GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เงิน..ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของชีวิตในแคนาดา

อยากเล่าด้วยความซื่อสัตย์จากใจจริงนะคะ ว่าคนที่แต่งงานกับชายต่างชาติแล้วมาอยู่ต่างประเทศนี้ มีไม่มากหรอกค่ะที่ตกถังข้าวสารได้ไปเป็นคุณนาย ไม่ต้องทำอะไรเลย มีข้าทาสบริวารรับใช้ สามีรวยล้นฟ้าส่วนมากก็แต่งงานมากับหนุ่มฐานะปานกลางกันทั้งนั้น ที่ยังอยู่ระหว่างสร้างเนื้อสร้างตัว ทำงานเก็บเงินหาเลี้ยงชีพ การรู้จักใช้ รู้จักเก็บที่นี่ จึงเป็นหนทางที่จะทำให้ชีวิตมีความสุข ไม่เดือดร้อน และมีครอบครัวที่เป็นปึกแผ่น มั่นคง สำหรับอนาคตในวันข้างหน้าได้ ประสบการณ์ชีวิตที่เกิดขึ้น เผื่อเป็นแนวทางการใช้ชีวิตที่แคนาดา สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจจะย้ายมาอยู่แคนาดาอย่างถาวรได้บ้าง

ตั้งแต่เป็นเด็ก เป็นคนชอบทำอาหาร งานฝีมือ  ตอนเรียนประถม-มัธยมจะลงเรียนวิชาเลือกเป็นคหกรรมเสมอ และที่บ้านพ่อและแม่ก็ชอบทำอาหาร เราก็ชอบสังเกต จดจำวิธีการทำอาหารต่างๆจากท่าน หรือหากไปทานอาหารนอกบ้าน แล้วอาหารนั้นอร่อย ก็จะพยายามจำหรือคิดตามไปว่าเขาน่าจะใส่อะไรบ้าง มันถึงได้อร่อยและน่าทานอย่างนี้ ก็จะจดจำมาทำเองอยู่เรื่อยๆ  

เมื่อมาอยู่ที่แคนาดา วัฒนธรรมและวิถีการกินของเราและสามีต่างกัน ก็ต้องปรับเข้าหากัน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน

ที่ผ่านมาก็พยายามเก็บรายละเอียดว่าแฟนชอบทานอาหารแบบไหน เคยตกลงกับแฟนว่าผลัดกันทำดินเนอร์คนละวัน เราก็ได้เรียนรู้ว่าอาหารอะไรบ้างที่เขาชอบทำ แสดงว่าเขาชอบทาน และได้เรียนรู้ว่าอาหารแคเนเดี้ยนของเขานี่มันทำอย่างไร และอาหารไทยที่เราทำ อะไรบ้างที่เขาชอบและไม่ชอบ ก็ได้เอาข้อดีข้อเสียของอาหารมาปรับปรุงอยู่เสมอ จนทุกวันนี้เขาทานได้ทั้งไทยและแคเนเดี้ยนฝีมือเราเอง และยังคงช่วยเราทำอาหาร และเรียนรู้วิธีการทำอาหารไทยจากเราด้วย

ทำไมต้องทำอาหารล่ะ??  ซื้อเอาอย่างเมืองไทยไม่ได้เหรอ??  ไปทานข้าวนอกบ้านไม่ดีกว่าเหรอ??

เป็นคำถามที่คนทางเมืองไทย ญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูงถามมาบ่อยๆ  

คำตอบแรกที่คิดได้ คือ  ประหยัด

คำตอบต่อมา เวลาเราทำอาหาร แล้วมันสนุก มันท้าทายว่ารสชาดจะเป็นอย่างไร คนทานจะทานได้หรือป่าว หากคนทานทานได้หมดเกลี้ยง และชมว่าอร่อย ..ความรู้สึกสุขใจมันก็ตามมาด้วย

เพื่อนถามต่อว่า แล้วจะประหยัดไปถึงไหน..อยู่เมืองไทยเห็นใช้เงินฟุ่มเฟือย กินทิ้งกินขว้าง กินข้าวนอกบ้านเกือบทุกวัน มีสามีฝรั่ง ออกจะรวย น่าจะดูแลได้ดี ไม่ต้องมาก้มหน้าก้มตาทำอาหารให้เหนื่อย   

อยากเล่าด้วยความซื่อสัตย์จากใจจริงนะคะ ว่าคนที่แต่งงานกับชายต่างชาติแล้วมาอยู่ต่างประเทศนี้ มีไม่มากหรอกค่ะที่ตกถังข้าวสารได้ไปเป็นคุณนาย ไม่ต้องทำอะไรเลย มีข้าทาสบริวารรับใช้ สามีรวยล้นฟ้า

ส่วนมากก็แต่งงานมากับหนุ่มฐานะปานกลางกันทั้งนั้น ที่ยังอยู่ระหว่างสร้างเนื้อสร้างตัว ทำงานเก็บเงินหาเลี้ยงชีพ อันนี้ไม่รวมสาวไทยที่แต่งงานกับหนุ่มฝรั่ง แล้วลุงๆทั้งหลายย้ายไปอยู่เมืองไทยเพราะว่าเขาเกษียณนะคะ เพราะกรณีนี้ หากเงิน Pension ไม่มากเท่าเงินเดือนที่เคยได้รับ ก็จะอยู่เมืองนอกอย่างลำบากค่ะ แต่อยู่เมืองไทยได้อย่างราชา ดังนั้นบั้นปลายชีวิตต้องย้ายไปอยู่เมืองไทย เพราะเรื่องค่าเงินตัวดีนี่เอง 

มาต่อเรื่องอาหาร ที่อยากเล่าคือกรณีศึกษา case หนึ่ง ที่มาขอคำปรึกษา และน้องเขายินดีให้เราเขียนบันทึกได้ เพื่อเป็นการให้ความรู้กับคนอื่น

สมมติว่าชื่อน้องเอ นะคะ  น้องเอ อายุ 30 ปี  แต่งงานกับหนุ่มแคเนเดี้ยน และย้ายถิ่นฐานถาวรมาอยู่แคนาดา เมื่อก่อนอยู่เมืองไทยน้องเอเป็นพยาบาล มีรายได้ เงินเดือนค่อนข้างดี เพราะทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพ  ด้วยความที่ทำแต่งาน และทานอาหารจากร้านแถวๆโรงพยาบาล หรือทานนอกบ้านประจำ น้องเอก็เลยทำอาหารไม่เป็น  เจียวไข่ก็ไม่ฟู ต้มไข่ไม่สุก  ในชีวิตแทบไม่เคยทำอาหารเลย น้องเออยู่แคนาดาได้หกเดือนแล้ว  ยังไม่มีงานทำ เพราะต้องไปเรียนภาษาเพิ่มเติม และรอสอบใบประกอบวิชาชีพพยาบาลที่แคนาดา ซึ่งมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและซับซ้อนมาก ดังนั้นมาอยู่หกเดือนแล้ว สามีทำงานหาเงินคนเดียว น้องเอก็ไปเรียนภาษาและอยู่บ้านเป็นส่วนมาก  

สามีของน้องเอเป็นวิศวกร เงินเดือน ประมาณ ชั่วโมงละ 28 ดอลล่า 

  • เดือนนึงได้เงินเดือนประมาณ 4500 ดอลล่า(4500x30บ. = 135,000บาท) 

  • รายจ่ายประจำของเขาที่ต้องจ่าย ได้แก่ ค่าภาษี ประมาณ 1000 ดอลล่าต่อเดือน ,  ค่าเช่าอพาร์ทเม้นท์ 1200 ดอลล่า , ผ่อนรถ 450 ดอลล่า , โทรศัพท์ เคเบิ้ลทีวี อินเตอร์เน็ต ประมาณ 300 ดอลล่า , ค่าน้ำมันรถ เดือนละ 100 ดอลล่า พวกนี้เป็นสิ่งที่ต้องจ่ายประจำ รวมแล้วเหลือเงิน จากเงินเดือน ประมาณ 1,450 ดอลลล่า

1,450 ดอลล่า ที่เหลือนี้ ก็เป็นค่าอาหาร เสื้อผ้า ยา ของใช้ในครัวเรือน เมื่อก่อนสามีอยู่คนเดียว อยู่ได้สบาย มีเงินเก็บพอควร ก็ได้บินไปบินมา เมืองไทย-แคนาดา และแต่งงาน จ่ายสินสอด ทองหมั้น ค่าใช้จ่ายๆต่างๆตอนแต่งงานและการดำเนินเรื่องให้หญิงสาวที่รักได้มาอยู่ด้วยกันที่แคนาดา ซึ่งเงินเก็บที่มีก็หมดไปแล้ว

น้องเอมาถึงแคนาดา ชีวิตไม่สวยงามอย่างที่คิดไว้ เพราะรายรับไม่พอใช้  จากรายได้ของสามี 1450 ดอลล่าเมื่อก่อนใช้ตนเดียว ตอนนี้ใช้กันสองคน

ทุกวัน สองคนสามีภรรยาต้องจ่ายค่าอาหารกลางวัน อย่างน้อยก็คนละประมาณ 7 ดอลล่า มื้อเย็นไม่ทำกับข้าว ออกไปทานข้างนอก สองคนก็ไม่ต่ำกว่า 20 ดอลล่า วันนึงต้องจายค่าอาหารไปอย่างต่ำก็ 40 ดอลล่า หากเป็นแบบนี้ 20 วัน ก็หมดไปแล้ว 800 ดอลล่า สำหรับค่าอาหาร ยังเหลืออีก 10 วัน ที่อาจจะทำทานเองบ้าง ซึ่งก็ต้องมีของสดในตู้เย็น ที่ต้องซื้อมาใส่ไว้ อย่างน้อยก็ผัก ผลไม้ นมสด เนย ชีส ขนมปัง กาแฟ พวกนี้ที่ทานเป็นมื้อเช้าได้ด้วย  

แต่ 1450-800 = 650 ดอลล่า จะพอเหรอ ทั้งซื้อของใช้ในครัวเรือนอาหารสดมาใส่ตู้เย็น ค่ารถไปเรียนของน้องเอ และจิปาถะที่จะต้องจ่าย  จะเหลือเงินให้ภรรยาช๊อบปิ้งหรือเปล่า  ดังนั้น เครื่องสำอาง(ใช้อย่างประหยัด)  เสื้อผ้า รองเท้า ใช้ของเดิม ไม่มีงบให้ซื้อใหม่  [ยกตัวอย่างแค่ง่ายๆ รองเท้าแตะที่เมืองไทย 199 บาท ที่นี่ 20 ดอลล่า(600บาท) ]   หากภรรยาไปช๊อบปิ้ง แล้วจะเหลือเงินเก็บไว้สำหรับค่าเครื่องบินให้ภรรยากลับมาเยี่ยมเมืองไทย หรือแม้แต่ใช้ในเวลาVecation หรือเปล่า  น้องเออยู่กับสามีมาหลายเดือน ความเป็นอยู่เริ่มฝืดเคือง  น้องเอเศร้า ร้องให้ทุกวัน อยากหางานทำ  แต่งานที่นี่มันก็หายากสำหรับคนที่ภาษายังไม่ดีพอ

เราได้พูดคุยกับน้องเอ และเริ่มสอนให้เขาทำอาหาร  ทำง่ายๆ จากอาหารกลางวันก่อน เช่น ทำหมูทอด ไก่อบ ไข่เจียว  ผัดผัก แซนวิซ มักกะโรนี แล้วใส่กล่องให้สามีไปทานเป็นอาหารกลางวันด้วย (คนที่แคนาดาส่วนมากนิยมห่ออาหารกลางวันไปทานที่ทำงานอยู่แล้ว) และน้องเอก็ห่ออาหารไปทานมื้อกลางวันที่โรงเรียนเช่นกัน

ส่วนอาหารเย็น ก็ค่อยๆหัดทำกันไป ซื้อตำรามาบ้าง search internet บ้าง ว่าเมนูที่อยากกินนั้นมันทำยังไง  ซึ่งน้องเอก้สนใจ และตั้งใจว่าจะปรับตนเอง

ตอนนี้ผ่านมาได้สองเดือนแล้ว เขาบอกว่าค่าอาหารทั้งหมดในบ้านเขา สองเดือนที่ผ่านมา รวมแล้วจ่ายน้อยกว่า 500 เหรียญต่อเดือน ก็ให้กำลังใจกันไป ค่อยๆหัดทำ ค่อยๆเรียนรู้  แล้วจะได้มีเงินเก็บไว้ใช้ในยามยากลำบาก มีเงินค่าตั๋วเครื่องบินบินกลับเมืองไทย และมีเงินให้พ่อแม่ที่เมืองไทยได้ด้วย  และหากน้องเอได้ทำงาน ก็คงจะสบายขึ้น  

