การพัฒนาเครื่องมือประเภทมาตรประมาณค่า(Rating Scale) ในงานวิจัย

มาตรประมาณค่า เป็นเครื่องมือที่ใช้มากในงานวิจัยทางสังคมศาสตร์ ซึ่งได้มีการศึกษา ค้นคว้า วิจัย หรือ หาข้อสรุปเกี่ยวกับวิธีการสร้างเครื่องมือประเภทนี้ให้มีคุณภาพ หลายลักษณะ เป็นสิ่งที่นักวิจัยควรรู้ ก่อนตัดสินใจสร้างเครื่องมือประเภทนี้

        ระหว่างวันที่ 31 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ 2552 ได้ไปสัมมนาเสริมในการสอนวิชา 24703 การพัฒนาเครื่องมือเพื่อการวิจัยและประเมิน ในหลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาการประเมินการศึกษา ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ณ โรงแรมโฆษิต อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  ในการสัมมนาดังกล่าว นักศึกษาได้นำเสนอตัวอย่างการใช้เครื่องมือเพื่อการวิจัยและประเมิน อย่างหลากหลาย ซึ่งพบว่า มาตรประมาณค่า(Rating Scale) เป็นระบบตัวเลข(มาตร) ที่นิยมใช้กันมากรายการหนึ่งในการวิจัยทางสังคมศาสตร์ ไม่ว่าจะนำมาพัฒนาเป็นแบบสอบถาม  แบบสัมภาษณ์   แบบวัดเจตคติ/แบบวัดคุณลักษณะต่าง ๆ

        ในการสัมมนา ได้ให้ข้อเสนอแนะแก่นักศึกษาที่เป็นบทเรียนที่ควรระวังในการพัฒนาเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้เทคนิคมาตรประมาณค่า ซึ่งเป็นข้อสรุปที่ได้มาจากงานวิจัย ดังตัวอย่างต่อไปนี้

        1) มาตรประมาณค่า เป็นมาตรในระดับ “อันดับ”(Ordinal Scale) ในการเลือกใช้วิธีการทางสถิติ หรือการแปลผลการวิจัยจะต้องระมัดระวัง

        2) การพัฒนามาตรประมาณค่าเพื่อใช้ในการวัดเจตคติ ประเภทที่ใช้ข้อความเป็นสิ่งเร้า แล้วให้ผู้ตอบแสดงความคิดเห็นว่า เห็นด้วยกับข้อความนั้น ๆ มากน้อยเพียงใด  ซึ่งมีทั้งข้อความเชิงบวก(ให้คะแนนแบบ 5  4  3  2  และ 1 ในกรณีที่ผู้ตอบเห็นด้วยมากที่สุด จนถึง เห็นด้วยน้อยที่สุด)  และ ให้คะแนนแบบกลับทิศ( 1  2  3  4  และ 5 )ในกรณีที่เป็นข้อความเชิงลบ....คำถามที่มักจะถูกถามคือ ในแบบประเมินฉบับนั้น ๆ ควรมีข้อความเชิงลบสักกี่ข้อ หรือกี่เปอร์เซ็นต์ของข้อความทั้งหมด....ตำตอบ คือ  มีผู้วิจัยแล้ว โดยทดลองบรรจุข้อคำถามเชิงลบไว้ 10  20   30   40   60  และ 60 %...ผลการวิจัย พบว่า   “มีคุณภาพในด้าน “ความเที่ยง(Reliability) ไม่แตกต่างกัน”  แต่ผู้วิจัยได้สรุปอย่างชัดเจนว่า  “ควรมีข้อความเชิงลบคละไว้ส่วนหนึ่ง”  และในการแปลผล จะต้องเน้นการแปลผลคะแนนรวม  มากกว่าการแปลผลเป็นรายข้อ

        3) ในเรื่องจำนวนช่อง/จำนวนระดับของมาตร   เช่น  มี 5 ช่อง  คือ มากที่สุด   มาก   ปานกลาง  น้อย  น้อยที่สุด(อาจจะเปลี่ยนคำคุณศัพท์เป็นอย่างอื่น)   หรือจะทำเป็น 6 ช่อง   มากที่สุด   มาก   ค่อนข้างมาก   ค่อนข้างน้อย  น้อย   น้อยที่สุด    หรือ  7  ช่อง/ระดับ   หรือ 4 ช่อง    หรือ 3 ช่อง....จำนวนระดับมาตร/ช่องระดับการประเมินเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมที่สุด   “ช่องจำนวนคู่ คือ 4  หรือ 6”      หรือ “ช่องจำนวนคี่ 3   5    หรือ 7 ช่อง”....อย่างใดเหมาะสมมากกว่ากัน....ผลการวิจัย ยืนยันว่า  จำนวนช่องที่เป็นคู่(4  หรือ 6) มีแนวโน้มให้ค่าความเที่ยงมากกว่า จำนวนช่องเลข คี่  ...แต่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

