เครือข่าย palliative care ในโรงเรียนแพทย์ นอกจากจะมีเป้าหมายหลัก คือ การร่วมเป็นเครือข่ายของโรงเรียนแพทย์ทั้ง ๑๘ แห่งในประเทศไทย แล้ว ยังหวังที่จะเห็นภาพของเครือข่ายขยายไปในวงกว้างสู่ ผู้เกี่ยวข้องเชิงกลยุทธ หรือ strategic partners เช่น กลุ่มผู้ป่วย กลุ่มอาสาสมัคร องค์กรในชุมชน และสมาคมวิชาชีพต่างๆ ดังรายละเอียด ที่นี่
นอกจากเครือข่ายภายนอกจะมีความสำคัญแล้ว การเกิดเครือข่ายของบุคลากรภายในสถาบันเดียวกัน ในแต่ละโรงเรียนแพทย์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างมีชีิวิตชีวา
ข้อจำกัดของแต่ละโรงเรียนแพทย์ที่พบ คือ บางสถาบันเพิ่งเริ่มจัดตั้ง บุคลากรโดยเฉพาะแพทย์มีน้อยมาก แต่ละท่านก็มีภาระรับผิดชอบทั้งในระดับนโยบายและการทำงานบริการอยู่แล้ว บางสถาบันผู้แทนที่เข้าร่วมเครือข่ายฯ ผู้ให้บริการ ผู้ดูแลเรื่องหลักสูตร เป็นคนละคนกัน
เราจะช่วยให้แต่ละโรงเรียนแพทย์สร้างเครือข่ายภายในได้อย่างไร
เนลสัน นิวซีแลนด์ : ๑ เมษายน ๒๕๕๑
แผนงานฯ ใช้ กิจกรรมที่ ๓ การขยายเครือข่าย เป็นกลยุทธหลักเรื่องนี้
เรากำหนดให้มีการประชุมเครือข่ายฯทุก ๓ เดือนตลอด ๓ ปีของแผนงาน ในกทม. ๖ ครั้ง และต่างจังหวัด ๓ ครั้ง รวมทั้งหมด ๙ ครั้ง ในการประชุมแต่ละครั้ง จะหมุนเวียนไปตามโรงเรียนแพทย์ต่างๆ ไม่ให้ซ้ำ ถึงแม้เจ้าภาพครั้งแรก คือ วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล จะกรุณาแจ้งความประสงค์รับเป็นเจ้าภาพให้ได้ทุกครั้ง ก็ตาม
การหมุนเวียนไปประชุมในโรงเรียนแพทย์แต่ละครั้ง มีเป้าหมายกระตุ้นให้สถาบันเจ้าภาพได้ประชาสัมพันธ์งานด้านนี้ไปยังผู้สนใจภายในให้เกิดการเกาะกลุ่มรวมตัวกัน และ ยังรวมถึงเครือข่ายที่ร่วมทำงาน เช่น กลุ่มอาสาสมัคร กลุ่มผู้ป่วยเพื่อนช่วยเพื่อน หน่วยงานเพื่อนบ้านอย่างคณะพยาบาลศาสตร์ เป็นต้น
การรับจัดการประชุมเครือข่ายฯของเจ้าภาพแต่ละแห่ง ก็เป็นโอกาสให้ผู้สนใจ ผู้รับผิดชอบงานด้านต่างในสถาบันนั้นๆ ได้พบปะพูดคุย ตกลงร่วมกันทำงานเพื่อประโยชน์ของสถาบันตนเองอีกด้วย
คำถาม : แต่ละสถาบัน จะสร้างเครือข่ายผู้สนใจภายใน ได้อย่างไร

หนูคิดว่าเรื่องเป็นที่กำลังสนใจของทุกๆที่ ที่กำลังทำโรงพยาบาลคุณภาพค่ะ เพราะเรื่อง Palliative care ตอบโจทย์ พ.ร.พ ได้ในหลายๆเรื่องค่ะ หนูนำเสนออะไรพี่หัวหน้าตึกเห็นให้ทำตลอดเห็นด้วยตลอด นี่ก็ให้หนูทำระเบียบปฏิบัติเรืองการทำหนังสือที่ชื่อยาวๆของอาจารย์น่ะค่ะ หนูว่าเราน่าจะไปได้รุ่งค่ะ
หนูทำช่วงแรกๆก็ทำคนเดียวค่ะ แต่หนูทำตลอดถ้าเมื่อมี Case จนอยู่มาวันหนึ่งมีคนไข้กำลังหอบมากๆ หนูเข้าไปคุยกับเขาสอนเขาหายใจพาเขาจินตนาการถึงสิ่งที่เขาชอบจนเขาหอบลดลงและหลับได้ แพทย์เวรและพยาบาลที่อยู่ในเวรเขาก็เห็นว่าเรากำลังทำอะไรและมันได้ผล ต่อมาผู้ป่วยดีขึ้นไม่หอบพยาบาลอีกคนไปตรวจดูอาการถามผู้ป่วยว่าอยากได้อะไร เขาตอบว่าอยากได้คุณหมอคุณครูที่มาสอนเขาหายใจ จากนั้นวันรุ่งขึ้นเขาก็เสียชีวิตอย่างสงบโดยหนูพูดชี้นำทางจิตวิญญาณให้เขาตลอดจนเขาเสียชิวิต และก่อนที่เขาจะไม่รู้สึกตัวมารดาเขาบอกว่าเขาถามหาคุณหมอคุณครู จากกรณีนี้จึงทำให้หนูมีชื่อเสียงโด่งดังมาจนเพื่อนๆร่วมงามเห็นความสำคัญเห็นคุณค่า เห็นถึงความงดงาม และเราทำได้จริง เขาจึงสนใจและร่วมมือกันค่ะ
สรุปบทเรียน