อินเดียเป็นประเทศที่น่าสนใจ มีหลายสิ่งหลายอย่างน่าศึกษา วันนี้ขอนำเสนอเรื่องภาษาอินเดีย

 ภาษาที่สำคัญในอินเดียแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

          1. กลุ่มภาษาอินโด-อารยัน (Indo- Aryan) เป็นกลุ่มภาษาที่มีจำนวนผู้พูดมากที่สุด คือทั่วทั้งภาคเหนือและภาคกลางของอนุทวีปอินเดียลงไปจนถึงที่ราบสูงเดดคาน นอกจากนี้ ยังใช้พูดในบริเวณฝั่งตะวันตกเลยไปถึงเมืองกัว ภาษาอินโดอารยัน แบ่งออกได้เป็น 3 สมัย ตามพัฒนาการในประวัติศาสตร์คือ

         ก.ภาษาสมัยเก่า ได้แก่ ภาษาพระเวทซึ่งใช้เขียนคัมภีร์พระเวท เมื่อประมาณ 2,000 - 1,000 ปีก่อนคริสต์กาล ได้มีผู้เรวบรวมหลักเกณฑ์ต่างๆของภาษาที่มีอยู่ในคัมภีร์พระเวทให้เป็นหมวดหมู่ พร้อมทั้งไวยากรณ์ เรียกว่า ภาษาสันสกฤต

              ข.ภาษาสมัยกลาง ได้แก่ ภาษาปากฤต คือ ภาษาของชาวบ้าน หรือภาษาถิ่นของชาวอารยันเผ่าต่างๆ ในพุทธกาล พระพุทธเจ้าทรงใช้ภาษาบาลี ซึ่งเป็นหนึ่งในภาษาปรากฤตหรือภาษาถิ่นเหล่านี้เพื่อเผยแพร่คำสั่งสอน ต่อมาเมื่อมีการรวบรวมคำสั่งสอนของพระพระพุทธเจ้าเป็นลายลักษณ์อักษร ภาษาบาลีจึงกลายเป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับภาษาสันสกฤต

            ค.ภาษาสมัยใหม่ ได้แก่ภาษาต่างๆในปัจจุบัน เป็นต้นว่า ภาษาฮินดี กัศมีร์ สินธี ปัญจาบี กุจราตี มาราตี โอริยา และเบงกาลี ภาษาเหล่านี้เข้าใจว่าสืบมาจากภาษาปรากฤต ซึ่งนานเข้าก็มีการเพี้ยนหรือเปลี่ยนปลงไป เพราะมีภาษาตระกูลอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอินโด-อารยันเข้ามาผสมผสานปะปนมากน้อยตามกาลเวลาที่ผ่านไป แต่ยังมีเค้าของความใกล้เคียงอยู่มาก ต่อมาเมื่อพวกเตอรก์ได้ชัยชนะทางแถบภาคเหนือของอินเดียในคริสต์ศตวรรษที่ 11 พวกนี้ได้นำภาษาของตนเข้ามาใช้ และต่อมาได้ปะปนกับภาษาของอินเดีย ที่สำคัญคือ การที่พวกเตอร์กยกย่องเทิทูนวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรืองของของเปอร์เซียกำหนดให้ภาษาเปอร์เซียเป็นภาษาสำหรับดนตรี กวีนิพนธ์และในสังคมชั้นสูง ภาษาเปอร์เซียจึงกลายเป็นภาษาที่สำคัญอันดับสองในหมู่ผู้ทรงความรู้ในอินเดีย จนกระทั่งถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ขณะเดียวกันก็มีการปะปนกันระหว่างภาษาฮินดีเก่ากับภาษาเปอร์เซีย เกิดเป็นภาษาอูรดี(Urdu) ซึ่งใช้กันในภาคเหนือของอินเดีย โดยเฉพาะในหมู่พวกมุสลิม

