ช่วงหลายปี ผ่านมานี่กระแส "คุณภาพ" ค่อนข้างมาแรง หันมองไปทางไหนก็คุณภาพ..คนทำงานทุกคนจากที่เคยกระตือรือร้น ...เครียด..วิ่งตาม และพยายาม จนพยายาม แต่ก็มักถูกประเมินว่า ไม่ผ่านคุณภาพ...จนคนทำงานชัก "งง" กับคำว่าคุณภาพเสียแล้วว่าจริงแท้คืออะไรกันแน่ "คุณภาพ"ตามที่มีองค์ประกอบต่างๆ ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด หรือ"คุณภาพ"..เมื่อผู้มารับบริการมาที่เรามีความสุข อาการดีขึ้น หรือว่าอย่างไร เราก็ชักไม่แน่ใจเสียแล้ว

       ในกลุ่มงานจิตเวชเราก็เช่นเดียวกัน กระแสเรื่องคุณภาพผ่านเข้ามาเป็นระลอกๆ จนพี่ๆ น้องๆ รู้สึกเครียดกับการทำงาน อ่านๆ ทำเอกสาร ทำงาน..วนเวียนอยู่กับสิ่งเหล่านี้มานานพอสมควร จนเดี๋ยวนี้เรารู้สึกว่าเราขอปลดแอก เรื่อง "คุณภาพ"...ออกจากวิถีที่เป็นกรอบที่น่าอึดอัดใจ เราเปลี่ยนตัวตั้งการทำงานใหม่..

       วิธีการที่เราเริ่มทำในช่วงปีหลังนี้ เราเบื่อกับการที่ทิ้งงานที่ค้างคาอยู่ เพื่อลุกขึ้นมานั่งประชุมกันโดยมีหัวหน้าเป็นผู้นำในการประชุม มีคนจดบันทึก ทุกคนหน้าตาคร่ำเคร่งกับการประชุม เหล่านี้ทำให้เรามองว่าประชุมไปเสียเวลา และทำให้ไม่ได้ผลลัพธ์มากเท่า เพราะบางอย่างสิ่งที่เรา get พอถึงคราวประชุมก็ลืมไปแล้ว สิ่งใหม่หลังจากเราย้ายมานั่งรวมกัน เราเลือกที่จะถก..ประเด็นต่างๆ ได้ตลอดเวลาที่เรานึกออก และ get ได้ และหากเกี่ยวข้องกับงานใครที่ตนเป็น "เจ้าภาพ" ก็เลือกที่จะบันทึกเก็บไว้ในงานตน เพื่อนำไปพัฒนาต่อ

       เราเปลี่ยนรูปแบบการทำงานที่แบ่งงานออกเป็นส่วนๆ มาเป็นการทำงานที่มี "เจ้าภาพ" ในการทำงาน...และหากเป็นงานใดใด คนที่เหลือก็เลือกที่จะมาเป็นผู้ร่วม ช่วยเหลือกัน เป็นกันเองมากขึ้น เป็นพี่ๆ น้องๆ กันมากขึ้น และหากใครถนัดหรือมีความเชี่ยวชาญด้านใดก็ลงลึกในด้านนั้น...เมื่อก่อนมักจะมีใครบางคนแบ่งแยกว่า งานนี้คือ ซี5 ควรทำ งานนี้ซี 7 ควรทำ อะไรประมาณนี้เป็นต้น...เรามองว่ากรอบของซี คือ ความปิดกั้นศักยภาพของมนุษย์คนทำงานอย่างยิ่ง ที่ทำงานเราส่วนใหญ่จบปริญญาโท ปริญญาเอกแต่ซีน้อย ซึ่งหากมองบริบทความสามารถที่ซ่อนลึกอยู่ในแต่ละบุคคลมีค่อนข้างมาก หากมักถูกจำกัดด้วยกรอบของซี ทำให้บุคคลเหล่านั้นไม่สามารถที่จะทำงานได้เต็มตามศักยภาพของตน

       พอเราหันหน้าเข้าหากันมากขึ้น พูดคุยกันมากขึ้น เราเอาเรื่องซีพวกนี้ทิ้งไป...แต่เลือกที่จะมาทำงานตามที่ "ใจ" มุ่งมั่นอยากจะทำมากกว่า อย่าง เช่น พี่เขียว ชำนาญการทางด้านปฏิบัติเชิงบริการ เมื่อก่อนจะทำอะไรได้ไม่มากนัก เพราะระดับผู้บริหารมีมุมมองติดที่ว่าพี่เขียวมี ซีน้อย พัฒนาตนเองมาจากพยาบาลเทคนิค ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นพยาบาลวิชาชีพก็ตาม แต่มุมมองใหม่เราพี่ๆ น้องๆ มองว่าพี่เขียวมีศักยภาพค่อนข้างมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีปฏิสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกับหน่วยอื่นๆ ในโรงพยาบาลก็ทำได้ดี...เราก็เลือกที่จะส่งเสริมให้พี่เขียวได้ทำงานและบริหารจัดการตนเอง...ด้วยศักยภาพที่ตนเองมี

       จากการเริ่มเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานในแนวใหม่ (เราเรียกเอาเอง) ทุกวันนี้เรามีความสุขในที่ทำงานอย่างมาก..และยิ่งมีความสุขมากยิ่งเมื่อคนที่ชมเรา..คือ "ผู้ป่วย" เรามักจะได้ของฝากเล็กๆ น้อยๆ จากผู้ป่วยเสมอทุกสัปดาห์ เช่น มะม่วงบ้าง ขนมบ้าง เสื่อทอมือบ้าง ข้าวกล้องบ้าง..เป็นต้น ตรงนี้แหละที่เราถือว่า คือ รางวัลแห่งการทำงาน เพราะเมื่อเขามาเขาจะคิดถึงเรา "คนทำงานทุกคน" นี่แหละคือความสุขใจของเราชาวจิตเวช