GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เมื่อ"ชีวิต"ต้องเดินทาง

การทำ capture ชีวิตของคนในระหว่างการรอคอย

       จากเมื่อเสร็จสิ้นการประชุมที่กรุงเทพฯดิฉันก็ได้รับการยืนยันอีกครั้งจากคุณ"ชายขอบ"เรื่อง สวรส.(ภาคใต้) ส่งหนังสือเชิญเพื่อลงพื้นที่ทำ capture KM ครั้งที่สาม ในโครงการไตรภาคีร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน ที่จังหวัดพัทลุง...นั่นก็หมายถึงว่าเมื่อเสร็จการประชุมเรื่อง การใช้แบบประเมินในงานสุขภาพจิตและจิตเวช ที่กทม. เสร็จดิฉันก็ pack กระเป๋าเดินทางต่อไปที่หาดใหญ่ และพัทลุงต่อเลย

       ดิฉันได้เที่ยวบินออกจากกรุงเทพเวลา 15.50 น. ออกจากโรงแรมที่พักไปก็ใช้เวลาไม่นานเพราะรถไม่ติดมาก เลยทำให้ต้องเพิ่มระยะเวลาที่ต้องรอที่สนามบินมากขึ้น และเมื่อเช็คอินอะไรเรียบร้อยเข้าไปนั่งรอข้างใน...ก็คิดว่าน่าจะประมาณสักชั่วโมงก็ได้เดินทาง แต่การณ์กลับเป็นว่าเครื่อง Deley ออกไปอีกประมาณชั่วโมง ระหว่างนั่งรอก็นั่งสังเกตอิริยบทของคนรอบด้านไปพลางก็เพลินดี ทำให้เห็นความแตกต่างที่เกิดขึ้นและความมีชีวิตชีวาของคนรอบด้าน ก็ถือว่าเป็นการทำ capture ชีวิตของคนในระหว่างการรอคอย...และก็มีที่ประทับใจ..และทำให้ get ที่อยากจะมาเขียนและเล่าถึง

       มีสองชีวิตที่ดูเหมือนมาด้วยกัน หากแต่ไม่ได้มาด้วยกัน แต่มาเจอกันที่สนามบินและนั่งเครื่องมาด้วยกันจากเชียงใหม่ และมาต่อเครื่องเพื่อไปหาดใหญ่ด้วยกัน ทั้งสองคนจึงดูเหมือนคุยกันอย่างถูกคอ และพอใจที่จะเรียกตนว่าป้ากับหลาน มิตรภาพที่เจอช่างดูน่าอบอุ่น คุณป้าห่อข้าวมา...ดูล้วนแล้วเป็นอาหารเพื่อสุขภาพทั้งนั้น แบ่งปันให้หลานสาว(ที่เพิ่งมาพบเจอ)ทานด้วย โดยไม่ได้สนใจว่าจะต้องระวังอะไรในการทาน หากแต่เป็นความพอใจที่อยากจะทำในสิ่งที่ตนต่างคิดว่า...ไม่ได้ผิดอะไรหากแต่อาจผิดตรงที่สังคมไม่ค่อยทำกัน แต่ป้าห่อมาเพื่อนั่งทาน...ระหว่างรอเครื่องแทนที่จะไปซื้อ...

       เมื่อถึงเวลาที่เครื่องออก..ก็เดินทางมาถึงที่สนามบินหาดใหญ่ด้วยความปลอดภัยท่ามกลางสายฝนอันฉุ่มช่ำ แปลกมากเลยทุกครั้งที่มาดิฉันก็มักจะมาพร้อมสายฝน คือ ฝนตกทุกครั้งหรือว่าเป็นปกติอยู่แล้วที่ฝนต้องมาตกเวลาที่ดิฉันมา ซึ่งสภาพอากาศที่นี่ต่างกับที่อิสานมากที่ร้อน-แห้ง และแทบไม่มีฝน หรือหากเมื่อฝนตนก็จะตกอย่างกระหน่ำ แต่ที่ใต้นี้ดิฉันก็เจอทุกครั้ง..ที่มา"ฝนตก" คุณ"ชายขอบ"บอกว่าเป็นสภาพอากาศปกติของที่นี่ อยู่ๆไปก็จะชินเอง ...แต่ก็โชคดีหน่อยสองครั้งที่ผ่านมาวันที่ลงพื้นที่ดิฉันไม่เจอฝนเลย ก็เลยค่อนข้างทำให้การทำงานราบรื่นไม่มีอุปสรรคทางด้านสภาพดินฟ้าอากาศ...

       มาคราวนี้กำหนดการที่ต้องลงชุมชนค่อนข้างเต็มเหยียด เวทีแรก คือ นัดทำ capture KM กับชาวบ้านและอสม. และตารางอีกยาวตามการแจกแจงของคุณ"ชายขอบ" ดิฉันก็ได้แต่พยักหน้ารับและก้มหน้าก้มตาจดนัดหมายต่างๆ...เพื่อรับทราบอย่างพยายามตั้งหลัก และขณะนั้นก็คิด คิด ถึงภาระกิจที่จะต้องทำ

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 27988
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

     ชีวิตพอเพียงครับ...เป็นตัวอย่างได้เลย ไม่ต้องรู้สึกอะไร เมื่อคดข้าวมากินก็กินเมื่อหิว และเป็นตัวอย่างที่ดีที่เดียวที่ Dr.Ka-poom ไปแอบอ่านหนังสือชีวิตของเขา "ป้า-หลาน" คู่นั้น
  จำได้ว่า อาจารย์ผมซึ่งเป็นผู้บริหารใน Chiba U. เมื่อคราวไปงาน Expo'85 ที่ Tsukuba ด้วยกัน ท่านคดข้าวห่อ(กล่อง)จากบ้านไปทาน ยังแบ่งให้เราชิมด้วย เป็นข้าวที่หุงและใส่ลูกเกาลัดด้วย ตอนนั้นรู้สึกแปลก  ตอนนี้ไม่แปลกแล้ว  ชีวิตควรได้เลือกสรรทำสิ่งที่คิดว่า "ใช่" โดยไม่ติดกรอบอะไรมากไปจนเกินจำเป็น
เหอๆๆ ตั้งแต่ย้ายมาทำงานที่มูลนิธิฯ ก็พกปิ่นโตเถาน้อยจากบ้านไปล้อมวงทานกลางวันกับเพื่อนๆ ที่ทำงาน..

อาหารฝีมือคุณแม่ กินมาตั้งแต่ประถมยันจบมหาลัย อวดรสมือแม่ให้สาวๆ ที่ทำงานได้อาย เลยกระตุ้นให้สาวๆ ทำกับข้าวมาให้เพื่อนได้ชิมกันบ้าง..

ถ้ามีเวลาไม่เร่งรีบก็ห่อข้าวมากินกันนะครับ ผมโชคดีที่ทำงานอยู่ใกล้บ้าน คุณแม่เลยทำกับข้าวให้ทานก่อนไปทำงาน ต่างจากเมื่อก่อนที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัด กว่าจะได้กินก็เที่ยง

ตอนนี้สมบูรณ์กว่าแต่ก่อนเพราะคุณแม่เลี้ยงดี 555..
คุณ"ชายขอบ"
คือ ชีวิตที่เรียบง่าย..อิสระไร้กฏเกณฑ์..หากแต่ไม่ไร้"จิตวิญญาณ
แห่งวิถีชีวิตที่สมดุล...จริงๆ อาจดูเหมือนแอบอ่าน แต่ก็ไม่ได้แอบอ่าน
เพราะดูเหมือนเจ้าของชีวิต...จะเจตนาเปิดให้เราอ่าน..โดยบังเอิญอย่างเจตนา
คุณ"Handy"
ตอนนี้ชีวิตที่ไม่แปลก...อาจดูเหมือนแปลก...ต่อบางชีวิต
หากเพียงสิ่งที่เราคิดและแน่วแน่...ว่าไม่ผิด..ที่ทำให้ใครเดือดร้อน
นั่นก็..อาจหมายถึงไม่ผิด...เพราะคิดว่า"ใช่"..นี่แหละชีวิตที่อยากทำ

คุณ"naigod"

ชื่นชมและชื่นชอบ..วิถีแห่งชีวิต
ดิฉันก็มักห่อข้าวไปทานที่ทำงานบ่อยๆประจำ
อร่อย..สะอาดดี...ที่สำคัญ"ประหยัด"คะ