ภิกษุณีธัมมนันทา-ภิกษุณีแห่งสยามประเทศ


ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา รวมเป็นพุทธบริษัท 4

วันนี้ลองรวบรวมเรื่องของภิกษุณีในประเทศไทยมาฝากเพื่อนๆครับในฐานะที่ภิกษุณีก็เป็นพุทธบริษัทที่สำคัญยิ่งในพระพุทธศาสนา....

 

การสืบสายภิกษุณีในประเทศไทย เริ่มจาก พระพนมสารนรินทร์ (นริน กลึง) ซึ่งเป็นเจ้าของ ผลงาน แถลงการณ์เรื่องสามเณรี วัตร์นารีวงศ์ จากนั้นมาก็เป็น พระมหาโพธิ ธรรมาจารย์ (ภิกษุณีวรมัย กบิลสิงห์) อดีตนักเขียน ได้ใช้ชีวิตเป็น นักหนังสือพิมพ์อยู่หลายปี ถือเป็นคลื่นลูกที่ ๒ ของการสืบทอดภิกษุณี กระทั่ง มาถึงคลื่นลูกที่ ๓ คือ ภิกษุณีธัมมนันทา (ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์) ที่มุ่งหา พระธรรม เพราะเบื่อหน่ายทางโลก (ภิกษุณีธรรมนันทาเป็นบุตรสาวของภิกษุณีวรมัย แต่แม่ของท่านบวชแบบมหายาน)

ภิกษุณีธัมมนันทา ชื่อเดิมคือ รศ.ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์ เป็นบุตรของนายก่อเกียรติ ษัฏเสน และนางวรมัย กบิลสิงห์ (ต่อมาบรรพชาเป็นภิกษุณีวรมัย กบิลสิงห์) จบการศึกษาจากโรงเรียนราชินีบน และปริญญาตรีสาขาปรัชญาจากมหาวิทยาลัยศานตินิเกตัน ประเทศอินเดีย ได้รับทุนรัฐบาลแคนาดาไปศึกษาปริญญาโทและเอกจากมหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ ประเทศแคนาดา และมหาวิทยาลัยมคธ ประเทศอินเดีย

ท่านเคยเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ ประเทศแคนาดา หลังจากนั้นเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านมีผลงานวิชาการ เขียนบทความธรรมมะ และเป็นพิธีกรรายการธรรมะทางช่อง 3 เป็นผู้แปลหนังสือ ลามะจากลาซา ของทะไลลามะ 

ท่านได้ทำงานด้านพุทธศาสนาเพื่อผู้หญิงเรื่อยมาจนกระทั่งท่านได้เป็นผู้หญิงไทยคนแรกที่ได้รับการบวชเป็นสามเณรีในนิกายเถรวาทเมื่อท่านเดินทางไปบวชที่ศรีลังกา และปัจจุบันท่านเป็นภิกษุณีโดยสมบูรณ์ และ จำพรรษาอยู่ที่ วัตรทรงธรรมกัลยาณี ตำบลพระประโทน จังหวัดนครปฐม  และเป็นผู้ริเริ่ม ประสานงาน  ให้มีการบวชสามเณรีครั้งแรกในเมืองไทยอีกด้วย และมีโครงการสำหรับอุบาสิกาที่สนใจธรรมะที่วัตรทรงธรรมกัลยาณี โดยประสานงานกับเครือข่ายพุทธต่างๆ

หมายเหตุ - สามเณรี และ ภิกษุณี ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากคณะสงฆ์ไทยเท่าที่ควรแต่น่าจะได้รับการยอมรับมากยิ่งๆขึ้นไป 

แหล่งข้อมูล : วิกีพีเดีย, หนังสือเรื่อง จิตวิญญาณเพื่อสังคม

หมายเลขบันทึก: 253846เขียนเมื่อ 6 เมษายน 2009 16:52 น. ()แก้ไขเมื่อ 16 มิถุนายน 2012 18:23 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (6)

สวัสดีค่ะ

***ไม่เคยทราบมาก่อน เรียนรู้ไว้ให้สมกับที่เรานับถือศาสนาพุทธนะคะ

***ถ้ามีการเผยแพร่ข้อมูลทางสื่อต่างๆอย่างทั่วถึง ย่อมเกิดการยอมรับมากขึ้นเพราะเป็นสิ่งที่ดีงาม ...ขอบคุณค่ะ

ไม่ได้รับการยอมรับแล้วยังไง แล้วพวกที่ได้รับการยอมรับดีกว่ายังไง ทำตัวเหมือนพวกนั้นน่ะหรอ สู้ไม่ต้องมายอมรับก็ได้ บาปน้อยกว่าพวกที่ได้รับการยอมรับบางพวกเสียอีก

สวัสดีค่ะ

  • เคยได้ยินชื่อค่ะ
  • แต่เพิ่งจะได้ทราบความเป็นมา ณ วันนี้
  • ขอขอบพระคุณค่ะ
อดุลย์ศักดิ์ อตุโล

ขอขอบคุณที่ให้ได้รับทราบและรู้มากขึ้น

ควรจะได้รับการยอมรับ อย่างเป็นทางการ..สักที..