        4) ในเรื่อง การกำหนดสัญลักษณ์ หรือให้ความหมายระดับมาตร   5=มากที่สุด  4 = มาก   3= ปานกลาง  2=   น้อย  1=  น้อยที่สุด    หรือจะ กลับเลขเป็น 1= มากเป็นอันดับหนึ่งหรือมากที่สุด   จนถึง 5= มากเป็นอันดับที่ 5(หรือน้อยที่สุด)    หรือ  ให้สัญลักษณ์เป็น              และ จ  แทนมากที่สุด ถึง น้อยที่สุด   หรือ การใช้คำคุณศัพท์ประเภท Bipolar  ( 2 ขั้ว    เช่น   ชัดเจน----------คลุมเครือ,   มาก----------น้อย,  ดี----------เลว) จัดทำเป็นมาตรประมาณค่าแบบ กราฟิก(Graphic Rating Scale)......ผลการวิจัย พบว่า  มาตรแบบกราฟิก มีแนวโน้มให้ค่าความเที่ยงสูงสุด  สำหรับการกำหนดแบบอื่น ๆ ไม่แตกต่างกัน....ในกรณีที่ปรับเป็นมาตรประมาณค่าเชิงพฤติกรรม(Behaviorally-Anchored Rating  Rating  Scale)  ก็จะให้ค่าความเที่ยง และความตรงมากขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

        ในการสร้างเครื่องมือประเภทมาตรประมาณค่า ยังมีรายละเอียดอื่น ๆ อีกหลายประการ ที่ผู้พัฒนาเครื่องมือ ควรศึกษาธรรมชาติของเครื่องมือประเภทนี้ให้ดี ก่อนการสร้างเครื่องมือในงานวิจัยของตนเอง เพื่อให้ได้เครื่องมือที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจัยเพื่อพัฒนางาน พัฒนาการเรียนรู้



ความเห็น (33)

สวัสดีค่ะ อาจารย์

  • ครูอ้อย  กำลัง  ทำงานวิจัยของตนเองอยู่ค่ะ
  • อาจารยมาเขียน เรื่องนี้ เลยได้ทบทวนไปอีกครั้งค่ะ
  • อาจารย์คงไม่ว่างจะอ่านงานของครูอ้อย  ครูอ้อยก็...ไม่กล้าด้วย  กลัวอาจารย์จังเลย..

อาจารย์สบายดีนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีวันที่ 1 ก.พ. ค่ะ

  • อ่านแล้วตรงกับความสงสัยลึก ๆ พอดีเลยค่ะ
  • อาจารย์คะ แล้วถ้า เป็น"แบบสังเกต" โดยให้ผู้อื่นสังเกต
  • ผู้ถูกสังเกตไม่ได้รายงานตนเอง
  • จำเป็นที่ต้องใช้ข้อความเชิงลบด้วยหรือเปล่าคะ
  • ในความเข้าใจน่าจะไม่ต้อง ผู้สังเกตไม่ bias เพราะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้ถูกสังเกตอยู่แล้ว ?

สวัสดีครับ ครูอ้อย

  • สรุปว่าไม่กล้าส่งไปให้อ่านใช่ไหมครับ
  • ส่งไปได้นะครับ แต่อาจจะอ่านช้าบ้าง อย่าเร่งมากก็แล้วกัน

คุณ wijitta

  • ปีใหม่ เปลี่ยนชื่อใหม่ หรือครับ
  • ข้อความเชิงบวก  เชิงลบ ใช้กรณี การสร้างแบบวัดเจตคติ
  • ถ้าเป็น "แบบสังเกต"  ก็มีสิทธิ์ที่จะสังเกตพฤติกรรมทั้งด้านดีและไม่ดี(ทั้งพฤติกรรมด้านบวก-ต้องการให้เกิด   และ พฤติกรรมด้านลบ-ไม่อยากให้เกิด)  แต่คงจะไม่เกี่ยวกับผลการวิจัยข้างต้นนะครับ   กรณีแบบสังเกต คงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการวิจัยว่า เราสนใจจะศึกษาพฤติกรรมเชิงบวก หรือเชิงลบ
เขียนเมื่อ 