ส่วนวิธีการของบ้านเรา เราอยู่กันแค่สองคน-ภรรยาอย่างน้องเอ เรื่องอาหารก็สบายๆ ไม่ได้อดอยาก หรือประหยัดรัดติ้ว จนไม่ซื้ออะไรทาน เรากับสามีทานข้าวนอกบ้านเดือนละ 4-5 ครั้ง เป็นดินเนอร์ 1 ครั้ง , Breakfasr or lunch 3-4 ครั้ง ส่วนมากอาหารกลางวันจะไปทานอาหารญี่ปุ่น หรือก๊วยเตี๋ยวเฝอของเวียดนาม  และDinner จะไปทานอาหาร Italian , canadian

4-5 ครั้งต่อเดือนนี้กำหนดไว้ว่าจะต้องอยู่ในงบประมาณ 120 ดอลล่า

ส่วนอาหารที่ซื้อมาทำที่บ้าน จะซื้อผักผลไม้ เนื้อสัตว์ต่างๆ ที่ดีมีคุณภาพ เราเลือกซื้อจากฟาร์ม เพราะจะได้ของสดและถูกกว่าในซุปเปอร์มาร์เก็ต หนึ่งสัปดาห์ไปซื้อของหนึ่งครั้งในวันเสาร์ช่วงบ่าย เป็นตารางกิจกรรมของเราและสามีที่ทำเสมอ   เมืองที่เราอยู่นี้มีคนเกาหลี อินเดีย เวียดนาม ญี่ปุ่นเยอะ ก็เลยมีร้านขายของเวียดนามเป็นร้านใหญ่มาก มีเกือบทุกอย่างที่เป็นเครื่องปรุงจากเมืองไทย  พริก กะปิ น้ำปลา ผงปรุงรส อาหารประป๋อง ฯลฯ และทุกวันศุกร์ จะมีผักจากเมืองไทยมา อย่างเช่น ชะอม มะเขือต่างๆ พริกขี้หนูสวน ผักกะเฉด ผักกระถิน สะเดา ถั่วพลู ใบกระเพรา ฯลฯ มาขาย  และมีร้านขายของ ของคนลาว ชื่อร้าน ไทย-ลาว มีขนมไทยๆแช่แข็ง อย่างขนมถ้วย ขนมตาล ขนมจาก ข้าวหลาม ข้าวเหนียวปิ้ง อีกด้วย

เรื่องอาหารสำหรับเราอยู่ที่นี่ก็เลยไม่ค่อยแตกต่างจากอยู่เมืองไทยเท่าไหร่ อาจจะต่างตรงที่ว่า อยู่นี่จะไม่มีอาหารบนโต๊ะทานข้าวหลายๆอย่าง อย่างเมืองไทย ที่ต้องมีผัด ยำ แกง น้ำพริก   แต่อยู่แคนาดาเราจะทานอาหารแค่มื้อละ 1-2 อย่างเท่านั้น  อย่างเช่น ซื้อปลาแซลอนมาหนึ่งตัว ก็จะหั่นเป็นชิ้นๆ แช่ช่องแข็งไว้ ทำได้ทั้งสเต๊กปลาแซลมอน  พอทำสเต๊กเสร็จแล้ว ก็จะเอาผักมาต้ม อย่างแครอท บล๊อกโคลี่ ทำแมสโพเทโท  แล้วราดด้วยน้ำเกรวี่ทานกับปลาแซลมอน  วันหลังเราก็เอาปลาแซลมอนที่เหลือมาทำปลาแซลมอนนึ่งมะนาว หรือทำต้มยำกุ้ง ก็ทำแค่พอทานกันสองคน อาจจะมีผัดผักคะน้าใส่แครอท มาช่วยให้ได้คุณค่าอาหารครบ เท่านั้นค่ะ  

ส่วนอาหารเผ็ดๆ อย่างผัดกระเพราคุณสามีจะทานไม่ได้  เราซื้อใบกระเพรา 1 ห่อ (ซื้อเมืองไทย 5 บาท ที่นี่ 2 ดอลล่า ) ต้องรีบทำไม่งั้นมันจะเน่าเร็ว เราก็ผัดกับหมูสับ หรือผัดไก่และเครื่องใน ให้เยอะพอกับสัดส่วนใบกระเพรา ผัดเสร็จก็แบ่งเก็บใส่ถุงซิบล๊อกถนอมอาหาร เอาเข้าช่อง freeze แช่แข็ง เก็บไว้ทานได้อีก 3-5 ครั้ง  อาหารเผ็ดๆแบบนี้ เราจะทำไว้ทานเป็นอาหารกลางวัน เพราะต่างคนต่างทาน  ตอนเช้าเราเอาออกจากช่องแช่แข็งก็เอามาอ่น เอาไปทานที่โรงเรียน

ส่วนสามี ก็จะทำอาหารง่ายใส่กล่องเป็น Lunch box ให้เขาเอาไปทานที่ทำงาน เช่น พาสต้า หรือแซนวิซ ซึ่งทำไว้ตอนกลางคืนเตรียมไว้ได้

ค่าใช้จ่ายในการซื้อของสดและเครื่องปรุงต่างๆมาปรุงอาหารนี้ แต่ละเดือนบ้านเราจ่ายไม่เกิน 250 ดอลล่า เมื่อรวมกับที่ทานนอกบ้านด้วยแล้ว สองคนรวมกันก็ไม่เกิน 400 ดอลล่าต่อเดือน เรียกว่าประหยัด ได้สารอาหารครบ สามีภรรยาได้ช่วยกันทำมื้อเย็น เรียนรู้และมีความสุขกับเวลาในการทำอาหาร

เป็นวิถีชีวิตที่แตกต่างจากเมืองไทยโดยสิ้นเชิงนะคะ  ก่อนเรามาอยู่ที่นี่ อยู่เมืองไทยอย่างสุขสบาย มีบ้าน(แม้ว่าเป็นของพ่อกะแม่ก็ตาม)  มีรถ มีงานที่ดี  ช๊อบปิ้งได้ตามสบาย อยากเที่ยวไหนก็ได้ไป  แต่พอแต่งงานแล้วย้ายมาอยู่ที่นี่ ทุกอย่างเปลี่ยน หน้ามือเป็นหลังมือ ต้องปรับตัว ปรับใจ เรียนรู้ และเริ่มต้น ตั้งสติให้ดี ทุกอย่างจะผ่านไปได้ หากเราและสามีเข้าใจกัน  คุยกัน ปรับทุกข์กันอย่างตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ต่อกัน และขยันช่วยกันเก็บ ช่วยกันรักษา วางแผนชีวิตให้ดี ชีวิตที่แคนาดาจะดีมากเลยค่ะ

ลองคำนวนดู แต่ละปี หากมีเงินเก็บอย่างน้อย เดือนละ 500 ดอลล่า ที่รู้ใช้ รู้เก็บมาจากค่าอาหารนี้ หนึ่งปี 6000 ดอลล่า x 30 บาท = 180,000 บาท เลยทีเดียว  สามารถใช้ Vecation กลับเมืองไทย ปีละ 1-2 เดือน หรือไปเที่ยวประเทศอื่นๆได้อย่างสบาย

ทั้งหมดที่เล่ามา ก็เป็นมุมมอง และประสบการณ์ชีวิตที่เกิดขึ้น เผื่อเป็นแนวทางการใช้ชีวิตที่แคนาดา สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจจะย้ายมาอยู่แคนาดาอย่างถาวรได้บ้างนะคะ  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 272119
เขียน:
แก้ไข:
ดอกไม้: 3
ความเห็น: 107
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

ความเห็น (100)

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น   
  • สวัสดีจากแวนคูเวอร์ค่ะ บังเอิญเพิ่งมาเจอบล็อกคุณเจนค่ะ ( ชื่อเหมือนลูกสาวเลย) แต่วันนี้ยังไม่มีโอกาสอ่าน ขอทักทายก่อนนะคะ ตอนนี้ยุ่ง ๆ เพราะกำลังจะเดินทางไปเมืองไทยวันที่๑ ก.ค. นี้ค่ะ พอดีช่วงนี้โรงเรียนปิดเทอมน่ะค่ะ  

ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ เปลี่ยนเป็นขจิตศรีดีไหมครับ

คุณ-`๏’-..ตะวันอ้อมข้าว..-`๏’-

  • การ์ตูนน่ารักมากเลยค่ะ ทั้งในบล๊อกของคุณตะวันอ้อมข้าวก็น่ารัก
  • นอนหลับฝันดีนะคะ

พี่อักษร ทับแก้ว

  • ดีใจที่ได้รู้จักพี่ค่ะ เราอยู่ไม่ไกลกันเลย รุ้สึกอบอุ่นใจค่ะ
  • เดินทางปลอดภัยนะคะ
  • ฝากคิดถึงเมืองไทยและทานอาหารอร่อยๆด้วยนะคะ

อาจารย์ขจิต

  • ช่วงนี้เห็นอาจารย์เดินสายบ่อย รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

สวัสดีค่ะ คุณเจน เรียกชื่อนี้ได้ไหมคะ

ขอบคุณที่ไปทักทายพอลล่านะคะ

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

ยังไม่เคยไปแคนาดาเลยค่ะ

คงคิดถึงประเทศไทยแย่เลยค่ะ

ขอบคุณนะคะ ขอให้มีความสุขทุกวันนะคะ

สวัสดีค่ะแบบว่าตอนนี้อยู่แคนนาดาได้สามเดือนแล้วแฟนได้prที่นี่ค่ะอยากจะขอเมล์พี่ได้ไหมเพื่อมีไรจะได้เมล์ไปปรึกษาค่ะถ้าไม่รบกวนนะค่ะขอบคุณค่ะ

คุณ na ลองคลิกที่คำว่า อีเมล์ติดต่อ ที่ด้านข้างของรูปพี่นะคะ ตรงด้านบน แล้วส่งเมล์คุณนามาค่ะ แล้วพี่จะติดต่อกลับไปนะคะ

สวัดดีค่ะ คุณเจนปีหน้าหนูจะไปอยุ่แคนาดาค่ะ คืออยากลองใช้ชีวิตต่างแดนค่ะ คือตอนนี้ก็เตรียมตัวเรื่องต่างๆค่ะ มีเรื่องอยากจะถามน่ะค่ะ คือว่าหนุเป็นคนชอบวางแผนค่ะเลยไปดูเว็บเกี่ยวกับ apartment ให้เช่าที่ แคนาดาค่ะ ที่เมือง torontoค่ะ ๙งราคาก็ถือว่าแพงเหมือนกันค่ะ แต่ที่เจอในเว็บมีแต่ห้องใหญ่ๆทั่งนั้นเลย ห้องเล็กไม่เห็นมีอ่ะค่ะ เลยอยากทราบว่าคุณเจน มีเว็บ apartment ไหนที่น่าสนใจและราคาไม่แพงบ้างมัยค่ะ อยากได้ห้องเดียวรวมกันหมดเลยอ่ะค่ะ ไม่มีห้องนอนแยกอะไรแบบนี้อ่ะค่ะ เพราะไปอยุ่คนเดียวค่ะ อยากให้คุณเจนหาให้หน่อยน่ะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ noon

อพาร์ทเม้นท์ที่นี่สร้างขึ้น ต้องมีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องรับแขกและห้องครัว สี่ห้องเป็นอย่างน้อยค่ะ และห้องครัวต้องมีเตา กับตู้เย็นให้ด้วย เป็นมาตรฐานอย่างปกติของประเทศนี้ ต่างจากประเทศไทย ที่เปิดประตูเข้าไปเห็นเตียงนอน แล้วอุปกรณ์ทำครัวอาจจะอยู่ระเบียง หรือว่างที่โต๊ะ หรืวางอยู่กับพื้น ในแคนาดาจะไม่เจอแบบนั้นค่ะ คุณเลือกอยู่โทรอนโท ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ ราคาที่พักก็ต้องแพงเป็นธรรมดา แต่หากอยากได้ราคาต่ำลงมา ก็ต้องเลือกอยู่แบบ Basement หรือหาคนแชร์ห้องด้วย