ไม่ทราบว่าจะเสียหายตรงไหนค่ะ..ถ้าจะมีผู้หญิงถือศีล 227 และหากปฏิบัติได้ครบถ้วน..และอย่างเคร่งครัด..น่าจะส่งเสริมและสนับสนุน ให้มีภิกษุณี มากขึ้นในประเทศไทย เพื่อช่วยเผยแพร่ศาสนาพุทธ ไม่ใช่มีแต่แม่ชี นั่งล้างจาน ทำกับข้าวให้พระ.ถือได้แค่ศีล 8 (สิทธิเสรีภาพควรจะเท่าเทียมกันได้แล้ว..ให้มันสอดคล้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญไทย)

ในพุทธกาลก็เคยมีมิใช่หรือค่ะ.."ภิกษุณี"

แล้วทำไม ไม่สืบทอด..ต่อไป..ไม่เข้าใจค่ะ..

หาจะไม่ส่งเสริมหรือไม่ยอมรับอย่างเป็นทางการ คณะสงฆ์ไทย ก็ควรออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่า เหตุผลเพราะอะไร...

ผู้หญิงอาจทำหน้าที่สืบทอดพุทธศาสนาได้ดีกว่าผู้ชายก็ได้..นะคะ..

ยกตัวอย่างเช่น..ที่ผ่านมามักมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้ชาย..แต่วันดีคืนดีหากมีคนดีๆ เก่งๆเป็นผู้หญิงขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี..ถามว่าสังคมจะยอมรับได้หรือไม่.ว่าผู้หญิงก็เป็นนายกรัฐมนตรีไทยได้...หรือว่าไม่ได้อีก.."ต้องผู้ชาย"เท่านั้น..ค่ะ

ถามต่อ..แล้วมีข้อห้ามไว้ตรงไหน...ค่ะ..ในเมื่อที่อื่นๆเขาก็ยังมีได้..ผู้หญิงเป็นภิกษุณี หรือผู้หญิงเป็นประธานาธิบดี หรือเป็นผู้นำประเทศ..

"ส่งเสริมให้คนทำดี..ไม่ควรพยายามหาข้อกีดกัน..ที่มันไม่เป็นเหตุเป็นผล มิฉะนั้น คนเขาจะมองว่า.....เป็นการปิดกั้นเกินไป..ไม่น่าจะถูกต้อง..

สรุป เห็นด้วยที่ควรมีภิกษุณีในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทยได้แล้วค่ะ..เพื่อช่วยกันเผยแพร่ศาสนา..

อาจจะได้ประจักษชัดกันว่า..ผู้หญิงนั้น..สามารถถือปฏิบัติพระธรรมวินัยได้เคร่งครัดและหรือดีกว่าผู้ชายก็ได้นะคะ..และอาจช่วยเผยแพร่ศาสนาได้ดีกว่าผู้ชายก็ได้...."ไม่ควรปิดกั้น..อย่างยิ่ง"

..หากไม่สามารถอธิบายและให้เหตุผลที่ดีได้ต่อสังคมโลกได้.ว่ายอมรับภิกษุณีไม่ได้.เพราะอะไร..เพราะ.ประเทศอื่นเขาจะมองดูว่าคนไทยและหรือสังคมไทย .เป็นอย่างไร ใจคับแคบไปหรือเปล่า.

...อาจไม่ต่างอะไรกับประเทศ"พม่า"เท่าใด..นัก..ที่พยายามกีดกั้น..สิทธิเสรีภาพของนางอองซานซูจี..จริงไหมค่ะ..

ด้วยความเคารพนับถือคนดี ที่มีปัญญา

น่าจะให้การยอมรับนะคะ เพราะผู้หญิงก็มีความสามารถ โดยเฉพาะคนที่มีความตั้งใจดี มีจิตใจดี มีทัศนคติและวิสัยทัศน์ที่ดี สามารถทำประโยชน์ให้สังคมและสืบทอดศาสนาได้ดีกว่าผู้ชายบางคนด้วยซ้ำ ให้โอกาสท่านเหล่านี้เถอะ จะได้ช่วยให้สังคมดีขึ้น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี