GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

วิธีการและปัญหาในการให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบในการจัดการความรู้

การจัดการความรู้ต้องมีการ เรียนลัด คือเรียนจาก Best Practices ของหน่วยงานอื่น แต่ต้องไม่เรียนแบบสำเร็จรูป คือไม่คัดลอกเอามาใช้ แต่เอาความรู้หรือวิธีการของเขามาปรับใช้ โดยให้เข้ากับบริบท หรือ สภาพแวดล้อม วัฒนธรรม และเงื่อนไขขององค์กรเราเอง
          จากประเด็นเรื่องวิธีการและปัญหาในการให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบในการจัดการความรู้ ทำให้ดิฉันนึกถึงองค์กรของดิฉันเอง ซึ่งมีกรณีศึกษาตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนนั่นก็คือ เมื่อประมาณ3 เดือนก่อน ในบริษัทได้มีการเริ่ม implement โปรแกรมตัวใหม่ในองค์กร เรียกว่า โปรแกรม SAP ซึ่งโปรแกรมตัวนี้ เป็นโปรแกรมที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงอย่างมากในการจัดการ โดยจะช่วยลดขั้นตอนต่างๆ ในการทำงานลง ให้มีความรวดเร็ว เรียกข้อมูลกลับมาดูได้โดยง่าย และสามารถประมวลข้อมูลออกมาตามที่ต้องการได้ ซึ่งทุกๆส่วนงานในองค์กรของดิฉันก็จะต้องนำโปรแกรม SAP เข้าไปใช้ ดังนั้นจึงมีการ training การใช้โปรแกรมตัวนี้โดยเจ้าหน้าที่จากทางบริษัทแม่ ซึ่งมีสำนักงานที่อยู่ที่ USA ดูๆแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่หลังจากที่ได้ implement ไปแล้ว นี่ก็ประมาณ 3 เดือนแล้ว พนักงานผู้ที่ต้องใช้โปรแกรมตัวนี้ในการทำงาน ยังต้องประสบกับปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน อย่างเช่นแผนกของดิฉันก็เช่นเดียวกัน ก็มีปัญหาอย่างมาก เพื่อนๆร่วมงานต่างก็บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า โปรแกรมตัวนี้มีประโยชน์หรือมาเพิ่มงานให้ยุ่งเหยิงกันแน่ ..ตัวดิฉันเองก็มีความสงสัยเกิดขึ้นว่า ทำไมถึงยังมีปัญหาทั้งๆ ที่ พนักงานทุกๆคน ทุกส่วนงาน ต่างก็ได้รับการTraining ก่อนเริ่มใช้งานมาเป็นอย่างดี และลักษณะของการ Training ก็ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละคน แต่หลังจากการที่ได้มีการสอบถามและสัมภาษณ์ผู้ที่ใช้งานโปรแกรมตัวนี้ ก็พบว่า ต้นตอของปัญหาเกิดจาก การออกแบบโปรแกรมซึ่ง โปรแกรมนั้นๆ ไม่ได้ตอบสนองหรือ เหมาะสมกับความต้องการในการเรียกใช้ของผู้ใช้ทั้งหมด และผู้ออกแบบการใช้งานโปรแกรม ก็เป็นทีมงานจากบริษัทแม่ ซึ่งตั้งอยู่ที่ USA ดังที่กล่าวมาแล้ว ทำให้โปรแกรมใหม่ตัวนี้ที่คาดหมายว่าจะเป็นตัวช่วยให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ก็ไม่ได้ให้ผลอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้ดิฉันเองถึงบางอ้อ..และเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่โชคยังดีที่ผู้บริหารของบริษัทก็เริ่มที่จะตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้แล้ว ซึ่งในเดือนที่ผ่านมาก็ได้มีการ ทำ Workshop เกี่ยวกับการใช้โปรแกรมตัวนี้ โดยให้ผู้ที่ใช้งานซึ่งจะจัดเป็นกลุ่มๆตามหน้าที่งานที่เหมือนกัน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบคำสั่ง แจ้งถึงความต้องการและความจำเป็นว่าต้องการในโปรแกรมตัวใหม่นี้ตอบสนองในเรื่องใด และได้มีการหยิบยกถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขกับทีมงานที่มาจากสำนักงานใหญ่ 
            จากกรณีศึกษาตัวอย่างในองค์กรของดิฉันเอง ทำให้ดิฉันอดนึกถึงคำกล่าวของท่านอาจารณ์วิจารณ์ พานิชไม่ได้ ที่ท่านเคยเขียนไว้ว่า การจัดการความรู้ต้องมีการ  เรียนลั  คือเรียนจาก Best Practices ของหน่วยงานอื่น แต่ต้องไม่เรียนแบบสำเร็จรูป คือไม่คัดลอกเอามาใช้ แต่เอาความรู้หรือวิธีการของเขามาปรับใช้ โดยให้เข้ากับบริบท หรือ สภาพแวดล้อม วัฒนธรรม และเงื่อนไขขององค์กรเราเอง  ซึ่งทำให้ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง และจากกรณีที่เกิดขึ้น ก็เป็นจริงอย่างที่ท่านอาจารย์ท่านได้กล่าวเอาไว้ ดิฉันคิดว่าการที่จะนำโปรแกรม หรือรูปแบบวิธีการที่ได้รับการยอมรับว่าดีแล้วมาใช้นั้น ก็จะต้องมีการนำมาปรับใช้ให้หมาะสมกับองค์กรนั้น ๆ และสิ่งที่สำคัญก็คือในการที่จะริเริ่มหรือพัฒนาในองค์กรนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับความรู้ความเข้าใจในระบบใหม่ๆที่นำมาใช้แล้ว ยังทำให้ผู้ใช้เกิดความตระหนักถึงความจำเป็นในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กร ทำให้เกิดเป็นทีมงานที่มีพลัง มีวิสัยทัศน์และเป้าหมายไปในทางเดียวกัน อันจะทำให้บรรลุถึงเป้าหมายหลักขององค์กร

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 2667
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)