- ตั้งใจจะวัดพฤติกรรมบวกค่ะ (=> ต้อง คิดต่อไป)

- อาจารย์เรียกจิด้าเหมือนเดิม ดีแล้วค่ะ

ถึงจะเปลี่ยนชื่อ เล่นยังไง หนูก็ลูกศิษย์คนเดิม

- มีเรื่องเยอะ ฯลฯ

"คนเราทำพฤติกรรมคล้ายคลึงกันได้ แต่ผลที่ออกมา ย่อมมีความแตกต่างกันเสมอ เพราะออกมาจากจิตใจที่ไม่เหมือนกัน by individual difference"

รำพึงรำพัน, ไม่เกี่ยวกับ บันทึกของอาจารย์นะคะ

จุฑาภัทร
IP: xxx.12.97.100
เขียนเมื่อ 

rating scale แบบ 4 กับ 6 ใช้ต่างกันยังไงครับ

คุณจุฑาภัทร

  • อธิบายความหมายช่องสเกลต่างกัน
  • ใช้วัดจุดประสงค์เดียวกันได้ แต่กำหนดน้ำหนักคะแนนที่มีช่วงการกระจายแตกต่างกัน
เขียนเมื่อ 

เรียนท่านอาจารย์ที่เคารพ

ดิฉันกำลังมีความสงสัยว่าทำไมการใช้มาตราส่วนประมาณค่า 4 ระดับ ถึงทำให้ใคร ๆ งง เสมอ

และดิฉันจะขออนุญาตรบกวนถามอาจารย์ว่า....ที่ดิฉันใช้ในการสอบถามความคิดเห็นต่อความพึงพอใจโดยใช้มาตราส่วนประมาณค่า 4 ระดับ ดังนี้

มากที่สุด มาก น้อย ปรับปรุง ในการใช้ระบบเทคโนโลยีในวิทยาลัย...... ได้หรือไม่คะ

กราบขอพระคุณอาจารย์ล่วงหน้า....ที่กรุณารักษาอาการปวดศีรษะให้ค่ะ

ภณิชญา ชมสุวรรณ

ครูเอ๋
IP: xxx.122.132.62
เขียนเมื่อ 

ช่วยด้วยค่ะ ครูเอ๋ต้องการคำตอบด่วน!(จะส่งผลงานแล้วเดี๋ยวไม่ทัน)

- ทำแบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติท่ารำของนักเรียนป.5 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 3 ระดับ คือ ดีมาก ปานกลาง ปรับปรุง มีการกำหนด RUBRIC ไว้อย่างชัดเจน ขอถาม อ.สุพักตร์ ดังนี้

1 แบบสังเกตนี้ใช้ได้หรือไม่

2 ถ้าใช้ได้ จะอ้างอิงว่าเป็นของใครกำหนดขึ้น หรือค้นคว้าจากหนังสือของใครค่ะ

เช่น ถ้าใช้มาตราส่วน 5 อันดับ (บุญชม ศรีสะอาด 2535: 99-100)

หาข้อมูลดังกล่าวไม่ได้เลยค่ะ

ดร.สุพักตร์
IP: xxx.25.98.249
เขียนเมื่อ 
  • ดีมาก  ปานกลาง  ควรปรับปรุง ไม่น่าจะเหมาะสม
  • ถ้า  ดี  ปานกลาง  ควรปรับปรุง  พอจะมีที่อ้าง คือ สมศ.  หรือหนังสือหลายเล่ม น่าจะหาไม่ยาก
ครูเอ๋
IP: xxx.122.132.62
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณนะคะที่กรุณาตอบให้ด่วน!จริง จริง ครูเอ๋จะปฏิบัติตามที่ อ.สุพักตร์แนะนำค่ะ

คือเปลี่ยนเป็น 3 อันดับคือ ดี ปานกลาง ปรับปรุง แต่ว่า!

1. สมศ.คืออะไรค่ะ!