           ในศริสต์ศตวรรษที่ 19 นักการศึกษาชาวอังกฤษได้นำภาษาอูรดูกับภาษาฮินดีซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันอยู่แล้วมาทำให้เกิดเป็นภาษใหม่ คือ ภาษาฮินดูสตานี(Hindustani) แต่หลังจากอินเดียได้รับเอกราชภาษาฮินดูสตานีก็หมดความสำคัญลง ภาษาที่สัญอันดับสามในอินเดียภาคเหนือ ได้แก่ ภาษาปัญจาบี(Panjabi) ซึ่งเป็นภาษาของชาวสิกซ์ในรัฐปัญจาบ

           2.กลุ่มภาษาดราวิเดียน(Dravidian) เป็นกลุ่มภาษาที่มีผ4พูดมากเป็นอันดับสองรองจากภาษาอินโดขอารยัน คือประมาณ 1 ใน 4 ของประชาชนอินเดียปัจจุบัน ใช้พูดในบริเวณตอนใต้ของกลุ่มภาษาอินโด-อารยัน โดยเฉพาะด้านตะวันออกของอินเดียภาคเหนือ ภาษาที่สำคัญในกลุ่มดราวิเดียนมีอยู่ 4 ภาษา คือ ภาษาทมิฬ(Tamil) ซึ่งเป็นภาษเก่าแก่และสำคัญที่สุดในบรรดาภาษาดราวิเดียนด้วยกัน ปัจจุบันเป็นภาษาหลักของรัฐทมิฬนาดู(Tamil Nadu) ภาษาที่สำคัญรองลงมาได้แก่ ภาษาเตลุกุ(Telugu) ซึ่งเป็นภาษาของรัฐอันธระประเทศ(Andhra Pradesh)รองลงมาเป็นภาษาคานารีส(Kanarese)ในรัฐไมซอร์(Mysore) และภาษามะละยัม(Malaylam)ในรัฐเคราลา(Kerala) แม้ว่าภาษาทั้งสี่นี้จะได้หยิบยืนคำต่างๆ มาจากภาษสันสกฤต แต่มีโครงสร้างที่แตกต่างไปจากภาษาในกลุ่มอินโด-อารยัน

         3. กลุ่มภาษามุนดา(Munda) ได้แก่ภาษาของชนพื้นเมืองเผ่าต่างๆ ซึงยังคงมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ภาษานี้กระกระจายอยู่ตามท้องถิ่นต่างๆ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเขตท่ใช้ภาษาอินโด-อารยัน ภาษามุนดาจัดอยู่ตามท้องถิ่นต่างๆ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเขตที่ใช้ภาษาอินโด-อารยัน ภาษามุนดาจัดอยู่ในกลุ่มภาษามอญ-เขมร หรือกลุ่มภาษาออสโตร-เอเชียตริค

                อินเดีย มีภาษาพูดหรือภาษาถิ่น1652 ภาษา และมี 33 ภาษาที่มีประชากรพูดเกิน1 ล้านคน กฎมายอินเดียรับรองภาษาที่สำคัญในประเทศ 15 ภาษา ให้เป็นภาษาของรัฐต่างๆ 28 รัฐ(ส่วนการติดต่อกับรัฐบาลกลางยังคงใช้ภาษาอังกฤษและภาษา ฮินดี) ภาษาฮินดีมีคนพูดมากที่สุดถึง39.85 %(337.27 ล้านคน)ของประชากรทั่วประเทศ มีการพูดภาษาฮินดีกันมากในรัฐอุตตรประเทศ รัฐพิหาร และเดลลี ภาษาฮินดีนี้ส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงรูปมาจากภาษาบาลีและสันสกฤต

        ในสมัยโบราณ ราชสำนักอินเดีย ใช้ภาษาสันสกฤต เป็นภาษาราชการ 

         ในสมัยราชวงศ์เตอร์กปกครองอินเดียใช้ ภาษาเปอร์เซีย เป็นภาษาราชการ

      ต่อมาในสมัยราชวงศ์มูฆฆัลอันเป็นอิสลาม ใช้ภาษาอูรดู(คือภาษเปอร์เซียผสมภาษาฮินดี)เป็นภาษาราชการ