ทีนี้เรื่องการขอให้ใครช่วยทำอะไรให้ ขอพูดตรงๆนะคะ อย่าคิดว่าว่า หรืออะไรเลย คือเราเป็นคนตรงไปครงมา คือว่าหากมาถึงแคนาดาแล้วเรื่องนี้ต้องระวังมากๆค่ะ อย่างแรกคือเราต้องพึ่งตนเองก่อน..อย่ารอพึ่งคนอื่น สอง คนแคเนเดี้ยน หรือคนที่อยู่ที่นี่ มีความเป็นส่วนตัวสูง หากคุณบอกว่า "อยากให้คุณ..หา..ให้หน่อยน่ะคะ " มันเป็นการบังคับให้เขาทำกลายๆ เมื่อคุณ noon มาอยู่แคนาดา แล้วหากจะใช้ประโยคนี้กับใครก็ต้องมั่นใจว่าสนิทสนม รักใคร่กันค่ะ

หากได้พยายามหาข้อมูลมาแล้วแต่ไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ก็ลองเปลี่ยนคำถามเป็นว่า มันจะพอมีหรือไม่ อพาร์ทเม้นที่เป็นห้องเดียวเลย เพราะพยายามหามาแล้ว แต่ว่าหาไม่เจอ อย่างนี้จะดีกว่า คนถูกถามจะรู้สึกสบายใจมากกว่า เรารู้ว่าคุณนุ่นอาจจะไม่ได้คิดอะไร เพราะคนไทยชอบช่วยเหลือกัน ก็ถือว่ามีเพื่อนเล่าให้ฟังด้วยความหวังดีแล้วกันนะคะ

สวัสดีค่ะ คุณเจน

รบกวนขอถามหน่อยนะคะ คือว่าไม่เคยทำงานหรือเรียนที่แคนาดามาก่อน ตอนนี้อยู่เมืองไทยมีอาชีพการงานที่ดี (Manager Level) ภาษาอังกฤษแข็งแรง (เคยได้ทุนไปทำงานที่สวิสครึ่งปี) แต่อยากมองหาโอกาสทางการศึกษาให้ลูก คิดว่าอยากพาลูกไปเรียนที่โน่นนะคะ ลูกยังเล็กอยู่ 3 ขวบเองค่ะ แต่เป็นแม่ก็อยากให้ในสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ (ส่วนสามีคงไม่ตามไปค่ะเพราะทำธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ ที่นี่)

เข้าไปดู web ของ CIC ลองทำ test ได้คะแนน 72 คะแนนค่ะ แล้วก็ลองเข้าไปดู job bank ของ cananda มีหลายตำแหน่งที่น่าสนใจ แต่ไม่แน่ใจว่าเค้า open สำหรับคนต่างชาติอย่างเราขนาดไหน ตอนนี้ทำงานเกี่ยวกับประเมินความเสี่ยงและวางแผนธุรกิจค่ะ

รบกวนขอความเห็นคุณเจนคะ ว่าถ้าเรายังไม่ได้มี employment arrangement แต่เป็นแค่การขอ PR ไว้ก่อน (ถ้าได้แล้วค่อย หางานที่โน่น)จะมีโอกาสได้ PR ไม๊คะ

ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีค่ะคุณนา [IP: 203.146.218.238]

ขออกตัวก่อนนะคะว่าเรื่อง PR: skilled worker ไม่ได้รู้ละเอียดลึกซึ้ง เพราะเรามาแคนาดาด้วย PR spouse แต่ก็พอรู้จักและคุยกับหลายท่านที่มาด้วยPR: skilled worker ก็เลยพอรู้บ้าง

คนไทย หรือต่างชาติเกือบทุกคนที่มาด้วย PR: skilled worker ต่างทำ PRมาก่อนทั้งนั้นค่ะ ได้ PR แล้วมาแลนด์ แล้วค่อยหางานทำ จะได้งานอย่างที่เคยทำที่เมืองไทยเลยตั้งแต่มาแลนด์แรกๆนั้น เห็นท่าจะยากมาก ส่วนมากก็ทำ survival job ไปก่อน แล้วเห็นลู่ทาง ประกอบกับดวง ก็ค่อยๆพัฒนาตัวเอง จนวันนึงก็ได้งานที่ดีได้

แต่คุณนาภาษาอังกฤษดี เราว่าคงไม่ยากเกินไปที่จะได้งานดีดี แต่คงต้องขยันและพยายามไม่เลือกงานค่ะ...ที่บอกแบบนี้เพราะว่าอย่างคนแคเนเดี้ยนเจ้าของงประเทศเองก็ตกงานกันเกลื่อน ดังนั้นเรื่องงาน หากไม่เลือก ก็พอหาได้ค่ะ

อีกแหล่งทรัพยากรที่คุณนาจะได้แลกเปลี่ยนกับพี่ๆที่ทำ PR: skilled worker คืเว็บสมาคมไทยแห่งออนทาริโอนะคะ http://www.thaiontario.com/webboard/ ลองเข้าไปอ่านดูค่ะ หรือหากมีคำถามก็โพสต์ไว้ เดี๋ยวก็มีคนเข้ามาตอบให้ค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณเจน

ขอบคุณมากนะคะ ที่สละเวลาตอบคำถามและให้คำแนะนำ

ถ้าทางสามารถได้ PR skilled work ได้โดยที่ยังไม่ต้องได้งานก่อนก็น่าสนใจ จะลองสมัครดูนะคะ

ส่วนงานก็เข้าใจดีว่าคงไม่ได้เหมือนอยู่เมืองไทยแน่นอน ไม่เลือกมากหรอกค่ะ ขอให้พออยู่ได้ไม่ลำบากมากก็พอ แล้วก็ค่อยๆ พัฒนาได้ (มองโลกในแง่ดีเกินไปไม๊เนี่ย) ถ้าต้องลำบากมากก็สงสารลูกค่ะ

แล้วคุณเจนอยู่ที่โน่นทำงานหรือเปล่าคะ

ขอให้คุณเจนและครอบครัวมีความสุขมากๆนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

คุณนา [IP: 203.146.218.238]

หากคุณนาและลูกได้ PR มาแลนด์แล้ว..คุณนาสามารถทำเรื่องเบิกเงินการเลี้ยงดูบุตรระหว่างยังไม่มีงานทำได้นะคะ ซึ่งก็ช่วยได้เยอะทีเดียว แนะนำให้คุณนาอ่านเว็บบลอกคุณแจ๊คนะคะ เพราะคุณแจ๊คเป็นผู้ที่มุ่งมั่น ฟันฝ่ากับอุปสรรคต่างๆ จนประสบความสำเร็จที่แคนาดาในวันนี้ คุณนาจะได้มีกำลังใจค่ะ http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tripplejack

ส่วนเรายังต้องเรียนภาษาอยู่เลย ภาษาแข็งแรงแล้วถึงจะไปสอบ Nurse Licence ซึ่งคะแนนภาษาอังกฤษที่เขากำหนดไว้ ก็ต้องแบบว่าพูด ฟัง อ่าน เขียน ขั้นเทพทีเดียว..ซึ่งเราก็ต้องพยายามอยู่อีกหลายกิโล กว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง ตอนนี้ก็เป็นชาวเกาะ และทำงานฝีมือขายเล็กๆน้อยๆ ได้ค่าขนม และเวลาทำงานฝีมือก็มีความสุขกับการได้พักจากการอ่านหนังสือบ้าง

สู้ๆๆนะคะ

สวัสดีอีกครั้งค่ะ คุณเจน

เรื่องภาษาก็ไม่ได้แข็งแรงมาแต่เกิดหรอกค่ะ คือว่าตอนที่ไปทำงานที่สวิสครึ่งปี มีคน Chineses American ช่วยเป็นแบบฝึกหัดให้ คือเค้าเป็นเพื่อนร่วมงาน และคอยช่วยเหลือเราในเรื่องอื่นๆด้วย ทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่เลย ตอนแรกก็เกาหัวแกรกๆ เลยค่ะ ฟังไม่รู้เรื่องเพราะเค้าพูดเร็วมากๆๆ เค้าบอกว่าถ้าเราผ่านเค้าได้ ก็ผ่านทุกคนได้ แต่ตอนนี้ก็คงพูดได้ไม่ดีเท่าตอนอยู่ที่โน่นหรอก

จริงๆแล้วคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่ที่เรียนภาษาอังกฤษ ก็จะได้อ่านเขียนแข็งแรงพอสมควรแต่ติดตรงพูดนี่แหละ เดี๋ยวคุณเจนก็สบาย ยิ่งมีคุณสามีเป็นแบบฝึกหัดส่วนตัว ยิ่งสบายใหญ่เลยใช่ไม๊คะ มีของดีอยู่กับตัวต้องใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ ถื่อเป็นหน้าที่ของสามีอีกอย่างหนึ่ง 5555

ได้ลองเข้าไปดูตาม link bloggang ของคุณแจ๊คตามที่คุณเจนแนะนำ โอ้โห เก่งมากเลย ยิ่งได้ข้อมูลเรื่องลูกเข้าเรียนและbenefit ที่รัฐช่วย ยิ่งทำให้มีกำลังใจมากขึ้น แต่คุณแจ๊คใช้เวลาตั้ง 3 ปี ถึงได้ PR โอ้แม่เจ้า แต่เค้าก็ยังไม่ท้อนะ น่านับถือมาก

คุณเจนเป็นพยาบาล + อาจารย์ เหรอคะ (เห็นมีข้อความข้างบนเรียกอาจารย์) เราก็ชอบทำงานฝีมือเล็กๆน้อยๆ เหมือนกัน แต่ว่าตั้งแต่มีลูกก็ไม่มีเวลาเลย อืม...คุณเจนลองทำขนมไทยขายสิคะ จะลองช่วยคิดเมนู เอาแบบทำง่าย หน้าตาดี บ่งบอกถึงความเป็นไทยดีไม๊ เอาไว้คิดออกแล้วจะบอกนะ 555

สวัสดีค่ะ วันนี้ได้โอกาสเข้ามาอ่าน รู้สึกดีทุกครั้ง ชอบทำอาหารเหมือนกันคะ และตอนนี้กำลังถักโคเช อยู่คะ ไม่รู้ว่าเขาให้คำว่า Knitting เหมือนกันไหม ชอบมากเหมือนกันคะงานฝีมือนี้ มีความสุขคะ แต่ต้องแบ่งเวลาทำ ...ดูแล้วฝีมือคุณเจนไม่ธรรมดาแล้วคะ สวยดี... นน

  • สวัสดีค่ะคุณนา เราว่าคุณนาคงฟื้นภาษาได้ไม่ยากค่ะ ^_^
  • คุณแจ๊คเขาเป็นตัวอย่างคนไทยที่น่าชื่นชมมากค่ะ เพราะว่าเขาฟันฝ่าอุปสรรค และแบ่งปันสิ่งดีดี ข้อมูลที่มีประโยชน์ให้เพื่อนๆเสมอ ตอนนี้ก็ประสบความสำเร็จไปเรียบร้อยแล้ว
  • เองเป็นอาจารย์ ก็เป็นอดีตไปแล้วค่ะ เคยเป็นก่อนที่จะมาอยู่แคนาดา
  • ขอให้ได้ PR เร็วๆนะคะ
  • สวัสดีค่ะคุณนน
  • ถักนิตติ้ง(Knitting) คือต้องใช้ไม้ถักสองอัน เรียกว่าไม้ถักนิตติ้ง ใช้มือซ้าย-ขวา จับไม้ข้างละอัน
  • อันนี้เป็นตัวอย่างของงานนิตติ้ง และไม้ถักนิตติ้งแบบไม้ไผ่

 

  • ส่วนการถักโครเชต์ (Crochet) จะใช้เข็มถักโครเชต์ ซึ่งเป็นเหล็กหรือไม้ อันเล็กกว่า สั้นๆ มีตะขอเพื่อเกี่ยวด้ายที่อยู่ส่วนปลายของเข็ม ใช้แค่อันเดียวในการถัก
  • พอดีไม่มีรูปมาให้ดู
  • ขอให้คุณนนสนุกกับการถักนะคะ

สวัสดีครับ คุณเจน

ผมเคยไปแคนาดามาแล้วสองครั้งๆประมาณหนึ่งสัปดาห์ คือไปดูงานที่โตรอนโต และได้มีโอกาสเที่ยวหลายที่ครับและยังไปเล่นสกีมาเลย ผมชอบมาและอยากไอยู่ที่นั่นแต่พอฟังคุณแล้วเปลี่ยนใจครับ และไม่สงสัยที่เพื่อนต่างชาติหลายคนที่นั่นอยากมาเมืองไทย

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ

ขอบคุณค่ะคุณไก่ที่แวะเข้ามาอ่าน..