2. หนังสือหลายเล่มที่หาไม่ยาก มีเล่มไหนบ้างอ.ช่วยบอกหน่อยได้ไหม

ขอความกรุณาอ.สุพักตร์ อีกสักครั้งเถอะคะ

เขียนเมื่อ 

นับเป็นข้อมูลที่ดี ขอบคุณมาก

ผมรู้จักG2K เพราะเคยเข้ารับการอบรมจากอาจารย์ที่มธ. ครับ

เทอมหน้าผมสอนงานวิจัยและวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาของมจร. เชียงราย

มีอะไรสงสัยผมอาจสอบถามอาจารย์บ้างนะครับ

ดร.สุพักตร์
IP: xxx.25.145.110
เขียนเมื่อ 

ครูเอ๋

  • ระดับคุณภาพ   ดี  ปานกลาง  ควรปรับปรุง ครูเอ๋ อย่าทำตกหล่น
  • สมศ. คืออะไร   ไม่บอก  ถ้าเป็นครูจริง  ลองถามเพื่อนครูสัก 10 คน ผมคิดว่า น่าจะตอบได้ ไม่ต่ำกว่า 6-7 คน   หรือไม่ ถ้าหมดหนทางจริง ๆ ลองใส่คำ สมศ เข้าไปใน Google ก็ได้...ถ้ายังหาไม่เจอ ค่อยถามมาอีกครั้ง(นี่ ถ้าผมเป็นกรรมการ ในการตรวจผลงานของครูเอ๋...ผมให้ตก แล้วน่ะนี่)
ครูเอ๋
IP: xxx.122.132.62
เขียนเมื่อ 

แหม่!อ.ใจร้ายจัง!

ไม่คิดว่าจะเป็น สมศ.เดียวกันค่ะ (คิดไม่ถึง จริง จริง) ขอความกรุณาอ.อีก 2 อย่างได้ไหมค่ะ!(คาดว่าน่าจะได้)คือ

1 ถ้าอ.ได้ตรวจผลงานของครูเอ๋ ก็อย่าให้ถึงขนาดขั้นตกเลยนะคะ(ขยันหาข้อมูลขนาดนี้)

2 นอกจากแบบประเมินของสมศ.ที่เห็นกันว่าประเมินคุณภาพ 3 ระดับแล้ว ยังมีหนังสือที่เกี่ยวกับการสร้างเครื่องมือวิจัยหรือวัดผล 3 ระดับที่เราสามารถอ้างอิงได้อีกไหมค่ะ!

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ ดร.สุพักตร์

  • อาจารย์สบายดีนะคะ
  • อยากเรียนถาม 2 ข้อค่ะ
  • 1. มาตรประมาณค่าแบบ กราฟิก(Graphic Rating Scale)......เป็นอย่างไรคะ ใช่อย่างนี้ไหม เช่น การประเมินความเจ็บปวดของผู้ป่วยหลังผ่าตัด โดยใช้แถบวัดระดับความเจ็บปวด 1 2 3 5 6 7 8 9 10
  • 2. การแปลผลคะแนนรวม แล้วแบ่งเป็นระดับอีกครั้งใช้เกณฑ์วัดอย่างไรคะ
  • ขอบคุณค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ อาจารย์ ดร.สุพักตร์

  • ดีใจมากที่ได้พบบล๊อกของอาจารย์
  • จะค่อย ๆ ศึกษาและพัฒนาไปค่ะ

 

 

อดิสอน
IP: xxx.172.129.166
เขียนเมื่อ 

อาจารย์ครับ ไปตอบคำถามที่ การศึกษา และสังคม หน่อยครับกำลังรอครับ

อดุล
IP: xxx.123.225.89
เขียนเมื่อ 

อาจารย์ครับผมสงสัย มาตราส่วนประเมินค่า แบบ Likert Scale กับ มาตรประมาณค่าแบบ Rating Scale และแบบ RUBRIC มีที่มาหรือความต่างกันอย่างไร ผมอ่านที่ไรในงานวัจัยต่างๆ ก็ยังไม่เคียร์ ช่วยกรุณาให้ความกระจ่างด้วยครับ

สรรชัย
IP: xxx.185.131.97
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับอาจารย์ กำลังช่วยเพื่อนค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ Rating Scale เพื่อการวิจัยครับ มีคำถามว่า มาตรประมาณค่าแบบ Rating Scale แบบมีตัวเลขกำกับในแต่ละข้อของคำตอบ ดีกว่าไม่มีตัวเลขกำกับคำตอบหรือไม่อย่างไรครับ ???