         ในสมัยอังกฤษปกครองอินเดีย ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการนี้ ทำให้ชนเผ่าต่างๆในอินเดียสามารถติดต่อกันได้สะดวกมากขึ้น ในปัจจุบันรัฐบาลใช้ภาษาฮินดี เป็นภาษาราชการ เพราะประชากรส่วนใหญ่ของประเทศพูดภาษาฮินดี แต่ภาษาอังกฤษก็ยังใช้ภาษาราชการอยู่เช่นกัน เพราะพวกทมิฬตอนใต้ไม่ยอมใช้ภาษาฮินดี เนื่องจากพวกเขาใช้ภาษาทมิฬอยู่เป็นประจำ และใช้ภาษาอังกฤษมากกว่า

ตารางแสดงจำนวนประชากรและภาษาที่ใช้พูดในประเทศอินเดีย(ข้อมูลปี 1991) 

ภาษา            จำนวนประชากร(ล้าน)       เปอร์เซ็นต์

ฮินดี(Hindi)       337272114             39.85

เนปาลี(Nepali)      2076645            0.25

เบงกาลี(Bengali) 6959738             8.22

อัสสัมมีส(Assamese) 13079696    1.55

อูรดู (Urdu)           43406932            5.13

ปัญจาบี (Punjabi)   23378744       2.76

เตลุกู(Telugu)       66017615        7.80

แคชมีรี (Kashmiri)(1881) 3176975  0.46

ทมิฬ(Tamil)         53006368         6.26

โกนกานี(Konkani) 1760607          0.21

มาราธี (Marathi)   62481681        7.38

กุจราตี(Gujarati)  40673814         4.81

คานารีส(Kanarese) 32753676       3.87

มะละยาลัม(Malayalam) 30377176   3.59

โอริยา(Oriya)          2806131          3.32

สินธี(Sindhi)          2122848          0.25

มานิปูรี(Manipuri)  1270216          0.15

สันสกฤต(Sanskrit)   49736        0.01

ภาษาฮินดีและตัวเลขที่ควรที่ควรจดจำ

 อาป ไกแส แฮ ? คุณสบายดีหรือ ?

 แมํ ฐีก ฮู- สบายดี

อัจฉา แฮ สบายดี

 ธันยะวาท ขอบคุณ

 กิตนา ไปแส แฮ? ราคาเท่าไร ?

 จะโล, ไปแส นะฮี ไป, ไม่มีเงิน

 นะฮี จิฮิเย ไม่เอา,ไม่ต้องการ

 คะรัม ปานี น้ำร้อน

 ฐัณฑา ปานี น้ำเย็น

  คะรัม จาย น้ำชาร้อนๆ

 เยห กยา แฮ ? นี้คืออะไร? 

 เอก ออร ขอเพิ่มอีกอันหนึ่ง  

จำนวนเลข

  ศูนย 0                เอก 1

  โด 2                   ตีน 3

  จาร 4                 ปา-จ 5

  ฉห 6                  สาต 7

  อาฐ 8                นอ 9 

  ดัส 10             คยารห 11

  บารห 12             เตระห 13

  เจาดะห 14          ปันดระห 15

  โสละห 16           สัตระห 17

  อะฐาระห 18         อุนนีส 19 

  บีส 20               อิกกีส 21

  บาอีส 22         เตอีส 23

  เจาบีส 24         ปัจจีส 25

ฉับบีส 26          สัตตาอีส 27

  อัฏฐาอีส 28         อุนตีส 29

  ตีส 30           จาลีส 40 

ปะจาส 50      สาฐ 60

  สัตตัร 70      อัสสี 80 

  นับเบ 90      สอ 100

ฮะซาร 1000   ลาข 100,000

อ่านภาษาฮินดีเพิ่มเติมได้ที่นี่