เจ้าของหลักสูตร การตีขิมแบบสัมผัส ครูน้อยการดนตรีไทย

    ผู้เขียนใช้เวลาในการเรียนตีขิมกับครูน้อยมาครบปีพอดี โดยเรียนสัปดาห์ละหนึ่งวัน ระยะหลังๆก็เว้นบ้างตามภาระกิจ แต่จะฝึกฝนเป็นประจำ จากที่เคยทุกข์ร้อน ในความเชื่องช้าของตน ที่ตีขิมเป็นเพลงไม่ตลอดสักเพลง เหมือนจะตีได้แล้ว แต่ก็ผิดๆถูกๆอีก

  เพิ่งจะรู้สึกตัวว่า ที่แท้เรามองงานศิลปผิดไป คิดแต่ว่าทุกอย่างต้องดำเนินไปตามขั้นตอน ระยะเวลา สู่ความสำเร็จ เหมือนงานประจำ ที่ต้องทำแบบนี้ตลอดมา

  งานศิลปะโดยเฉพาะดนตรี ถ้าจิตใจเราวอกแวกไร้สมาธิ หรือมีอารมณ์ที่ไม่สุนทรีย์ อยากได้ อยากเป็น หงุดหงิดกับความผิดพลาด หรืออะไรก็ตาม ที่เป็นความรู้สึกลบๆ เราจะไม่มีวันเล่นดนตรีได้เลย

  กว่าจะรู้ตัว ค้นพบตัวเอง ก็เนิ่นนานมาพอสมควร แต่ครูน้อยเป็นยอดแห่งความเป็นครู ครูจะอดทนสั่งสอนซ้ำๆ ซึ่งบางครั้งผู้เขียนก็เพิ่งจะเข้าไปในใจ เข้าใจ เอาในครั้งที่ สิบ ยี่สิบโน่น ครูมีเมตตาสูง และคิดจะสั่งสอนให้ผู้เขียนรู้แจ้งชัด ไม่เคยตำหนิเคี่ยวเข็น แล้ววันที่ผู้เขียนรอคอยก็มาถึง ผู้เขียนจำตำแหน่งขิมได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ มองโน๊ต ไม่มองขิม แต่ก็ตีถูกตำแหน่ง เป็นเพลงได้

  เป็นศาสตร์ที่อัศจรรย์มาก การตีขิมไม่ได้กำหนดเป็นชั่วโมง วันเวลาได้ แต่อยู่ที่ใจเราพร้อมเมื่อใดต่างหาก ผู้เขียนไม่ได้เรียนแบบท่องโน๊ตเพลง แต่ใช้ดูโน๊ตแล้วตีตามที่เห็น ซึ่งเป็นการเรียนตีขิมจากครูที่เป็นหนึ่งเดียว ของประเทศไทย เป็นเจ้าของหลักสูตร การตีขิมแบบสัมผัส ครูน้อยการดนตรีไทย

  เมื่อเริ่มบรรเลงเป็นเพลงได้ จึงพบว่า เสียงดนตรีนี้ ช่างไพเราะละเอียดอ่อน เสนาะหูเข้าไปถึงใจ เป็นความสุขที่ได้ตีขิม แต่ผู้เขียนพบว่า ทำไมบางเพลงใช้ไม้ชุดนี้ตี ไม่มีความไพเราะเลย ดูแข็งๆอย่างไรไม่รู้ แล้วก็โทษว่า วันนี้เราคงไม่มีอารมร์สุนทรีย์ละมัง

  วันหนึ่ง จึงได้พูดคุยเรื่องนี้กับครู ว่าทำไมหนูใช้ไม้ที่มีอยู่ตีขิมไม่ไพเราะเหมือนกันเลย

ครูน้อย จึงได้ตอบว่า ผู้เขียนเริ่มเป็นนักดนตรีแล้ว เรียกว่าเริ่มมีศิลปกับเขาบ้าง ครูบอกว่านักดนตรีตัวจริง เขามีไม้ตีขิมนับไม่ถ้วน เพราะแต่ละอารมณ์เพลง ใช้ไม้ที่มีน้ำหนักไม่เท่ากันแน่นอน

 ว่าแล้วครูก็เอาไม้ตีขิมมาวางตรงหน้าผู้เขียน นับสิบๆคู่ แล้วบอกว่า ลองเลือกดูซิ ว่าชอบคู่ไหน

ผู้เขียนเลือกไปตีไป จนมาถูกใจไม้ตีคู่หนึ่ง ทำด้วยไม้ไผ่ มีข้อไม้ตรงคอไม้ขิม ตีเหมาะมือ น้ำหนักเสียงไพเราะมาก ผู้เขียนลองอยู่หลายครั้ง หลายเพลง แล้วก็ตัดสินใจเลือกว่าอันนี้เสียงไพเราะที่สุดเลยค่ะ ทั้งทุ้ม ทั้งกังวาล ชัดเจน ได้น้ำหนักเสียงดี

 ครูน้อยบอกว่า ให้ยืมตีได้ แต่ต้องคืน เพราะไม้อันนี้ ครูเป็นคนทำ เป็นต้นแบบ และก็ยังไม่มีใครทำเหมือนอันนี้ได้เลย ขอเก็บไว้ให้คนสนใจทำไม้ตีขิมดูเป็นแบบอย่าง ในโอกาสต่อไป

 ครูน้อยของผู้เขียน มีฝีมือทั้งการเล่นดนตรี ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และยังเป็นช่างทำเครื่องดนตรีมือเอกอีกด้วย รู้สึกภาคภูมิใจ ที่ได้เรียนรู้วิชาดนตรีจากครูน้อยเป็นอย่างมาก

 วันนี้ ก็ยังยืนยัน ขอเชิญให้ทุกท่าน ได้ให้ความสนใจศึกษาการตีขิมกัน เริ่มจากตัวเรา และสืบสานต่อๆไป

ถ้ายังไม่แน่ใจว่า เสียงขิมนี้ เป็นเสียงดนตรีนำ ที่ไพเราะมากมายเพียงใด ก็ลองฟังเพลงที่นำมาฝากกันนะคะ

ลาวลำปาง