..มีงานวิจัยไหนที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับการใช้หรือไม่ใช่ตัวเลขกำกับคำตอบในแต่ละข้อถามหรือไม่ครับ ???

..จึงเรียนมาเพื่อสอบถามครับ ขอบคุณมากครับ

ดร.สุพักตร์
IP: xxx.25.88.155
เขียนเมื่อ 

1) มัลลิกา ยุวนะเตมีย์....2526

2) สุพักตร์ พิบูลย์ (ดุษฎีนิพนธ์ 2532)

สรรชัย
IP: xxx.185.131.97
เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณอาจารย์มากครับ

kroomom'
IP: xxx.49.14.98
เขียนเมื่อ 

เรียน อาจารย์ ดร.สุพักตร์ ที่เคารพ

ดีใจมากที่พบบล็อคของอาจารย์ เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ค่ะ ขออนุญาตเรียนถามอาจารย์เหมือนความเห็นที่ 18 ค่ะ

ขอความเห็นจากอาจารย์ เป็นวิทยาทานเพื่อนำไปใช้ประกอบวิทยานิพนธ์ด้วยนะคะ

ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

Kroomom'

สุพักตร์
IP: xxx.14.117.18
เขียนเมื่อ 
  • มาตรประมาณค่า(Rating Scale) เป็นวิธีการวัดที่ให้ผู้ตอบอธิบายหรือตีค่าความคิดเห็น ความรู้สึก หรือระดับคุณภาพในเรื่องใด ๆ ออกมาเป็นตัวเลข(Scale) ซึ่งผู้วิจัยได้กำหนดความหมายของตัวเลขไว้ล่วงหน้าแล้ว  อาจจำแนกเป็น 3 ช่อง 4 ช่อง หรือ 5 ช่อง(ระดับคุณภาพ)
  • Likert Scale คิดโดย ลิเคิร์ต มีการกำหนดค่าตัวเลขเป็น 5 ระดับ เป็นลักษณะหนึ่งของมาตรประมาณค่า(หรืออีกนัยหนึ่ง คือ ลิเคิร์ตใช้เทคนิคมาตรประมาณค่าในการสร้างเครื่องมือ โดยกำหนด Scale เป็น 5 ระดับ ใช้มากในการสร้างมาตรวัดเจตคติ โดยให้บุคคลแสดงความคิดเห็นต่อข้อความที่สะท้อนถึงเจตคติ)
  • Rubric เป็นลักษณะหนึ่งของมาตรประมาณค่าที่มีคำอธิบายระดับความหมายของตัวเลขอย่างเป็นรูปธรรม ชัดเจน  กลุ่มนี้ ในการสร้างเครื่องมือวัดพฤติกรรม จัดอยู่ในกลุ่มมาตรประมาณค่าเชิงพฤติกรรม(Behaviorally-Anchored Rating Scale) เครื่องมือที่ทำในลักษณะนี้ มุ่งแก้จุดอ่อนของมาตรประมาณค่าแบบกราฟฟิก(หรือแบบตัวเลขล้วน ๆ) ช่วยให้การประมาณค่ามีความเป็นปรนัยมากขึ้น สามารถลดความคลาดเคลื่อนได้ดี
kroomom'
IP: xxx.49.18.13
เขียนเมื่อ 

เรียน อาจารย์ ดร.สุพักตร์ ที่เคารพ

ขอบพระคุณอาจารย์มากนะคะที่กรุณาให้ความชัดเจนในเรื่องนี้ อาจารย์ได้ช่วยเติมเต็มความข้องใจในเรื่องนี้ให้ดิฉันได้มากที่เดียวค่ะ และจะใช้ข้อมูลจากคำตอบของอาจารย์ไปอ้างอิงในงานที่กำลังศึกษาอยู่ คือดิฉันกำลังปรับงานวิทยานิพนธ์จากข้อคิดเห็นของคณะกรรมการฯ อยู่ค่ะ เรื่องที่คลุมเครือสำหรับตัวเองคือเรื่องที่เรียนถามอาจารย์นี่ล่ะค่ะ

ขออนุญาตฝากตัวเป็นศิษย์อาจารย์ ดร.สุพักตร์ ด้วยสักคนนะคะ ไว้โอกาสหน้าจะเข้ามารบกวนอาจารย์อีกค่ะ