จริงๆแล้ว แม้ว่าแคนาดาจะมีค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพสูง แต่หลายสิ่งหลายอย่างในประเทศนี้ที่เราชอบและคิดว่าดีก็มีอยู่เยอะค่ะ...หากชอบความสงบ อากาศเย็นๆ ความปลอดภัยในชีวิตสูง ก็ตัดสินใจใหม่ มาได้นะคะ ^_^

พี่เจน พูดโดนใจหนูมากเลย

ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่อยู่ในนี้ที่ช่วยให้คำแนะนำดีๆ เพิ่งย้ายมาอยู่ค่ะไม่ถึง 1 อาทิตย์ ยินดีรู้จักทุกๆท่านค่ะ ขอบคุณคุณเจนมากค่ะ ที่มีวันนี้ได้ก็เพราะคุณเจนมีส่วนให้คำแนะนำค่ะ (โดยที่คุณเจนไม่รู้ตัว :-) )

สวัสดีค่ะน้องปลา พี่ว่า เงิน ใครๆก็อยากมีเงินเก็บด้วยกันทั้งนั้น..แต่ว่าจะเก็บอย่างไรให้อยู่..มันยากเหมือนกันเน๊อะ :)

สวัสดีค่ะคุณนพวรรณ ขอให้มีความสุขกับชีวิตในแคนาดานะคะ

นับถือคุณเจนมากค่ะ ขอบคุณในความเอื้อเฟื้อ และกรุณาต่อผู้อื่น คุณเป็นคนดีของสังคมอย่างแท้จริง และขอเอาแบบอย่างชีวิตของคุณเป็นหลักนะค่ะ สำหรับผู้มาใหม่ที่จะได้มีที่พื่งพิง ให้คำปรึกษา คุณเป็นผู้ให้จริงๆค่ะขอให้คุณเจริญๆนะค่ะ พี่ก็ได้กำลังใจจากคุณเจนและเพือนๆ น้องๆจากในนี้แหละค่ะ ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุขนะค่ะ และอย่าลืมทักทายกันบ้าง วันนี้ก็ได้ไปเรียนเป็นวันแรกค่ะ ที่ใกล้ๆบ้าน oakviell ก็ตื่นเต้นดีค่ะ มีเพื่อนๆในชั้นเยอะส่วนมากก็เป็นคนจีน ก็คงต้องพยายามกันต่อไป สู้ สู้ สู้ ค่ะ :-)

สวัวดีค่ะ...

ขอถามคุณเจนหน่อยค่ะ...การไปเป็นพยาบาลที่แคนาดา มีการจำกัดอายุไม๊คะ...ตอนนี้อายุ 39 ค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ itim การเป็นพยาบาลที่แคนาดาไม่ได้จำกัดอายุค่ะ

ขอบคุณค่ะ คุณเจน ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ

สวัสดีค่ะคุณเจน และทุกๆคน

พี่เป็นสมาชิกหน้าใหม่ค่ะ เพิ่งเข้ามาเป็นครั้งแรก ได้อ่านข้อความของหลายๆคนโดยเฉพาะคุณเจน ได้ความรู้ดีมากค่ะ พี่มีแผนจะไปแคนาดาต้นปีหน้าค่ะเลือกแวนคูเวอร์ค่ะ ตั้งใจจะไปเรียนภาษา 6 เดือน แล้วต่อหลักสูตรเตรียมสอบ Licence แต่พี่มีความกังวลเรื่องอายุค่ะ ตอนนี้ 45 แล้ว ถาม Agency แล้วบอกไม่มีปัญหา คุณเจนมีคำแนะนำไหมคะ พี่ไม่อยากถูกหลอก เสียทั้งเงินและเวลา ที่อยากไปเพราะอีก 2 ปีลูกพี่จะไปเรียนต่อมหาลัยที่นั่น ขอความกรุณาด้วยนะคะ

สวัสดีค่ะพี่ Am [IP: 125.26.56.165]

ยินดีต้อนรับสู่แวนคูเวอร์นะคะ เจนก้อยู่ใกล้ๆแวนคูเวอร์นี่ล่ะคะ :)

ไม่รู้ว่าพี่ Am มาแคนาดาด้วยวีซ่าอะไรคะ หากพี่มาด้วย PR พี่ไม่ต้องหาเอเจนซี่เรื่องเรียนหรอกค่ะ

เพราะจะเสียเงินให้เขาฟรีเปล่าๆ เดี๋ยวเจนจะบอกที่เรียนภาษาฟรีของ New Immigrants ให้ หรือไม่พี่ก็ลองอ่านบล๊อกเจน เรื่องเกี่ยวกับการเรียนภาษาก็ได้ค่ะ ตอนที่เจนมาที่นี่ ภาษาเจนไม่ได้เรื่องได้ราวเลยค่ะ ต้องไปเรียนใหม่เยอะทีเดียว หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือน.โกหก ตอนนี้เริ่มพูด ฟัง อ่าน เขียน คล่องขึ้น มั่นใจในตัวเอง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะสอบ License ได้

พยาบาลจากต่างประเทศ ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ กว่าจะสอบผ่านภาษา ได้คะแนนตามที่สภาการพยาบาลที่นี่ต้องการ ใช้เวลาประมาณ 1-3 ปีกันค่ะ เพราะว่า IELTS Speaking = 7 น่าจะเป็นระดับที่พูดได้พอๆกับเจ้าของภาษาทีเดียว มันยากสำหรับคนไทย Accent ไทย พูดอังกฤษ แต่หากพี่ Am มีภาษาอังกฤษอยู่ในระดับดีมาก มาถึงแวนคูเวอร์ เรียนเพิ่มอีกนิดหน่อย ก็คงผ่านฉลุยค่ะ และคอร์สติวสอบ License ที่พี่พูดถึง เจนอยู่แวนคูเวอร์มาเป็นปี เก็บข้อมูลเรื่องสอบ License มาตลอด ก็ไม่เคยได้ยินเรื่องคอร์สหกเดือนเลยคะ ช่วยบอกได้ไหมคะ ว่าไปเรียนที่สถาบันไหน

ที่แวนคูเวอร์นี้ มีพยาบาลไทยเตรียมสอบ License mเจนรู้จักอยู่ประมาณเกือบสิบคนค่ะ บางทีพี่มาแล้ว..เราอาจจะนัดพบปะพี่น้องพยาบาลไทยในแวนคูเวอร์ก็ได้นะคะ

ด้วยความขอบคุณอย่างยิ่งค่ะคุณเจน ว่องไวจริงๆขอชมอย่างจริงใจ

พี่ไม่ได้ขอ PR หรอกค่ะ พี่จะไปวีซ่านักเรียน ( เฒ่า )ค่ะ เป็นวีซ่าเดียวที่จะทำให้พี่ไปได้ Agency บอกพี่ว่า เรียนภาษา 6 เดือน เพื่อให้ได้ IELTS 6 หลังจากนั้นเรียนหลักสูตรเตรียมสอบ License ต่ออีก 1 ปี ที่ Omni college สรุปว่าใช้เวลาประมาณ 1 ปี 6 เดือนค่ะ แต่ต้องตั้งใจจริงๆ ทำงาน part time ไม่ได้ หากสอบไม่ผ่านจริงๆ อาจไปทำงาน care giver เพื่อเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงาน ต้องขอบคุณเจนมากนะคะ พี่ไม่รู้กฏหมายของที่นั่นจริงๆ อนิสงฆ์ที่ช่วยบอกข้อมูลแก่พี่ พี่ขอให้คุณเจนมีแต่ความสุขความเจริญ

พี่ Am ค่ะ

หากพี่ติดต่อผ่านทางเอเจนซี่มา เจนแนะนำให้พี่ขอให้เอเจนซี่ทำวีซ่านักเรียนที่มี work permit ให้นะคะ เขาจะเป็นวีซ่า work and study คือเรียนหกเดือน ทำงานหกเดือน พี่จะสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้อย่างถูกกฏหมายเลยค่ะ เพราะเจนคิดว่าพี่มาที่นี่เพื่อจะดูแลลูกและเรียนเป็นอันดับรองๆค่ะ หากพี่ไปทำงานแคร์กิฟเวอร์ ส่วนมากที่เห็นก็ต้องการ full time และเป็น Live in หาแบบพาร์ทไทม์ที่ทำประมาณ 10-20 ชม.ต่อสัปดาห์ มันหายากจริงๆค่ะ เพราะเจนก็หามาปีกว่าแล้ว อิอิ

ปีที่แล้ว เจนก็เรียนหนังสือช่วงเช้า 8.00-12.00 ว่างตอนบ่าย ก็เลยอยากได้งานดูแลคนสูงอายุตามบ้านทำเป็นพาร์ทไทม์ หาจนไม่รู้จะหายังไง เพราะว่าเขาต้องการแต่ Live in ซึ่งเจนก็ทำแบบนั้นไม่ได้ พอหาได้ ก็บอกว่าให้มาทำงานสี่โมงเย็นถึงสามทุ่ม เพราะว่าตอนช่วงหลังอาหารกลางวันเขาจะนอน ตื่นมาอีกทีและต้องการเรามาช่วย ก็ตอนเขาทำอาหารเย็นทาน และให้เราช่วยในครัว แล้วก็เก็บกวาดครัวให้ จนเขาเข้านอน เราถึงกลับบ้านได้ แต่พอมาคิดดูแล้ว หากไปทำงานช่วงนั้นก็ไม่ได้ดูแลครอบครัวตัวเองกันพอดี เลยต้องบ๊ายบายงานนี้ไป งานในแวนคูเวอร์ หากยากมากนะคะ ต้องทำใจเรื่องหางานพอสมควร ตอนนี้คนว่างงานเยอะค่ะ หากอยากได้งานแบบชั่วคราวง่ายหน่อย ก็ทำร้านอาหารไทยค่ะ เพราะว่าคนเข้าๆออกๆกันเสมอๆ แต่ก็ต้องอดทนมากๆเลยค่ะ

Ommi ได้ยินว่าส่วนมากคนเกาหลี ญี่ปุ่น ไปเรียนกัน เจนไม่รุ้เหมือนกันว่าเขาสอนดีหรือเปล่า แต่ค่าเรียนก็แพงเอาเรื่องเหมือนกันนะคะ

สวัสดีค่ะคุณเจน

วันนี้เป็นวันอาสาฬหบูชา พี่ไปทำบุญมาค่ะ หอบบุญมาฝากคุณเจนด้วยนะคะ ขอให้สมหวังในทุกเรื่องนะคะ

ทุกครั้งที่เขียนข้อความ พี่ก็อยากขอบคุณน้องเจนทุกครั้ง ที่ทำให้พี่ได้รู้ข้อมูลจริงๆที่แคนาดา ไม่เช่นนั้พี่ก็จะเชื่อทุกอย่างที่ Agency บอก พี่ควรทำอย่างไรดีคะ เศร้าใจจัง ทาง Agency บอกพี่ว่า งานหาง่าย ที่โน้นขาดแคลนพยาบาล และงานใน Nursing home หากเราสามารถสื่อสารกับเค้าได้ ส่วนเรื่องวีซ่าเค้าให้พี่เดินเรื่องเอง เพราะว่าทาง Imm ต้องการดูหน้าและดูภาพรวมว่าเรายังไม่แก่เกินไป ส่วนเรื่องลูกก็จริงค่ะที่พี่ต้องการดูแลเค้า แต่พี่วางแผนไว้ 1 ปี 6 เดือนที่พี่ไปก่อนพี่ต้องอดทนเรียนเพื่อให้ สอบผ่าน License เพื่อจะได้มีงานประจำทำ พอดีเวลากับที่ลูกพี่จบ ม. ปลายที่เมืองไทย ได้ตามไปอยู่ด้วยกัน

น้องเจนคะไม่มีพยาบาลไทยไปเรียนเพื่อสอบ License ที่ Canada เลยเหรอคะ ยังไงพี่ก็ยังสู้ต่อไป

สวัสดีค่ะพี่ Am ขอบคุณสำหรับบุญที่เผื่อมาให้นะคะ เจนไม่ได้ไปวัด แต่ก็สวดมนต์ที่บ้านเอง ที่แวนคูเวอร์และรอบๆ มีวัดไทยอยู่สามวัดค่ะ หากพี่ Am มา ก็คงได้ไปทำบุญเหมือนเราอยู่เมืองไทย

เจนจะเขียนบล๊อกหัวข้อใหม่ เรื่องความฝันที่จะเป็นพยาบาลนะคะ  พี่am ลองอ่านในบล๊อกชีวิตต่างแดนที่แคนาดา : ความฝันและความจริงที่จะเป็นพยาบาลในแคนาดา นะคะ

