การฟัง ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการให้คำปรึกษา..หากเพียงมองที่คำ.."การให้คำปรึกษา" ดูเหมือนเป็นการ "ให้" อาจมีใครหลายคนเข้าใจผิดว่า การให้คำปรึกษา คือ การที่เราไป "ให้" คำปรึกษา แนะนำ ใครบางคน หรือเขามาคอย "รับ" คำปรึกษาจากเรา...

       การ"ให้"ตามความเข้าใจดังกล่าวข้างต้นนั้นอาจเป็นทักษะเพียงส่วนหนึ่งเล็กน้อย แต่สิ่งสำคัญที่เป็นมากกว่านั้น  คือ การให้ดังกล่าว เป็นการให้ที่ "ใจ" มากกว่า กล่าวคือ "ให้" นั้นคือให้ความใส่ใจ เข้าใจ และสิ่งสำคัญคือ "ฟัง" สิ่งที่เขา"ทุกข์" หรือไม่สบายใจ เพราะผู้มารับคำปรึกษา หรือที่เราเรียกว่า counselee นั้น เขามาหาด้วยความทุกข์ ความไม่สบายใจ อยากมีใครสักคนรับรู้ และเข้าใจ ว่าที่เขาทุกข์หรือไม่สบายใจนั้น คืออะไร

       เครื่องมือสำคัญที่ทำให้เราได้รู้ "ทุกข์" ของเขานั่นคือ การให้เขาได้เล่า และเราได้ฟัง..ฟังที่เป็น hearing มากกว่าที่จะเป็น listening  สองคำนี้ต่างการอย่างไร ความหมายแรกนั้นคือ "ฟัง" ฟังอย่างตั้งใจ และใส่ใจในสิ่งที่ได้ยิน ลึกลงไปในจิตใจของคนที่เล่า...มากกว่าเสียงที่ได้ยิน หรือเพียงแค่ฟังเฉยๆ (listening) หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นการฟังอย่างถ่องแท้...ในสิ่งที่เราฟัง และมองเห็น "ลึก" ลงไปในสิ่งที่เขาอยาก "สื่อ" ให้เราทราบ

       หากผู้ให้คำปรึกษา สามารถ "ฟัง" ได้อย่างที่เล่าให้ฟัง เชื่อเถอะคะว่า ผู้มารับคำปรึกษา ก็รู้สึกดีไปเกินครึ่งแล้ว เพราะอย่างน้อย แค่มีใครสักคนรับฟังเรื่องที่เป็น "ทุกข์" ของเขา ก็มีค่ามากพอแล้ว หรือหากนึกไม่ออก มองมาที่เราเอง หากเรามีความทุกข์ และได้เล่าให้ใครสักคนฟัง บางครั้งสิ่งที่ทุกข์นั้นอาจไม่ทุกข์แล้วก็ได้ เพราะบางครั้งการ "เล่า" และมีคนฟังอย่างที่ฟังด้วยความเข้าใจ ก็สามารถผ่อนคลายอะไรบางอย่างที่มันหนักอึ้งในใจเราได้บ้าง