สิ่งหนึ่งที่สำคัญ ในลำดับต้นๆ ของการให้คำปรึกษา คือ การให้การยอมรับผู้มารับคำปรึกษา ซึ่งการยอมรับดังกล่าวนี้ เป็นการยอมรับที่ปราศจากเงื่อนไขใดใด ยอมรับในฐานะที่เขาเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่มีทั้งความดีและความไม่ดีอยู่ในตัวเอง ไม่ตำหนิ หรือสอดแทรกความรู้สึกส่วนตัวของเรา (ผู้ให้คำปรึกษา) ไปตัดสินความเป็น "มนุษย์" ของเขา

       กล่าว คือ..การยอมรับ ที่เกิดขึ้นนั้น ควรเป็นการยอมรับอย่างสนิทใจ ถึงเหตุที่มาที่ไปของอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก ของเขาเอง ว่าทุกอย่างที่เขาแสดงออกถึงพฤติกรรมที่ปรากฏนั้น ย่อมมีสาเหตุ จะด้วยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม แต่ภายใต้ฐานความเป็น "มนุษย์" ของเขานั้นยังมีส่วนที่ดีที่เป็นอยู่ หากเราสามารถมองได้และมองเห็นในด้านที่ดีและที่ไม่ดี รวมไปถึงสาเหตุของเขานั้น จะทำให้เราเกิดความเข้าใจและยอมรับในตัวตนที่เป็นเขามากยิ่งขึ้น

       และสิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้ คือ การยอมรับดังกล่าวนั้น ควรเริ่มมาจาก "การยอมรับในตัวเอง" ของเราก่อนว่า..เรามีข้อดีอะไร มีข้อเสียอะไร ขนาดตัวเรายังมีทั้งสองด้าน ดังนั้นคนอื่นก็มีเช่นกัน ยอมรับตัวเองในสิ่งที่ตัวเองเป็นอย่างแท้จริง  ไม่ใช่"ตัวตน"ในอุดมคติที่อยากไป เช่น เราพูดไม่เพราะ ยิ้มไม่เก่ง คุยไม่เก่ง (ตัวตนจริง) แต่เราอยากเป็นคนพูดเพราะ คุยเก่ง ยิ้มเก่ง (ตัวตนในอุดมคติ) หากแรกเริ่มเดิมทีเรายอมรับตัวตนเองจริงๆ ได้ และค่อยๆ พัฒนาตนเองไปสู่ลักษณะของการเป็นตัวตนในอุดมคติได้ แต่ตรงกันข้ามหากเราเริ่มตั้งแต่มองไม่เห็นตนเองตั้งแต่แรก การที่จะพัฒนาไปสู่อุดมคติดังกล่าว อาจทำได้ยาก

       เมื่อเราเองยอมรับตัวเองได้โอกาสของการยอมรับคนอื่นก็จะง่ายขึ้น..หากเราลองคิด ลองไตร่ตรอง ลองฝึก-ปฏิบัติ ก็อาจทำให้เรามองใครๆ ได้ง่ายและเป็นมิตรมากขึ้นได้นะคะ