สวัสดีค่ะคุณเจน

ได้อ่านข้อความที่น้องเขียนในบล๊อก ชีวิตต่างแดนที่แคนาดา ประมาณ 3 รอบ แล้วกลับมาประเมินตัวเอง ก็ได้ข้อสรุปว่าพี่คงแก่ตายก่อน ( ยากจริงๆ) ยังไงพี่ก็ต้องขอขอบคุณน้องเจนมากนะคะ ไม่งั้นพี่คงไปเสียเที่ยว เสียทั้งเงินและเวลา แล้วเพื่อนพยาบาลที่รอสอบ License เค้าเรียนหลักสูตรเตรียมสอบ License ไหมคะ น้องเจนมีคำแนะนำอื่นที่มีโอกาสได้ทำงานที่แคนาดาบ้างไหมคะ ยังไงพี่ก็ขออวยพรให้น้องเจนสอบผ่านนะคะ

พี่ขอบคุณจริงๆ

ตอนที่สองยังเขียนไม่จบเลยนะคะ ว่าจะเขียนแนะนำแหล่งทรัพยากรทั้งหลายเท่าที่ได้รู้มาด้วยค่ะ จะได้เป็นแนวทางหรือทางลัดให้คนที่เตรียมสอบทั้งหลายค่ะ

สวัสดีค่ะน้องเจน

พี่และอีกหลายๆคนรออ่านตอนที่ 2 อยู่นะคะ ขอขอบคุณล่วงหน้าเป็นอย่างสูงค่ะ ได้ประโยชน์มากที่สุดเลย

สวัสดีค่ะคุณเจน

สบายดีหรือเปล่าคะ หรือว่ายุ่งอยู่ ยังไงก็ดูแลสุขภาพด้วยนะเป็นห่วงอยู่

พี่Am

สวัสดีค่ะพี่ Am ตอนนี้ยุ่งๆนิดหน่อยค่ะ เลยยังไม่มีเวลาเขียนตอนที่สองต่อเลย

ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ พี่ Am สบายดีนะคะ กรุงเทพฝนตก น้ำท่วมหรือเปล่าคะ

เมื่อวานเป็นฝนแรกของ Summer ที่แวนคูเวอร์ค่ะ จากร้อนๆเหมือนเมืองไทย พอฝนตกก็ได้กลิ่นอายความเย็นแบบแคนาดาพักเข้ามาแล้ว

สวัสดีคะพี่เจน สบายดีไหมคะ ได้อ่านข้อความแล้วดีมากเลย ตลาดอยู่ที่ไหนคะ เปิดกกี่โมง อยากไปมั่ง เดือนอยู่ Welland หาอาหารไทยกินยาก ตอนนี้ก็ทอดหมู ทอดไก่ ผัดหมู ไก่ กับพริก ไม่มีกระเพรา

อยากกินน้ำพริกกะปิ ผัดกระเพรา

เดือน

สวัสดีครับพี่เจน พอดีผมกำลังจะไปเรียนต่อที่แคนาดา แวนคูเวอร์ คับแต่ผมไม่รู้เลยว่า สังคม เศรษฐกิจ บ้านเมืองเขาเป็นไง เลยอยากรู้ว่าถ้าผมไปเรียนและหางานพาทไทม์ ทำไปด้วยเช่น ตามร้านอาหาร ฯลฯ พอจะเป็นไปได้มั้ยครับ ไม่ใช้ว่าผมจะไปขุดทองหรอกครับ แต่ให้ขอเงินที่บ้านทุกบาทคงไม่ได้ แถมต้องไปรนเดียวญาติก็ไม่มีก็กลัวครับ เลยอยากถามถึงความเป็นไปได้จากพี่ครับ ว่าถ้าไปคนเดียวอันตรายรึเปล่าครับ และงานพาทไท หางายมั้ยครับ ค่าครองชีพเทียบกับออสเตรเรีย ต่างกันมากมั้ยครับ

สุดท้ายขอบคุณพี่มากๆครับ

คุณ Jay ที่แวนคูเวอร์มีคนเอเชียเยอะมากค่ะ จะเห็นจีน เกาหลี ญี่ปุ่น มากกว่าคอเคเชี่ยนผมทองซะอีกนะคะ ดังนั้นเรื่องกิน ชีวิต ความเป็นอยู่ปรับตัวได้ไม่ยากค่ะ อาหารการกิน ส่วนมากทำกับข้าวทานเอง เพราะทานนอกบ้านแพงมั่กๆ และวัตถุดิบทำอาหารไทยก็หาไม่ยากนะคะ เหมือนที่เขียนเอาไว้ตอนต้น แค่เพียงไม่ขี้เกียจทำอาหาร ก็มีชีวิตอยู่รอดและประหยัดได้เยอะทีเดียว

มาด้วยวีซ่านักเรียน ต้องดูว่า ได้ work permit อนุญาตให้ทำงานได้หรือเปล่า หากเป็นนักเรียน full time และที่เรียนให้ wprk permit ทำงานได้ ก็สามารถทำได้ค่ะ อย่าแอบทำงานโดยไม่มี work permit เชียวนะคะ เพราะเพิ่งมีนักเรียนไทย ถูกจับได้และส่งตัวกลับเมืองไทย พร้อมโนแบล๊กลิสต์ห้ามเข้าแคนาดา จะเสียอนาคตเปล่าๆค่ะ

ไม่ต้องกลัวเรื่องอยู่คนเดียวหรอกค่ะ พี่ก็มาคนเดียว หัวเดียวกระเทียมลีบเหมือนกัน ยังอยู่มาได้เลย ฮ่าฮ่า สู้ๆๆค่ะ มาผจญกับความหนาวด้วยกัน

สวัสดีครับพี่เจน

ก่อนอื่นขอบคุณพี่เจนมากครับที่ตอบคำถามผมดีใจมากตอนอ่าน

ฟังดูไม่น่ากลัวเท่าไหร่ครับ แล้วงานนี้ห้ามแอบทำเลยใช้มั้ยครับ ถ้าจะทำต้องมี WP เท่านั้นเหรอครับ เพราะผมไปแล้วคงติดต่อที่บ้านน้อย เลยอยากอุ่นใจหากช่วงไหนที่บ้านส่งเงินช้าจะได้ทำงานได้

สุดท้ายขอให้พี่เจนเจอแต่สิ่วดีๆมีความสุขครับ ^^

สวัสดีค่ะ

ขอมาเป็นน้องใหม่ ตอนนี้มาอยู่ที่แวนคูเวอได้เจ็ดเดือนแล้ว ภาษาก็พัฒนาเป็นระดับ (เต่า) เรื่อยๆ จบพยาบาลมาค่ะ ประสบการณืน้อยมาก

ไม่ถึง 1 ปีเรย อยากทำงานที่นี่ค่ะ ตาม health care อะไรพวกนี้ หรือเป็น PN อยู่มานี้ ยังไม่รู้เรยว่า หาข้อมูลยังงัย ต้องหาจากไหนเหรอคะ? มาเมืองนอกครั้งแรกเรยค่ะ คนเดียวด้วย รบกวนด้วยนะคะ ถ้าจะไปทำงานที่ตาม health care หรือ PN ต้องลงเรียน พวก short course หรือเปล่าคะ??

สวัสดีค่ะคุณ PUnya

ลองอ่านบันทึกอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องการหางานทำก่อนดีมั้ยคะ เพราะว่าดิฉันได้เขียนเอาไว้ค่อนข้างละเอียดทีเดียว

ว่าแต่ว่า มาแคนาดา ด้วยวีซ่าอะไรเอ่ย หากเป็น PR จะหางานทำได้ แต่หากเป็น student visa คิดว่าหางานทำได้อย่างจำกัดนะคะ

สวัสดีค่ะ

อยากย้ายไปอย่ที่แคนาดาค่ะ แต่ไม่ค่อยมีข้อมูล อยากสอบถามว่า PR ที่พูดถึงกันบ่อยๆ ต้องขอก่อนไปแคนนาดาหรือ เราต้องไปอยู่ก่อนคะแล้วถึงจะขอได้ แล้วความยากง่ายในการขอ ต้องเริ่มที่ตรงไหนคะ คือไม่ได้มีแฟนเป็นต่างชาตินะคะ แต่อยากย้ายไปทำงานที่แคนนาดา เป็นวิชาชีพเภสัชค่ะ ต้องสอบใบอนุญาตเช่นกันกับพยาบาล อยากขอความกรุณาช่วยแนะนำหน่อยค่ะ

PR = Permanent Resident คือวีซ่าถาวรค่ะ

หากคุณมีวีซ่าถาวร คุณจะทำงานที่นี่ได้ถูกต้องตามกฏหมาย และเป็นประชาชนแคนาดา มีสิทธิขอเป็นซิติเซ่นได้ในอนาคตเมื่อคุณมีคุณสมบัติครบ

การทำวีซ่าถาวร (PR) ก้ลองอ่านดูที่บล๊อกดิฉัน ในกลุ่มที่เกี่ยวกับวีซ่านะคะ แต่ให้เปิดเว็บ CIC เข้าไปอ่านที่เป็นการทำ PR skilled worker แทน

มีพี่ที่เป็นเภสัชที่เมืองไทยได้ PR และมาอยู่แคนาดาหลายคน แต่ละคนใช้เวลานานสองถึงห้าปี เพื่อเตรียมสอบ License แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถสอบ License ได้ บางคนภาษาอังกฤษไม่ผ่านเกณฑ์ซักที บางคนท้อแท้กับการสอบ Assessment ในหลายขั้นตอน และระหว่างรอสอบก็หางานทำไม่ได้ บ่างก็ล้างจานที่ร้านอาหาร เสริฟอาหาร รับจ้างทำงานบ้าน เป็นแคชเชียร์ในห้างบ้าง สุดท้าย...ก็ท้อ และเหนื่อยกับชีวิตที่นี่ พี่เขาก็เลยพากันกลับเมืองไทยค่ะ

หากคุณตั้งใจจะมาเป็นเภสัชที่นี่ คงต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้เยอะๆนะคะ เพราะไม่ใช่แค่สอบ License อย่างเดียว จะมี Assessment อื่นๆ ก่อนที่จะได้เข้าไปสอบ License มากมาย อย่างน้อยคงต้องใช้เวลาสองหรือสามปีในการเตรียมตัวเพื่อสอบ ...หากจะมา คงต้องเตรียมทุนสำรอง และไม่เกี่ยงที่จะทำงาน survival job อ่ะคะ

สวัสดีค่ะ

นกมีเมล์จากimmigration canada ติดต่อมาเรื่อยค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะไปยังไง อยากไปทำงานที่โน่น แต่อาจเสียเปรียบตรงที่ไม่ได้แฟนเป็นชาวแคนาเดี้ยน ...อยากไปใช้ชีวิตถาวรที่โน่นมากกว่า เคยอ่านชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ไปที่โน่นได้เพราะช่วงนั้นประเทศแคนาดาเปิดกว้างเรื่องรับคนเข้ามา และเขาเคยเป็นพนักงานที่บริษัทบุญรอดค่ะ ตอนนี้เขาเปิดบ้านเป็นทัวร์ที่โตรอนโต เป็นคนแคนาเดี้ยนสมบูรณ์ ตอนนี้ยังเปิดกว้างอยู่หรือเปล่า หรือว่าจะให้ง่ายต้องสมรสกับคนประเทศเขา เหมือนกับชาวฟิลิปปินส์ที่ไปอยู่กันมากมายที่โน่นคะ

แล้วคุณเจนมาที่นี่ได้ยังไงค่ะ

ขอให้มีความสุขมากๆ และสุขภาพแข็งแรงค่ะ

เรื่องเปิดประเทศรับคนเข้ามา ตอนนี้เริ่มลดลงอย่างมากแล้วค่ะ เพราะว่าจากที่เคยเปิดกว้างเมื่อหลายปีก่อน ก็ลดลงมาเหลือเฉพาะพิจารณาคนจาก 37 สาขาอาชีพที่แคนาดาต้องการ เช่น หมอ พยาบาล วิศวกรบางสาขา และในปี 2010 ก็ลดลงมาเหลือแค่ 27 อาชีพ และกำหนดเอาไว้ว่าจะรับแค่ 20,000 คน จากทั่วโลกต่อปี ดังนั้นหากคุณอยู่ใน 27 Professional jobs ก็สามารถสมัครได้ แต่ว่าต้องไปแข่งขันกับคนที่สมัครจากทั่วโลก ก็คงต้องลุ้นพอสมควรค่ะ

