอาหารเหล่านี้แปรรูปกลับไปกลับมาได้ ถ้ากินตัวใดตัวหนึ่งมากเกินก็อ้วนได้
    ถ้าได้รับสารอาหารกลุ่มนี้น้อยเกินในช่วงใดช่วงหนึ่ง
    นับตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ วัยเด็ก จนถึงวัยรุ่นจะทำให้ฮอร์โมนเจริญเติบโตออกฤทธิ์ได้น้อยลง สารเร่งการเจริญเติบโต เช่น ไอจีเอฟวัน (IGF-I / insulin-like growth factor-I) ฯลฯ ลดลง
    เรื่องความสูงจึงเป็นเรื่องของระยะเวลา เปรียบคล้ายการออมทรัพย์ที่ว่า ต่อเนื่องและยาวนานไว้ละดี


  • แคลเซียม:
    จากการศึกษาพบว่า แคลเซียมเสริมความแข็งแรงของกระดูกได้จริง ทว่า... ข้อมูลในเรื่องการเพิ่มความสูงยังไม่ชัดเจน จึงควรให้อาหารที่มีคุณค่าตามธรรมชาติ ซึ่งมีสารอาหารหลากหลายส่งเสริมกัน เช่น นมไขมันต่ำ นมไม่มีไขมัน ถั่ว เต้าหู้ งา ผักใบเขียว ฯลฯ
    ไม่ควรให้แคลเซียมเด็กมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ท้องผูก รบกวนการดูดซึมสารอาหารชนิดอื่น (เช่น เหล็ก สังกะสี ฯลฯ)

  • ระวังอ้วน:
    จากการศึกษาพบว่า เด็กหญิงที่อ้วนจะมีการเจริญเติบโตเร็วในวัยเด็ก ทว่า... ประจำเดือนจะมาเร็วกว่าปกติ ทำให้เป็นสาวเร็วก่อนวัยอันควร ประจำเดือนมาก่อนวัยอันควร ทำให้หยุดสูงเร็วกว่าปกติ
             นอกจากโรคอ้วนจะทำให้ความสูงลดลงแล้ว ยังเพิ่มโอกาสเป็นเบาหวาน ความดันเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง ข้อเสื่อม(โดยเฉพาะข้อเข่า) และเสี่ยงต่อการมีคราบดำรอบคอที่พบในคนอ้วนอีกด้วย

   

  • ออกกำลัง:
    การออกกำลังกายทำให้รู้สึกสดชื่นจากการหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ทำให้หลับได้สนิท เป็นผลให้ฮอร์โมนเจริญเติบโตหลั่ง และทำหน้าที่ได้เต็มที่ การออกกำลังที่จะกระตุ้นฮอร์โมนเจริญเติบโตได้ต้องออกกำลังกายติดต่อกันอย่างน้อย 20-30 นาทีต่อครั้ง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์


  • นอนให้พอ:
    ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเจริญเติบโตสูงมากในช่วงเวลากลางคืน... ถ้าหลับสนิท และนอนแต่หัวค่ำ-ตื่นแต่เช้า ดีที่สุดคือนอนประมาณ 3 ทุ่ม (21.00 น.)

  • ความรัก:
    จากการศึกษาพบว่า เด็กที่ขาดความรัก ถูกทอดทิ้ง จะมีอารมณ์เศร้า-เครียดเป็นประจำ ฮอร์โมนเติบโตจะลดลง ทำให้เติบโตช้ากว่าเด็กทั่วไป

  • สุขภาพโดยรวม:
    สุขภาพโดยรวมมีผลต่อการเติบโต โรคเรื้อรังและยารักษาโรคบางชนิดมีผลยับยั้งการเจริญเติบโตได้ เช่น ยาสเตอรอยด์รักษาโรคบางชนิด ยารักษาเด็กสมาธิสั้น ฯลฯ การที่หมอให้ยาเหล่านี้ หมอให้ยาตามข้อบ่งชี้และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่า ผลดีจากยามีมากกว่าผลเสียจากโรค ท่านผู้อ่านที่มีญาติเป็นโรคเรื้อรังในเด็กคงต้องยอมรับธรรมชาติของโลกที่ว่า ชีวิตเราบางครั้งได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง (trade-off)

  • กราฟส่วนสูง-น้ำหนัก:
    การบันทึกกราฟส่วนสูง-น้ำหนักสม่ำเสมอมีส่วนช่วยให้ตรวจพบปัญหา เช่น ความสูงไม่เพิ่มขึ้นตามกำหนด ฯลฯ ได้ทันท่วงที

ความสูงของเด็กน่าจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่:

  • 1 ปีแรก > 25 ซม.
  • 1-2 ขวบ > 12 ซม.
  • 2-3 ขวบ > 6-8 ซม.
  • 4-9 ขวบ > 5 ซม. ต่อปี
  • 10-11 ขวบในเด็กหญิง > 6-8 ซม.
  • 12-13 ขวบในเด็กชาย > 6-8 ซม.

 

เด็กหญิงจะสูงเร็วในช่วงแรกของการเป็นสาว ประมาณ 7-8 ซม.ต่อปีเพียงปีเดียว หลังจากนั้นความสูงจะเพิ่มขึ้นช้าลง เมื่อเริ่มมีประจำเดือนสม่ำเสมอจะโตได้อีกประมาณ 3 ปี ความสูงจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยในช่วงนี้ 6 ซม.เท่านั้น

การป้องกันไม่ให้เด็กหญิงอ้วนหรือมีน้ำหนักมากเกินมีส่วนป้องกันภาวะเป็นสาวเร็ว ซึ่งมีส่วนทำให้รูปร่างสูงน้อยลง

เด็กชายจะมีความสูงเพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วงกลางของวัยรุ่น 7-10 ซม.ใน 1 ปี หลังจากนั้นจะมีเสียงแตก มีหนวด ขนรักแร้ขึ้น หลังจากนั้นจะเติบโตช้า

สูตรประมาณส่วนสูงของเด็กชาย: ความสูงเด็กชายมีค่าใกล้เคียงความสูงเฉลี่ยของพ่อแม่ บวก 6.5 ซม.(13 หาร 2)
หน่วยเซ็นติเมตร(ซม.) สมมติให้ส่วนสูงพ่อ = 174 ซม. ส่วนสูงแม่ = 155 ซม.

  1. นำส่วนสูงพ่อบวกส่วนสูงแม่ > 174 + 155 = 329
  2. บวก 13 > 320 + 13 = 342
  3. หาร 2 จะได้ความสูงเฉลี่ย > 342/2 = 171
  4. โอกาสคลาดเคลื่อนไม่เกิน 7 ซม. จะได้โอกาสสูงมากที่สุด(ค่าเฉลี่ยบวก 7) = 171+7 = 178 ซม. โอกาสสูงน้อยที่สุด(ค่าเฉลี่ยลบ 7) = 171 – 7 = 164 ซม. หรือมีความสูงอยู่ในช่วง 164 - 178 ซม.

สูตรประมาณส่วนสูงของเด็กหญิง: ความสูงเด็กหญิงมีค่าใกล้เคียงความสูงเฉลี่ยของพ่อแม่ ลบ 6.5 ซม.(13 หาร 2)
หน่วยเซ็นติเมตร(ซม.) สมมติให้ส่วนสูงพ่อ = 174 ซม. ส่วนสูงแม่ = 155 ซม.

  1. นำส่วนสูงพ่อบวกส่วนสูงแม่ > 174 + 155 = 329
  2. ลบ 13 > 329 - 13 = 316
  3. หาร 2 จะได้ความสูงเฉลี่ย > 316/2 = 158
  4. โอกาสคลาดเคลื่อนไม่เกิน 7 ซม. จะได้โอกาสสูงมากที่สุด(บวก 7) = 158+7 = 165 ซม. โอกาสสูงน้อยที่สุด(ลบ 7) = 165 – 7 = 158 ซม. หรือมีความสูงอยู่ในช่วง 158 - 165 ซม.

 

ผู้ใหญ่ช่วยได้อย่างไร:

  • แม่เด็กควรฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ ดูแลสุขภาพให้ดี ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ระวังการติดเชื้อทั้งในระหว่างการตั้งครรภ์ ก่อนคลอด ระหว่างคลอด และหลังคลอด
  • แม่ พ่อ ญาติพี่น้อง ครูบาอาจารย์ เพื่อนๆ และสังคมมีส่วนให้ความรัก ความอบอุ่น เมตตา และกรุณาต่อเด็ก เด็กหลายคนเกิดมามีครอบครัวไม่สมบูรณ์ ทางบ้านอาจจะมีปัญหา ทว่า... ถ้าเด็กๆ มีคนรอบข้างและสังคมช่วยเหลือเกื้อกูลจะมีส่วนช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้

  • ระวังอย่าให้เด็กอ้วน เด็กอ้วนจะเป็นสาวเร็ว และหยุดสูงเร็วผิดปกติ
  • ดูแลให้เด็กได้รับอาหารหลากหลายที่มีคุณค่าตามธรรมชาติ ยังไม่มีหลักฐานว่า การเสริมแคลเซียมเพิ่มส่วนสูงในเด็ก

แหล่งข้อมูล:

  • ขอขอบคุณ > กองบรรณาธิการ. ไขข้อข้องใจเรื่องความสูง. วงการแพทย์ 16-30 เมษายน 2549. ปี 8 ฉบับ 220. หน้า 10. (บทความต้นฉบับอ้างขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์).
  • ภาพชีวิตพม่า >>> ภาพคนส่งนม ถนนชานเมืองมัณฑเลย์ พม่า > คนพม่าชอบกินชาใส่นม ทำให้ได้แคลเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัสจากนม น่าเสียดายที่คนพม่าเริ่มดื่มกาแฟกันมากขึ้น ดื่มชาน้อยลง กาแฟที่ขายส่วนใหญ่เป็นกาแฟสำเร็จรูป (3-in-1) ผสมครีมเทียมและน้ำตาลพร้อมในซองเดียวกัน ทำให้โอกาสได้รับสารอาหารลดลง
  • เชิญอ่านเรื่อง "การบริโภคน้ำชา กาแฟของชาวพม่า" >>> บทความจากศูนย์พม่าศึกษา (www.myanmar.nu.ac.th) มหาวิทยาลัยนเรศวร << คลิกที่นี่ >>>
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก บ้านสุขภาพมีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๔๙.