ทุกครั้งที่ไปลงพื้นที่ทำ Capture KM ตามฐานที่เชื่อในเรื่องกระบวนการทางปัญญาของมนุษย์นั้น มาคราวนี้ที่พัทลุง สิ่งที่ทำเป็นประจำ คือ การไปที่บ้าน"พ่อเขียน"ที่บางแก้ว ที่นั่นจะได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นมาก เมื่อกลับจากการไปครั้งก่อนได้รับทราบว่าพ่อเขียนบทกวีถึง ทำให้รู้สึกทราบซึ้งในความเมตตาที่พ่อและครอบครัวพ่อมอบให้ การเดินทางที่ยาวไกล ทำให้รู้สึกว่าไม่ไกล เพราะรู้สึกเหมือนกับว่ากลับมาที่บ้านอีกครั้ง

       บ้านพ่อมีอะไรที่ทำให้ลูกสาวคนนี้รู้สึกดี และอบอุ่นมาก เมื่อนั่งอยู่ในบ้านจะรู้สึกเย็นสบาย แม้อากาศภายนอกจะร้อน ที่บ้านพ่อเป็นบ้านชั้นเดียว แต่หลังคาสูงทำให้อากาศภายในตัวบ้านไม่ร้อน และอีกอย่างรอบๆ บ้านพ่อจะมีต้นไม้ร่มรื่น และสังเกตว่าพ่อจะชอบปลูกไม้ดอกเต็มหน้าบ้านและข้างบ้าน ไปจนถึงบ้านอัญ กล้วยไม้ออกดอกสวยก็ฝีมือพ่อปลูกและดูแล หากตามภาษา-สำนวนบ้านดิฉันก็บอกได้ว่าพ่อมือเย็น ปลูกอะไรก็ขึ้น..ออกลูกออกผลเต็มไปหมด วันไหนที่พ่อไม่ได้ไปขายของพ่อก็จะคลุกอยู่กับต้นไม้ของพ่อตั้งแต่เช้าจนสาย และอีกทีก็ตอนเย็น

       นอกจากไม้ดอกไม้ประดับ แล้วที่บ้านพ่อยังมีพืชผักสวนครัวเต็มไปหมด ปลอดสารพิษเก็บมาทานได้เลยทุกเมื่อตลอดเวลา เป็นต้นว่า มะระขี้นก ตำลึง กล้วย มะยม มะกูด ดอกแค ว่านหางจระเข้ ข่า ตะไคร้ ใบยอ(ใหญ่) มะนาว ผักบุ้ง กระถิน ฟ้าทะลายโจร มันปู บอน(อ้อดิบ) และอื่นๆอีกเยอะแยะดิฉันก็รู้จักบ้างไม่รู้จักบ้าง (ค่อยติดตามต่อที่บันทึกของ"คุณชายขอบ"แล้วกันนะคะ ทราบว่าจะเขียนถึงเช่นกัน) และที่น่าสนใจมากตรงที่ว่าเมื่อ "อัญ" ปวดฟันและไปเก็บใบอะไรสักอย่างที่สวนข้างบ้านมาอุดฟัน มันจะออกรสชาติเย็นๆ และทำให้หายปวดฟันด้วย เมื่อถามอัญก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าคือ พืชอะไร ถามพี่ใหญ่ก็ไม่แน่ใจ งานนี้ก็คงต้องรอพ่อมาเฉลยแล้วล่ะว่าใบที่อัญไปเก็บมามีชื่อว่าอะไร ระหว่างนี้ก็ชมสวนพ่อไปพลางๆ ก่อนแล้วกัน