ที่สาวฟิลิปปินส์เข้ามาเยอะๆนั้น เขามาด้วยวีซ่าทำงาน เป็น Live in caregiver หรือว่าเป็น Nanny คือเป็นเป็นพี่เลี้ยงเด็กนั่นเอง ที่นี่มีวีซ่าทำงานแนนนี่โดเฉพาะ และเมื่ออยู่แคนาดาครบสองปี หรือสามปี เราไม่แน่ใจนะคะ สามารถสมัครเป็นพลเมืองแคนาดาได้ พอเขาสมัครเป็นพลเมืองแคนาดา ได้วีซ่าถาวร(PR) แล้ว เขาก็สามารถเป็นสปอนเซอร์ให้พ่อแม่ ลูก สามี พี่น้อง มีอยู่แคนาดาได้ จึงมีชาวฟิลิปปินส์อยู่ในแคนาดาเยอะ ไม่ใช่เพราะว่าเขาแต่งงานมาหรอกค่ะ แต่งงานมานี่เป็นส่วนน้อย เมื่อเทียบกับมาเป็นแนนนี่ :)

ต้าร์เองก็อยากไปอยู่ที่นั้นเหมือนกันอ่ะค่ะแต่ตอนนี้กำลังศึกษา ป ตรี อยู่ ถ้าจบแล้วกะว่าจะไปทำงานที่ที่นั้น

แต่ต้าร์ไม่ได้มีแฟนเป็นคนแคนนาดา อยากมีเพื่อนที่แคนนาดา อยากรู้ข้อมูลก่อนจะใช้ชีวิตอยู่ที่โน้น

ตอนนี้กำลังเก็บตังค์เพื่อไปเที่ยวดูก่อนว่าแคนนาดาเป็นยังไงบ้าง หากเราจะใช้ชีวิตอยู่ที่โน้น

รบกวนคุณพี่เจนให้ข้อมูลด้วยค่ะ

คุณต้าร์จะมาทำงานอะไรล่ะคะ คนที่มีสิทธิทำงานได้ในแคนาดายังตกงานกันเป็นแถวๆเลย

เคยได้ยินไหมเอ่ย ว่า "แคนาดามีคนขับรถแท๊กซี่ที่จบปริญญาเอกมากที่สุดในโลก"

แต่หากคุณต้าร์มีนายจ้างที่นี่ออกสัญยาการจ้างงานให้ Work permit ก็คงไม่มีปัญหาค่ะ

แต่หากจะมาหาเอาดาบหน้า บอกได้เลยว่ายากมาก ถึงยากที่สุด

เพราะคุณต้าร์ไม่สามารถ Apply PR skilled worker ได้เพราะต้องเรียนจบและมีประสบการณืทำงาน

อีกทั้งต้องอยู่อยู่ใน 27 อาชีพที่แคนาดาต้องการ รวมถึงต้องไปแข่งกับผู้สมัครจากทั่วโลก

เพื่อให้ได้เข้ารอบชิงสองหมื่นคนที่จะมาเป็นประชาชนที่นี่อีก

สิ่งที่คุณต้าจะทำได้คือ มาด้วย work permit และมาศึกษาต่อค่ะ

เรื่องข้อมูลเกี่ยวกับแคนาดา กูเกิ้ลเอา ก็ช่วยได้แล้วล่ะคะ

ขอบคุณมากนะคะที่ให้คำแนะนำ..อ่านแล้วรู้สึกว่าการที่จะหางานที่โน่นเพียงลำพังก้อคงยากพอดู...จะพยายามหาสายงานที่ทางโน้นต้องการและเรียนต่อ..ว่าแต่ว่างานที่โน่นส่วนใหญ่ต้องอายุไม่เกินเท่าไรคะ เพราะเมืองไทยพอเกิน35ก้อหมดสิทธิืสมัครงานแล้วค่ะ

ดููแลสุขภาพด้วยนะคะ

ขอสอบถามเรื่องสเตจเม้นท์ค่ะ ว่า้ถ้าเราเิดินทางไปแคนนดา ต้องมีเงินติดบัญชีเท่าไรค่ะถึงจะผ่าน แล้วต้องซื้อตั๋วเครื่องบินก่อนยื่นว่าซ่าจริงหรือเปล่าคะ

สวัสดีค่ะคุณ'Jen'

แวะมาอ่านและชื่นชมความมีน้ำใจ ถ้ามาแถวCalgary ยินดีต้อนรับค่ะ

สวัสดีค่ะ

ตอนนี้มีลูกเกือบ 3 ขวบค่ะ ตั้งใจจะให้ลูกเข้าเรียนที่แคนาดา โดยที่จะไปกับลูกด้วย ไม่ทราบว่าใครมีข้อมูลไหมค่ะและโรงเรียนระดับอนุบาลหรือประถม จะต้องทำยังไงบ้างค่ะ

ขอบคุณดร.พจนาคะ อยากไปเที่ยวที่คัลการีมากๆค่ะ คิดว่าปีนี้คงได้มีโอกาสไปช่วงเดือนสิงหาคมค่ะ :)

สวัสดีค่ะคุณจันทกานต์

ไม่ทราบว่าคุณจันทกานต์ จะพาลูกไปอยุ่แคนาดาด้วยวีซ่าอะไรคะ หากคุณและลูกเป็น PR ก็คงไม่ยากและไม่มีปัญหา แต่หากคุณไปด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ก็คงต้องมีขั้นตอนเยอะหน่อยนะคะ

หากลูกคุณยังไม่ถึงสามขวบ ก็ต้องอยู่ Day care อ่ะคะ ไม่สามารถเข้าโรงเรียนได้

ระบบการศึกษาที่แคนาดาแตกต่างจากที่ไทย และการเข้าโรงเรียน บ้านอยู่ตรงไหน ก็ต้องเข้าโรงเรียนในโซนของบ้านเท่านั้น จะข้ามเขตไม่ได้ ดังนั้นคุณอยากให้ลูกเรียนที่ไหน เมืองอะไร คุณก็ต้องมีบ้านอยู่ในโซนนั้น และโรงเรียน 99.8% เป็นของรัฐบาล มีมาตรฐานการศึกษาเหมือนกัน คนแคเนเดี้ยนไม่ได้แยกโรงเรียนว่าเป็นโรงเรียนดัง มีชื่อเสียงแล้วอยากให้ลูกไปเรียนอย่างเมืองไทย ค่านิยมการศึกษาของเขาคือสนใจว่าครูจะช่วยให้ลูกได้เรียนรู้ด้วยตนเองและเติบโตเป็นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพได้อย่างไร ไม่มีการสอนพิเศานอกห้องเรียนด้วยค่ะ แต่เด็กจะเรียนเสิรมพวกดนตรี กีฬา ศิลปะ มากกว่า

สวัสดีค่ะ คุณเจน

ตั้งใจจะขอ PR ค่ะ แต่ skilled worker ไม่อยู่ในอาชีพที่ต้องการ จะขอเป้น self emploment ต้องมีผลสอบอังกฤษด้วยใช่ไหมค่ะ

สวัสดีคะ คุณ jen เป็นสมาชิกใหม่นะคะ ดิฉันกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำวีซ่าไปแคนาดา ไปวีซ่าท่องเที่ยว เราต้องมีเอกสารอะไรบ้างคะ และจะทำยังไงต่อ ตอนนี้สับสนมากคะ ว่าจะต้องทำยังไง โดยมีรายละเอียดดังนี้คะ มีแฟนที่โน้น เป็นคนฮ่องกง ยังไม่ได้เป็นพลเมืองของเขา แต่สามารถทำงานที่นั่นได้ เขาอยู่มาประมาณ ห้าปี แล้ว แล้วเราต้องให้แฟนเราเอาเอกสารอะไรบ้าง แล้วเอกสารเราจะต้องมีอะไรบ้าง รบกวนด้วยนะคะ อยากจะคุยส่วนตัวกลับคน jen ได้ไหมคะ รบกวน ขอ อีเมลด้วยนะคะ นี่อีเมล ปิง [email protected] ขอบคุณคะ

คุณจันทกานต์ ทำ PR แบบ Self employ ทำได้ยากเหมือนกันนะคะ แต่หากคุณมีคุณสมบัติตามที่ CIC กำหนด ก็ลองดูค่ะ และไม่สามารถเบิกเงินที่สนับสนุนทางสวัสดิการทางสังคมได้ด้วย แต่ต้องมีเงินของตัวเองตามจำนวนสมาชิกในครอบครัว และจำนวนที่เขากำหนด เรื่องภาษานั้นน่าจะต้องมีคะแนนทดสอบนะคะ ยังไงองเช็คกับทาง CIC อีกทีคะ

http://www.cic.gc.ca/english/immigrate/business/self-employed/apply-who.asp

คุณปิงปิง คะ ดิฉันเขียนเรื่องการขอวีซ่าชั่วคราวไว้ที่บล๊อก วีซ่านะคะ ลองอ่านดูค่ะ http://www.gotoknow.org/blog/jj1-jenjira/232550

สวัสดีค่ะ

สวัสดิการทางสังคมเช่นอะไรบ้างค่ะ ลูกเรียนฟรีรึเปล่า

สวัสดีค่ะคุณจันทกานต์

เรื่องลูกเรียนฟรี ถือเป็นสิทธิที่ PR ทุกคนต้องได้รับค่ะ เรื่องนี้ไม่มีปัญหา

แต่สวัสดิการทางสังคมที่เราพูดถึง หรือว่า Benefits ที่ทางรัฐบาลมีให้แก่ประชาชมในและกลุ่ม แต่ละประเภท เช่น Canada Child Tax Benefit (CCTB) , Universal Child Care Benefit (UCCB) หรือ GST / HST และอื่นๆ

วีซ่าลงทุน หรือว่า PR self employ อาจจะไม่ได้รับพวกเงินช่วยเหลือเหล่านี้ แต่เรื่องนี้เราไม่แน่ใจนะคะ เพราะไม่เคยเจอคนไทยที่มาด้วย PR ประเภทนี้เลยค่ะ เลยไม่มีโอกาสได้ถาม หรือว่าเห็ยเกี่ยวความรู้จากคนกลุ่มนี้

ยังไงแล้ว หากสงสัย เรื่องการได้รับ หรือไม่ได้รับ Benefits ต่างๆนี้ ก็ลองเช็คกับทาง CIC ก่อนที่จะทำ PR นะคะ

สวัสดีค่ะคุณจันทกานต์

เรื่องลูกเรียนฟรี ถือเป็นสิทธิที่ PR ทุกคนต้องได้รับค่ะ เรื่องนี้ไม่มีปัญหา

แต่สวัสดิการทางสังคมที่เราพูดถึง หรือว่า Benefits ที่ทางรัฐบาลมีให้แก่ประชาชมในและกลุ่ม แต่ละประเภท เช่น Canada Child Tax Benefit (CCTB) , Universal Child Care Benefit (UCCB) หรือ GST / HST และอื่นๆ

วีซ่าลงทุน หรือว่า PR self employ อาจจะไม่ได้รับพวกเงินช่วยเหลือเหล่านี้ แต่เรื่องนี้เราไม่แน่ใจนะคะ เพราะไม่เคยเจอคนไทยที่มาด้วย PR ประเภทนี้เลยค่ะ เลยไม่มีโอกาสได้ถาม หรือว่าเห็ยเกี่ยวความรู้จากคนกลุ่มนี้

ยังไงแล้ว หากสงสัย เรื่องการได้รับ หรือไม่ได้รับ Benefits ต่างๆนี้ ก็ลองเช็คกับทาง CIC ก่อนที่จะทำ PR นะคะ

เรียน คุณเจน

ขอบคุณมากค่ะ แต่ถ้าได้ PR แล้ว apply for citizen ก็จะได้หมดใช่ไหมค่ะ

แล้วถ้าเป็น citizen แล้วเเราสามารถทำอย่างอื่นได้ไหมค่ะที่ไม่ใช่ self employ

คือว่าเราไม่ได้ทำวีซ่าประเภทนี้ และไม่รู้จักใครเยที่ทำวัซ่าประเภทนี้ รวมทั้งไม่มีเวลามากพอที่จะเข้าไปทำความเข้าใจในเว็บไซต์ด้วย ไม่รู้ว่านอกจากข้อจำกัดเรื่อง Benefits แล้ว PR ประเภทนี้เขามีจำกัด หรือหมายเหตุ หรือเงื่อนไขอะไรอีกบ้าง และเมื่อมาถึงแคนาดา หากไม่ลงทุนเปิดกิจการ จะไปทำงานกับนายจ้างอื่นๆ อย่างนี้จะผิดหรือป่าว อันนี้เราไม่ทราบอ่ะคะ

ยังไงคุณจันทกานต์ จะทำวีซ่าประเภทนี้ ก็ลองศึกษา และอ่านจากเว็บ CIC และมาถ่ายทอดให้เราได้รู้ด้วยนะคะ

