อ่านและ"คิด" ชีวิต..อย่างอิสระ

  ติดต่อ

  ชีวิตควรได้รับโอกาสเรียนรู้ในสิ่งที่แตกต่างบ้าง  

       จากที่อ่าน ในบันทึกเรื่อง "อิสระอย่างไร้รูปแบบ(ที่พึงประสงค์)" ของคุณ"ชายขอบ" นั้นทำให้ดิฉันได้คิด คิดอะไรบางอย่าง และหันมามองตนเอง"ชีวิต" ที่เป็นมาและควรจะเป็นไป คืออะไร ทบทวนและบันทึกไว้เตือน "ตน" เมื่อเงื่อนเวลาผ่านไป ให้หันหลังเพื่อกลับมาย้อนมองอีกครั้ง

       ชีวิตการศึกษาเป็นไปตามกรอบที่สังคมกำหนด แต่ชีวิตที่ลึกลงไปหลุดออกอยู่บ่อยๆ และเป็นประจำ พ่อค่อนข้างให้อิสระทางความคิดลูก(พ่อวีระ ลครวงศ์)นั่นอาจเป็นเพราะพ่อเป็นผู้บริหาร บริหารชีวิต บริหารครอบครัว บริหารงาน แม่ผู้ให้โอกาสเสมอในทุกๆ เรื่อง(แม่เข็มเพชร  ลครวงศ์) แม้บางครั้งผิดพลาดไป แม่ก็ยังเลือกที่จะให้โอกาสจากข้อผิดพลาดนั้น พ่อกับแม่ยึดหลัก "อิสระ" ที่ลูกอยากทำ ดังนั้นในวัยเด็กจึงค่อนข้างทำกิจกรรมเยอะ เล่นกีฬา วาดรูป-ทำงานศิลปะ กิจกรรมนักเรียนทุกอย่าง ไม่เคยที่จะได้เรียนพิเศษ-กวดวิชา แต่มีครั้งหนึ่งทำการบ้านเลขคณิตฯไม่ได้ ถือมาถามแม่ (แม่เป็นครู-สอนเลขคณิตฯ) แม่ดุและเอาไม้บันทัดเคาะหัว น้ำตาร่วง ภาพนั้นจำมาตลอด-จนอาจเป็นแรงใจที่ทำให้เราถนัดเลขคณิตมากที่สุดก็ได้ในทุกวันนี้

       ผลการเรียนจากที่เรียนไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยอ่านหนังสือ อาศัยฟังในห้องอย่างตั้งใจในสิ่งที่ครูสอน และ get เอาอย่างเข้าใจ ทำให้เราเหลือเวลาอิสระในชีวิตมากพอที่จะสนุกสนานกับชีวิต กับเพื่อน กับกิจกรรมที่เราทำ เมื่อมองย้อนไปค่อนข้างคุ้มเพราะได้ประสบการณ์ที่ควรเป็นไปอย่างมากมาย ชีวิตการศึกษาภาคบังคับผ่านไป เข้าระดับอุดมศึกษาได้เรียนในสิ่งที่ไม่อยากเรียน แต่พ่อกับแม่ก็ให้แรงใจว่าเรียนไปก่อน หากมีโอกาสเราก็ค่อยมองโอกาสนั้นอีกครั้ง และแล้วเราก็เรียน และเรียนมาจนจบ "พยาบาล"

       ชีวิตอิสระเริ่มต้นอีกครั้ง จบมาต้องใช้ทุนกระทรวงฯ คือ ทำงานเป็นพยาบาล แต่ทำได้ไม่ถึงปี สอบเรียนต่อ ป.โท การแนะแนวและให้คำปรึกษา (จิตวิทยา) และป.โท การพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช ได้ แต่ด้วยระเบียบลาเรียนไม่ได้เพราะเพิ่งจบมาทำงาน ใช้ทุนยังไม่หมด แต่ด้วยความอยากเรียน (จริงๆ อยากเอาชนะกรอบที่บีบรัดในใจมากกว่า) จึงเขียนใบลาออก โดยแม่สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการใช้ทุนคืนให้ แต่ผู้อำนวยการในสมัยนั้น ท่าน นพ.กวี ไชยศิริ (ปัจุบันขณะบันทึกนี้ท่านเป็น ผอ. รพศ.สัมประสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี) ท่านมีวิสัยทัศน์กว้างไกลในทุกด้าน สั่งระงับใบลาออกและอนุมัติให้ลาเรียนได้ตามระเบียบการลาศึกษาต่อ(ข้อสุดท้าย คือ เป็นกรณีพิเศษ) ตอนนั้นได้รับแรงต้านอย่างมาก เพราะขัดต่อวัฒนธรรมทางสังคมนั้น แต่ตนเองก็เลือกที่จะเดินต่อแต่ไม่ใช่ในเส้นทางพยาบาล แต่เลือกเรียนในเส้นทางจิตวิทยา เพราะมองว่าชีวิตควรได้รับโอกาสเรียนรู้ในสิ่งที่แตกต่างบ้าง

 

ระลอก-สอง ของอิสระ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน In Mind

หมายเลขบันทึก: 25216, เขียน: , แก้ไข, 2013-05-15 12:58:55+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 5, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #knowledge#management#จิตวิญญาณ#tacit#mind#cognitive#construction#kapoomprofile

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (5)

ชายขอบ
IP: xxx.47.247.116
เขียนเมื่อ 
     มุ่งมั่นต่อไป ด้วยใจที่อยากทำ คำนึงถึงคุณธรรมแห่งวิชาชีพ และทำเพื่อคนอื่น จะอิสระได้จริง
ต้นน้ำ
IP: xxx.246.164.190
เขียนเมื่อ 

สู้ต่อไป รักษาความพยายามและความตั้งใจ เช่นนี้ และนี่คือการตอบแทนสำหรับคุณ ที่มีความพยายามและไม่เคยคิดว่าจะพบทางตัน จงเชื่อมันและศรัทธา ต่อความตั้งใจ

Dr.Ka-poom
IP: xxx.113.16.250
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณที่มา ลปรร. นะคะ

  • คุณ"ชายขอบ" การทำเพื่อคนอื่น..ต้องทำอย่างแท้จริง อาจก่อเกิดเรียนรู้และสัมผัส"อิสระ"ได้อย่างแท้จริง
  • คุณ"ต้นน้ำ" แม้บางครั้ง "ชีวิต" รู้สึกว่าหนัก...แต่เราก็ต้องผ่านพ้นมันไปได้หากเราเชื่อและศรัทธาใน "ตนเอง"
ชายขอบ
IP: xxx.113.16.250
เขียนเมื่อ 
     ขอบคุณครับ ซาบซึ้งใจ ใช่เลย
คนข้างนอก
IP: xxx.47.247.116
เขียนเมื่อ 
" คนเก่ง " ที่แท้จริงคือ...คนที่สามารถสร้างทางเดินใหม่ได้แม้พบทางตัน