ด้วยความเคารพ

Kroomom'

kroomom'
IP: xxx.49.98.70
เขียนเมื่อ 

เรียนอาจารย์ ดร.สุพักตร์ ที่เคารพ

มีเรื่องจะรบกวนเรียนถามอาจารย์อีกแล้วค่ะ คือ ในการนำเสนอเค้าโครงวิทยานิพนธ์ คณะกรรมการ(บางท่าน)ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับการกำหนดค่า ไอ.โอ.ซี ว่า ควรจะเป็น .50 ไม่ใช่ .60 (ผู้เชี่ยวชาญ 5 คน) และ แบบทดสอบอัตนัย ควรจะมีการหาความยาก และ อำนาจจำแนกด้วย (ซึ่งดิฉันหาเฉพาะค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่า) จึงอยากเรียนถามความคิดเห็นจากอาจารย์ว่า

1. ค่าไอ.โอ.ซี ที่เหมาะสมในการเสนอเค้าโครงวิทยานิพนธ์ ควรจะเป็นเท่าไหร่

2. ข้อสอบแบบอัตนัย สามารถวิเคราะห์หาประสิทธิภาพได้อย่างไรบ้าง นอกจากการวิเคราะห์ความเชื่อมั่นทั้งฉบับ

3. ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าที่เหมาะสมสำหรับข้อสอบแบบอัตนัย ควรเป็นเท่าไหร่ อ้างอิงได้จากที่ใดเพิ่มเติมได้บ้างคะ

รบกวนอาจารย์มากทีเดียวค่ะ กราบขอบพระคุณล่วงหน้านะคะ

kroomom'

สุดารัตน์
IP: xxx.25.205.73
เขียนเมื่อ 

เรียนอาจารย์ที่เคารพ

ดีใจที่เจอblogนี้

กำลังทำรายงานคะ

rating scale 3 ระดับ

ทำให้เป็นระดับความคิดเห็นเป็น3 ด้วย

เกณฑ์พิจารณาคะแนนอย่างไรคะ

ตำราเล่มไหนด้วย

ขอบคุณคะ

ศิษย์เก่าดั่งเดิม

บัญญัติ ลาชโรจน์
IP: xxx.67.24.162
เขียนเมื่อ 

เรียน อ. ดร.สุพักตร์ ที่เคารพ

ผมขอความอนุเคราะห์จากท่าน กรุณาอธิบาย ข้อไม่เข้าใจต่อไปนี้

ด้วยการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อคุณภาพการสอนของผู้สอน ได้กำหนด rating scale 5 ระดับ แต่เกณฑ์การตัดสินการประเมินใช้ 3 ระดับ

1.00-3.49 ปรับปรุง

3.50-3.99 พอใช้

4.00-5.00 ดี

กรุณาอธิบายการประเมินจาก 5 ระดับ เป็น 3 ระดับ

ขอบคุณครับ

บัญญัติ ลาชโรจน์

วิลาสินี ปลายเนิน
IP: xxx.120.47.126
เขียนเมื่อ 

เรียน อาจารย์ ดร.สุพักตร์ หนูเป็นครูโรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ มีนบุรี ได้รับการอบรมได้รับความรู้เรื่องการวัดประเมินผล การการวิจัย เรื่องอื่น ๆ เยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะข้อคิดว่า เรียนให้หนัก ทำงานให้หนักชีวิตจะเปลี่ยน อ่านหนังสือเยอะ ๆ อย่างน้อยวันละ 50 หน้า เมื่อต้นเดือน วันนี้หนูได้ลองทำตามที่อาจารย์บอก เพราะหนูกำลังทำผลงานซึ่งจะส่งเพื่อการเยียวยา หนูยังงง ว่าถ้าหนูจะอ้างอิงที่มา ตรงเรื่องสเกลการวัดการแสดงความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการใช้ชุดกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาพฤติกรรมกล้าแสดงออก ซึ่งหนูใช้ระดับความคิดเห็นดังนี้ ( 5 4 3 2 1 )

ระดับความคิดเห็นระหว่าง 4.50 - 5.00 หมายถึง มากที่สุด

3.50 - 4.49 หมายถึง มาก

2.50 - 3.49 หมายถึง ปานกลาง

1.50 - 2.49 หมายถึง น้อย

0.00 - 1.49 หมายถึง น้อยที่สุด

ถ้าหนูอ้างอิง ว่าใช้มารตราส่วนประมาณค่าของ Likert Scale ได้ไหมคะ แต่เป็นหนังสืออะไร พ.ศ.อะไร เปิดหาอ่านในเว็ปจนเจออาจารย์ค่ะดีใจมากรบกวนด้วยนะคะ หากอาจารย์กรุณาแนะนำและอ้างชื่ออาจารย์จะอ้างว่าอย่างไรคะ คงจะขลังและเป็นมงคลดีค่ะ

ด้วยความเคารพ วิลาสินี..