ส่วนเรื่องซิติเซ่น คิดว่าจะคงเหมือนกับการขอซิติเซ่นที่มาจาก PR ชนิดอื่นๆ ก็คือจะยื่นสมัครขอซิติเซ่นได้ คุณต้องอยู่ในแคนาดา มากกว่า 1,095 วัน ในระยะเวลาสี่ปี หรือสามปีในสี่ปีนั่นเองค่ะ คุณจึงจะขอสอบซิติเซ่นได้

เป็นคุณครูค่ะ อยากไปใช้ชีวิตอยู่ที่แคนาดา ไม่ทราบว่ามีอาชีพนี้รองรับบ้างมั้ย

ครู เป็นอาชีพที่ไม่อยู่ในลิสต์ของอาชีพที่แคนาดาเปิดให้่สมัคร PR ได้

เมื่อก่อนเคยเปิดให้อาจารย์ที่สอนในระดับมหาวิทยาลัยสมัครได้ แต่ตอนนี้ปิดไปแล้วคะ

มีคนที่เป็นครูมากจากเมืองไทย แต่งงานมา ก็ไม่สามารถเข้าทำอาชีพครูที่แคนาดาได้นะคะ เพราะจะต้องผ่านการทดสอบภาษาก่อนในระดับแรก ซึ่งแม้แต่ครูสอนภาษาอังกฤษในระดับมัธยมของไทยที่แต่งงานมาอยู่ที่นี่ เราว่าภาษาเขาดี แต่เขาก็สอบภาษาของที่นี่ไม่ผ่าน ตัวที่ไม่ผ่านคือ Speaking เพราะสำเนียงภาษาอังกฤษแบบไทยๆ ฝรั่งฟังแล้วงง ยังไงก็ไม่สามารถทำคะแนนสอบผ่านได้ ดังนั้นขั้นตอนต่อไปที่จะเข้าไปเรียนเพื่อให้ได้ Cert.วิชาชีพครู และเข้าสอบมาตรฐานวิชาชีพครูของแคนาดา จึงไม่สามารถทำได้ค่ะ

การเป็นครูที่แคนาดา เป็นอาชีพที่มีคนจำนวนน้อยได้เป็น แตกต่างจากเมืองไทยอย่างมากทีเดียว

เป็นเภสัชกรค่ะ มีโอกาสการไปทำงานหรือขอPRได้มากน้อยแค่ไหนคะ

กำลังวางแผนจะไป work and study 2 ปี และหาลู่ทางสมัครทำงานที่นั่นค่ะ

กำลังสับสนว่า ควรไปapply PRที่แคนาดาง่ายกว่า หรือแค่ขอต่อ work permit หลังจากหมดจากสถาบันภาษาแล้วค่ะ

รบกวนด้วยนะคะ

คุณ Kunkawee ลองเช็คในเว็บ CIC ดูนะคะว่าเภสัชยังสมัคร PR ได้หรือป่าว เพราะว่ากฏและอาชีพของ CIC เปลี่ยนไปเรื่อยๆ หากยังสมัครได้ ก็คิดว่าน่าจะสมัครก่อนมาแคนาดานะคะ เพราะการพิจารณา PR ใช้เวลานานเป็นปีค่ะ ถึงมาที่แคนาดาด้วย work and study แต่ไม่ใช่การเรียนจบปริญญาตรีในแคนาดา แค่มาเรียนเอา Cert. จำได้ว่าอันี้ไม่ได้ใด้ช่วยให้สามารถสมัคร PR ได้นะคะ เพราะคุณจะสมัคร PR skill worker and Professionals ไม่ใช่่ PR canadian experience class

อยากไปเรียนภาษาที่แคนาดาค่ะ และไม่ทราบว่าจะหางานทำไปด้วยเล็กๆน้อยๆ เช่นเสริฟอาหาร ผู้ช่วยแม่ครัว ฯลฯ ได้ง่ายหรือเปล่าคะ และส่วนใหญ่ที่ไปอยู่ที่นั้นใช้เวลากี่ปีคะถึงจะพูด อ่าน เขียนภาษาได้คล่อง ส่วนตัวด้านภาษาจัดว่าไม่ดีเลย พอรู้ศัพท์ง่ายๆของชั้นประถมอ่ะค่ะ ตอนนี้อายุ 30 แล้ว อยากไปได้ภาษา และประสบการณ์ใหม่ๆ เพราะอยู่ที่นี่ก็ได้แต่ใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่มีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงานเลย (ทำเกี่ยวกับชิปปิ้งน่ะคะ และไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก) ขอคำแนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณคุณเจนมากๆเลยค่ะ

หวัดดีค่ะ คุณเจน

เข้ามาทักทาย และขอบคุณ สำหรับข้อมูลค่ะ

ที่จริงอ่านเรื่องราวของคุณเจนมาตั้งแต่อยู่เมืองไทยแล้วค่ะ

ตอนนี้อยู่ที่แคนาดาแล้ว ก็ยังเข้ามาอ่านในบล็อกของคุณอยู่

ข้อมูลและเรื่องราวของคุณ เป็นประโยชน์และเป็นไกด์ไลให้กับคนที่อยู่ที่นี้ได้จริง

เราชอบทำอาหารเหมือนกันแต่ฝีมือคงไม่ถืงคุณเจน เด่วจะตามไปดูหน้าเกี่ยวกับอาหารนะค่ะ

จะได้ลอกมาทำที่บ้านด้วย

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับข้อมูลที่สนุกและเป็นประโยชน์นะค่ะ

บุญนำพาและรักษานะค่ะ

เกศ

สวัสดีค่ะคุณกวาง

วีซ่านักเรียนที่มาเรียนภาษา ทำงานไม่ได้นะคะ ยกเว้นว่ามาด้วยโครงการ work and study นะคะ ที่จะทำงานได้บ้าง แต่ก็กำหนดไว้ว่าทำได้กี่ชั่วโมง รู้สึกว่าจะไม่เกินจำนวนชั่วโมงที่เรียนนี่ล่ะคะ

การจะเก่งภาษา ใช้เวลานานเท่าไหร่ แต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน ขึ้นกับปัจจัยหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์เก่า ต้นทุนภาษาที่มีมาก่อน ปฏิภาณไหวพริบ ความฉลาด ความขยัน การใส่ใจเรียนรู้ - รับรู้ และอีกหลายอย่างเลยค่ะ ซึ่งก็บอกไม่ได้ว่าจะใช้เวลากี่ปี

เรื่องทำงานหาง่ายหรือป่าว ก็คงตอบได้เลยว่า หากภาษาคุณไม่ดี ก็คงทำได้ในร้านอาหารไทยเท่านั้น หรืองานที่ไม่ต้องพูดกับใคร ซึ่งก็คงหายากอ่ะคะ เรพาะงานอะไรก็ต้องพูด ต้องฟังคนอื่นทั้งนั้น

สำหรับร้านอาหารไทย หากภาษาไม่ดีจริงๆ เขาก็จะไม่ให้คุณทำเกี่ยวกับรับออร์เดอร์ หรือว่าเสริฟอาหาร เพราะสองหน้าที่นี้ ภาษาต้องดีอ่ะคะ เกิดรับออร์เดอร์แล้วไม่เข้าใจว่าเขาสั่งอะไร งานก็จะไม่ราบรื่น และร้านอาหารที่นี่เครียดนะคะ เพราะว่าหากทำอาหารไปเสริฟแล้วลูกค้าไม่พอใจ พ่อครัวต้องทำให้ใหม่ในแบบที่ลูกค้าชอบ ซึ่งเท่ากับทางร้าน เสียของ เสียบเงิน เสียเวลา คนที่ถูกถล่มหนัก็จะเป็นคนที่ไปรับออร์เดอร์ ว่ารับงานไม่รู้เรื่อง ก็จะทำงานในร้านไม่ได้ ถูกว่าทีนี่เครียดมากๆค่ะ หากภูมิต้านทานการถูกว่า ถูกถล่มด้วยคำพูดแย่ๆไม่ดี ก็อย่าไปทำร้านอาหารไทยนะคะ เสียสุขภาพจิตเปล่าๆค่ะ แม้แต่ไปล้างจาน ก็ยังเครียดเลยค่ะ

สวัสดีค่ะคุณเกศ

ขอบคุณที่เข้ามาติดตามนะคะ ช่วงนี้ไม่ได้อัพบล๊อกเลยค่ะ แต่จะเข้ามาตอบคำถามบ้าง เท่านั้นเอง

ขอให้มีความสุข สนุกกับซัมเมอร์นี้นะคะ

ขอบคุณคำแนะนำของคุณเจนมากๆค่ะ

อืมมม คิดแล้วก็ไม่อยากไปเลย อยู่บ้านเราสบายใจกว่าเยอะค่ะ ^_^

คุณกวาง

แต่ละที่ก็มีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันค่ะ หาข้อมูลเยอะๆและพิจารณาดูนะคะ

รบกวนสอบถามคุณเจนคะ.... คือลูกอายุ 6 ขวบ ว่าจะให้ไปเรียนที่แคนาดา แบบนี้เราขอวีซ่าผู้ปกครองตามลูกไปได้ไหมคะ หรือว่าเราต้องลงเรียนภาษาแล้วขอวีซ่านักเรียน และขอทำงาน เพื่อไปดูแลลูก ... ยังไงรบกวนด้วยค๊า

คุณแทน สามารถยื่นวิซ่าผู้ปกครองติดตามลูกมาได้ค่ะ

แนะนำให้โพสต์ถามในเว็บ Thaiontario อีกครั้งนะคะ ในนั้นมีคุณแพน เป็นผุ้ปกครองติดตามมาดูแลลูก เหมือนที่คุณแทนถามมาค่ะ

ขอบคุณมากค๊า คุณแจน ^^"

ขอบคุณมากมาย สำหรับข้อมูล และคำแนะนำต่างๆ นะค่ะ ปุ๊กกำลังเตรียมเอกสารสำหรับ PR กำลังตัดสินใจว่าจะยื่นแบบ inside or outside ดี ....เครียดจังค่ะ แต่ต้องขอขอบคุณข้อมูลของคุณเจนมาก ๆ อีกครั้งนะค่ะ :)

ยินดีค่ะ

สวัสดีคะ คุณแจน

มายกำลังจะไปเรียนที่โตรันโต 1 ปี แต่มายเป็นห่วงเรื่องการค่าโทรศัพท์คะ เพราะถ้าเราโทรกลับมาไทย ราคาจะแพงมาก และที่มายรู้มา คือ ถ้าเราต้องการจะไปเปิดเบอร์ที่นั่น เราต้องให้คนแคนาดาเป็นคนเปิดให้ ซึ่งช่วงแรกมายคงยังไม่รู้จักใคร รบกวนคุณแจนแนะนำวิธีโทรกลับมาไทย แบบประหยัดหน่อยนะคะ

ขอบคุณคะ มาย

คุณมาย เราโทรกลับไทยโดยใช้ Skype เราจ่ายปีละประมาณสิบห้าดอลล่า โทรเข้ามือถือที่ไทยได้ โทรได้ทั้งจากไอโฟน แบล๊คเบอรี่ หรือว่าคอมพ์ เพราะว่าที่นี่มีไวเลส ความเร็วสูงให้ใช้ฟรีทั่วเมืองค่ะ หรือว่าในอพาร์ทเม้นท์ หรือว่าบ้านที่คุณมายจะมาอยู่ ก็น่าจะมีนะคะ ลองเช็คดู หากมีก็ใช้สไกค์ได้ง่าย อีกวิธีที่คนนิยมทำกันคือ ใช้กูเกิ้ลโฟนค่ะ ฟรี ไม่เสียตังค์

มายตรวจสอบกับทางAgent แล้ว เค้าแจ้งว่าบ้านที่มายไปอยู่ไม่มี Net เพราะเจ้าของบ้าน มีอายุมากแล้ว และบ้านก็อยู่ห่างจากที่เรียนมากค่ะ มายคิดว่าน่าจะอยู่ตรงชานเมืองคะ ถ้าเป็นแบบนี้ มายต้องทำอย่างไรดีคะ มีวิธีไหนแนะนำบ้างค่ะ

ดังนั้นคุณมายไม่ควรเลือกบ้านนี้เป็นโฮสต์ค่ะ เพราะว่าเราเสียตังค์แล้ว เราควรได้รับการบริการที่ดี
บ้านไหนๆในแคนาดาเขาก็มีไวเลสใช้ทั้งนั้นอ่ะคะ คนไข้เราอายุ เก้าสิบ เป็นโฮสให้นักเรียนเกาหลี ยังติดเน็ต และขับรถไปรับส่งน้องนักเรียนเลย เพราะเขารู้ว่ามันจำเป็น

และการที่บ้านอยู่ไกล ต้องเดินทางไปโรงเรียน ต่อรถหลายต่อ หรือว่าใช้เวลาเดินทางมาก ก็ไม่ดีด้วยค่ะ เพราะว่าหน้าหนาว มันหนาวลบสี่สิบ คุณมายจะยืนอยู่ป้ายรถเมล์ รอรถนานๆได้ยังไงอ่ะคะ หรือว่า เอาแค่บ้านอย๔่ไกลป้ายรถเมล์ ต้องเดินตอนหน้าหนาวลบสี่สิบสามบล๊อก นี่ก็ไม่ไหวแล้วล่ะ หากเป็นเรา เราจะเปลี่ยนบ้านโฮสต์ค่ะ ขออยู่บ้านที่ใกล้ๆกับที่เรียน และมีเน็ตให้ จะดีกว่า

แต่งงานแล้ว ได้ PR Canada แต่ไม่มีงานทำ ทางรัฐช่วยเหลือเรื่องนี้มั้ยค่ะ ยังไม่มีลูก

คุณ ant

ตอนอยู่เมืองไทย เคยทำงานอะไรมาก่อนคะ หากเคยทำงานสายวิชาชีพ ที่ทางแคนาดาขาดแคลน เขาจะมีโปรแกรมช่วยเหลืออิมมิแกรนท์อยู่หลายโปรแกรมเลย แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่จังหวัดไหนด้วยนะคะ เพราะบางจังหวัดแทบจะไม่มีโปรแกรมอะไรเลยค่ะ

คุณอยากให้รัฐช่วยคุณในเรื่องอะไรบ้าง คุณก็ลองเสริซหาข้อมูลในเว็บไซต์ของรัฐบาลในเมืองที่คุณอยู่นะคะ เพราะไม่รู้จะให้คำแนะนำคุณได้อย่างไร ไม่รู้ว่าคุณเคยทำอะไรมาก่อน อยู่เมืองไหน จบอะไรมา ก็ยากที่จะแนะนำนะคะ

สวัสดีค่ะพี่เจน หนูอยากสอบถามพี่เรื่องความเป็นอยู่ในแคนาดาและวิธีการแต่งงานค่ะ พี่พอจะแนะนำหนูได้ไหมคะ

คุณฮูดา

คำถามของคุณฮูดา จะถามว่าอะไรคะ คือว่าเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ กับเรื่องวิธีการแต่งงานนี่เป็นคำที่กว้างมากนะคะ ช่วย focus คำถามซักนิดนะคะ จะได้ตอบได้ถูกในสิ่งที่คุณอยากจะรู้อ่ะคะ

ไม่อย่างนั้น ก็คงต้องอ่านในบล๊อกเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ที่เขียนเอาไว้ละคะ เผื่อจะได้ไอเดีย เพราะเขียนเอาไว้เรื่อยๆ

สวัสดีค่ะคุณเจน

ชมพู่จะไปอยู่แคนาดาแล้ว กลางเดือนตุลาค่ะ  อยากถามว่าเราเอาปราร้าบอง ไปด้วยได้ไหมคะ  กลัวว่าปราร้าที่โน่นจะไม่เหมือนบ้านเรา  แบบว่าเป็นคนขาดปราร้าไม่ค่อยได้ค่ะ และก็ไม่ค่อยชอบอาหารฝรั่งทานแล้วเลี่ยนค่ะ  จำเป็นไหมถ้าจะเอาหม้อหุงข้าว หม้อนึ่งข้าวเหนียว ไปที่โน่น  หรือซื้อที่โน่นคะ   และก็ครกกับสากนี่สำคัญมากเลยค่ะ เอาไว้ตำส้มตำ  อยากให้คุณเจนช่วยแนะนำสาวอีสานคนนี้หน่อยค่ะ 

ปลาร้าบองเอามาได้ค่ะ พี่เอาปลาร้าบองแบบผัดแล้วมาครั้งละห้ากิโลได้ แบ่งเป็นถุงๆ ถุงละประมาณสามขีด เพราะจะได้เก็บไว้ในช่องแช่แข็งไว้ทานได้ทั้งปี เวลาจะทานก็เอาออกมาอุ่นทานทีละถุง ส่วนปลาร้าที่เอาไว้ตำส้มตำ พี่ซื้อปลาร้าแบบบดเนื้อปลาปสมกับน้ำปลาร้ามาค่ะ มีขายตามโลตัว บิกซี แมคโคร แบบนี้จะสะอาดและเก็บได้นาน เขาทำเป็นกระป๋องพลาสติค กระป๋องนึงประมาณสี่ร้อยกรัม

หม้อหุงข้าวไม่ต้องเอามาเพราะใช้กับไฟที่นี่ไม่ได้ ให้มาซื้อเอาที่นี่เลย ไม่แพงหรอกค่ะ ส่วนซึงนึ่งข้าวเหนียว พี่ก็ไม่เอามา เพราะสามารถนึ่งข้าวเหนียวในหม้อหุงข้าวได้ ส่วนครก ก็เอามาด้วยได้เลยค่ะ จำไม่ได้ว่าชมพู่จะมาอยู่เมืองอะไร เพราะหากเป็นแวนคูเวอร์ ก็จะสามารถหาซื้อครกตำส้มตำได้ ราคาก็โอเคอยู่ ไม่ต้องขนมาให้หนัก

ชมพู่จะไปอยู่ที่ richmond ค่ะ

ขอบคุณนะคะ ^_^

สวัสดีค่ะ ชื่อ บี ตอนนี้ยังอยู่เมืองไทยค่ะ จังหวัดระยอง กำลังตัดสินใจย้ายไปอยู่ แคนนาดา เพราะว่าแฟนที่อยู่เมืองไทยด้วยกันมาเป็นปี ๆ กำลังหมดสัญญาที่เมืองไทยและย้ายกลับไป เพื่อไปหางานที่แคนนา แต่บีไม่มั่นใจเลยค่ะ ว่าการใช้ชีวิต หรือ หางานทำ จะยากลำบากมัั้ยใจจริง อยากมีงานทำช่วยเค้า ไม่อยากอยู่บ้านเฉย ๆ บีจบ ป.ตรี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีประสบการด้าน งานขาย การตลาด โรงแรม บ้าน ที่ดิน กลัวไปอยู่แล้วจะหางานลำบาก อีกใจก็จะแยกกันอยู่ และจะย้ายไปเมื่อพร้อมกว่านี้ !! ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ

ติดต่อคุณเจนอย่างไร เราก็อยู่ Vancouver,BC มาแปดปีแล้ว พี่สาวส่งเวฟนี้มาให้อ่าน เรามาทั้งครอบครัวลูก 2และสามี มีความสุขดี.    อ่านข้อมูลที่คุณตอบคนอื่นๆ คุณตอบได้ตรงดี คุณเป็นคนใจดีมาก เราอยู่ North Vancouver

สวัสดีค่ะ..เราก็เป็นพยาบาลค่ะ มีความคิดอยากไปแคนาดาเหมือนกัน เแต่ยังต้องหาข้อมูลอีกเยอะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆน่ะค่ะ..แล้วตอนนี้คุณได้ทำงานเป็นพยาบาลยังค่ะ

คุณ Soi กดส่งเบอร์โทรมาให้เจนทางอีเมล์ อยู่ใต้รูปเจนด้านบนก็ได้ค่ะ แล้วเดี๋ยวเจนโทรไปหานะคะ

คุณ oil คะ เราเพิ่งมาอยู่แคนาดาได้สี่ปีค่ะ  ค่าเฉลี่ยระยะเวลาของพยาบาลไทยที่ภาษาอังกฤษมีพื้นฐานมาแค่ปานกลาง  จะได้ทำงานเป็นพยาบาลในบีซี (จังหวัดบีซีที่อยู่นี้นะคะ จังหวัดอื่นไม่เกี่ยว) ก็อยู่ที่ประมาณหกถึงสิบปีค่ะ  เรายังต้องเดินทางอีกไกลเลยกว่าจะได้เป็นพยาบาลที่นี่ค่ะ

สวัสดีค่ะคุณเจน น้องชื่อ พิม ค่ะ ^^ . ตอนนี้น้องศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้วกะว่า ม.ปลายจะไปเรียนต่อที่แคนาดา สเตทเม้นท์ทางครอบครัวอยู่ในขั้นปานกลางค่ะ เลยอยากสอบถามว่าจะเป็นการด่วนไปมั้ยที่จะไปเรียนที่นั่น เพราะพิมก็กลัวเรื่องการปรับตัวเรื่องภาษาค่ะ . ภาษาอังกฤษพิมก็พอแข็งอยู่ แต่ว่ากลัวว่าพอไปเรียนแล้ว จะปรับไม่รู้เรื่อง พลอยเรียนไม่จบหลักสูตรเอา(อันนี้กังวลขั้นรุนแรง) เห็นบางสถาบันเขามีหลักสูตรของ นร. ต่างชาติด้วย แล้วก็ประเทศนี้เขาบอกว่าภาษาค่อนข้างฟังง่ายค่ะ การเรียนรัฐบาลที่นั่นก็เอาใจใส่ดี มีแค่อากาศที่โหดไปนิดนึง พอศึกษาข้อมูลมาเกือบสามเดือนแล้วค่ะ ชั่งใจระหว่างแคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์


ขอบคุณมากนะคะ . ไม่รูั้ว่าคุณเจนรับปรึกษาเรื่องเรียนหรือเปล่า แต่เท่าที่อ่านแต่ละบล็อคมา เห็นคุณเจนมีประสบการณ์ในแคนาดามาบ้างหน่ะคะ ^^

พึ่งมาอยู่ที่แวนคูเวอร์ 1 เดือนคะมีวีซ่า 1 ปี แต่อยู่ไดแค่หกเดือนแต่งงานกับแคนนาเดี้ยนได้ 1 ปีคะอยากทำPR แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงคะอ่านในบล๊อกก็ไม่ตรงตามที่ต้องการคะเยอะเกินไป สอบถามผู้รู้ช่วยแนะนำหน่อยคะ ภาษาก็ไม่แข็งแรง ขอให้พบกัลยานิมิตรในนี้ทีเถอะ ขอบคุณคะ mail- [email protected]

สวัสดีค่ะ
พอดีกำลังไปที่แคนาดา คัลการี น่ะค่ะ
ไม่ทราบที่นั่นพอจะแนะนำ อพาร์ทเมนท์ที่ราคาไม่แพงให้ได้มั้ยคะ
หม้อหุงข้าวไม่ต้องเอาไปใช่มั้ยคะ
ขอบคุณมากค่ะ

ข้อความที่อ่านมามีประโยชน์มากๆๆเลยค่ะ คืออยู่ในช่วงคบหากับแฟนแคนาเดี้ยนพอดีมีแพลนจะแต่งปี2016 เมษานี้ แล้วเขาจะสปอนเซอร์ในไปอยู่โน้นเลยมาหาข้อมูลว่าเราไปอยู่โน้นเราควรเตรียมตัวอย่างไรเช่นเราต้องเรียนอะไรที่ไทยเป็นพิเศษที่เมืองไทยช่วงรอแฟน นอกจากภาษาแล้ว ในใจมีคือ ช่างเสริมสวย เรียนทำอาหาร เรียนดูแลเด็กและผู้สูงอายุ ไปอยู่โน้นจะได้ไม่ตกงาน เลยมาเจอเนืัอหาข้างบนนี้อ่านแล้วมันใช่เลย คือชีวิต ไม่ใช่นิยาย ่ชอบค่ะ


เป็นบทความที่เขียนได้ดีมากค่ะ..ขอชม.(..ยายธีค่ะ)....มีความเห็นบางสิ่งบางอย่างว่า..ตอนบั้นปลายชีวิต..จะกลับประเทศเดิม..นั้น..ค่าครองชีพบ้านเราถีบตัวไป ตามสภาพการแลกเปลี่ยนเงิตรา..เมื่อถึงเวลานั้น..เงินที่สะสมมาอาจจะไม่พอแล้วก็ได้..ปัจจุบัน..หากบ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อมีรถยนต์ขับส่วนตัง และจ้างลูกจ้าง..รวมค่ารักษาพยาบาล..ถ้าไม่มีบริการสังคมสงเคราะห์..ก็แพงเท่ากัน...ต่อเดือนแสนบาทเกือบจะไม่พอแล้วค่ะ...

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น