อ.วิลาสินี

        ถ้าสเกลของอาจารย์เป็น  5-มากที่สุด  4-มาก ........1-น้อยที่สุด  ดังนั้น การแปลผลที่สมเหตุสมผล  คือ  ถ้ามีคนตอบ 5 ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบทั้งหมด และตอบ 4 อีกครึ่งหนึ่ง ค่าเฉลี่ยจะเท่ากับ 4.50 พอดี (ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลาง)  แต่ถ้าเปลี่ยนไป คือ 51 % ตอบ 5  และ  49 % ตอบ 4  ค่าเฉลี่ยจะเกิน หรือ > 4.50  นี่คือข้อเท็จจริง  ดังนั้นในการแปลผลของอจารย์ เมื่อพิจารณาเป็นช่วง ก็จะแปลผล ดังที่อาจารย์จัดช่วงข้างต้น เหมาะสมแล้ว โดยไม่ต้องอ้างอิงใด ๆ ก็ได้(เป็นไปตามสเกล หรือมาตรวัด)

บงกช ฤกษ์นาวา
IP: xxx.31.121.84
เขียนเมื่อ 

อยากทราบว่าแบบวัดประมาณค่าควรใช้ระบบตัวเลขหรือตัวอักษรจึงจะเหมาะสม ถูกต้องที่สุด เพราะเหตุใด

สุพักตร์
IP: xxx.130.192.139
เขียนเมื่อ 

คุณบงกช

-ลองอ่าน ผลงานวิจัยของ มัลลิกา ยุวนะเตมีย์(จุฬาฯ 2526)

ศรีประไพ
IP: xxx.7.235.254
เขียนเมื่อ 

เรียนอาจารย์ค่ะ

เป็นประโยชน์มากๆเลยค่ะ หนูกำลังมีปัญหาเรื่องการใช้มาตราส่วนประมาณค่าพอดีค่ะ

อยากเรียนถามอาจารย์เพิ่มค่ะ กรณีที่รวมคะแนนเป็นรายฉบับและหารจำนวนข้อแล้ว จะได้ค่าตัวเลขเป็น Interval scale (มีทศนิยม) เราถือว่าเป็น Inyerval ได้ไหมคะ ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกสถิติที่ใช้วิเคราะห์ค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สุขสำราญ สุขอร่าม
IP: xxx.53.88.246
เขียนเมื่อ 

เรียน อาจารย์ ดร.สุพักตร์ ครับ ผมนายสุขสำราญ สุขอร่าม ผมต้องการใช้เกณฑ์ มาตราส่วนประมาณค่าแบบได้กำหนด rating scale 4 ระดับ ผมจะอ้างถึงใครได้ครับ ผมหาตามเวป มา 3 วันแล้วครับไม่ได้ มาพบบ๊อคนี้ดีใจมากครับ ช่วยแนะนำผมด้วยครับ

4 หมายถึง ระดับมาก
3 หมายถึง ระดับปานกลาง
2 หมายถึง ระดับน้อย
1 หมายถึง ระดับน้อยที่สุด

แปลความหมาย

ค่าเฉลี่ย 3.51 – 4.0 หมายถึง ระดับมาก
ค่าเฉลี่ย 2.51 – 3.0 หมายถึง ระดับปานกลาง
ค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.0 หมายถึง ระดับน้อย
ค่าเฉลี่ย 0.51 – 1.0 หมายถึง ระดับน้อยที่สุด

ขอบคุณครับ

หมายเลขบันทึก

238980

เขียน

01 Feb 2009 @ 17:50
()

แก้ไข

24 Jun 2012 @ 02:02
()

สัญญาอนุญาต

สงวนสิทธิ์ทุกประการ
ความเห็น: 33, อ่าน: คลิก