น้ำใจคนไทยด้วยกัน

เป็นเรื่องแปลกที่พอเราให้หรือแจกผลไม้ให้คนอื่นทาน ที่บ้านเองก็ไม่เคยขาดแคลนผลไม้เลยเพราะออกตลอดสลับกันไปมา แถมผลไม้ที่ออกก็ดกมากด้วยค่ะ

      เมื่อวันเสาร์น้องสาวปีนหลังคาโรงรถเพื่อไปเอาขนุนจำปาลงมา เนื่องจากตรงโคนต้นลูกขนุนระเบิดแล้ว ทั้งที่ออกทีหลังลูกขนุนบนหลังคา โคนต้นมี 2 ลูก ผู้เขียนบอกน้องสาวว่า บนต้นมีอีก 4 ลูก พอน้องสาวปีนขึ้นไปบนหลังคา ก็ตัดส่งลงมาทีละลูก โดยมีพ่อและน้องเขยเอากระสอบคอยรับ

       พอตัดไปตัดมา น้องสาวก็แหงนคอมองบนต้นแล้วตะโกนบอกผู้เขียนว่า ยังมีอีกลูกบนหัวฉันนี่ พอตัดลงมานับได้อีก 6 ลูก รวมเป็น 8 ลูก ทานไม่หมดหรอกค่ะ ถ้าสุกพร้อมกัน น้องสาวเลยต้องขับรถเอาไปแจกญาติๆ เวลาสุกและปอกออกมา เนื้อเยอะมาก หวานกรอบเลยล่ะ รุ่นแรกไม่มีเนื้อเลย พอมารุ่นที่สอง น้าสาวถามว่า มีเนื้อไหม น้องสาวบอกว่า ลูกหนึ่งแกะเนื้อได้ประมาณกิโลกว่าสำหรับลูกเล็กนะค่ะ

       วันนี้ผู้เขียนยังเอามาฝากเพื่อน และคนขับรถของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (ห้องคนขับรถและเอาส้มเขียวหวานมาให้ด้วย) ผู้เขียนชอบเอาแจกคนขับรถเพราะเขาเงินเดือนน้อยและทำงานช่วยนักวิชาการของ สศค. ดี คือ เวลาไปประชุมที่ไหน ก็รอ แม้จะค่ำมืดก็ตาม ผู้เขียนเคยไปช่วยราชการที่ตึกกระทรวงฯ คนขับรถของที่นั้น ดุมาก

       เวลาไปงานของท่านรองปลัดฯ (ไปรอเข้าแถวแลกธนบัตรที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สมัยที่คนไปรอกันมากๆ เนื่องจากผู้เขียนใช้เส้นสายไม่เป็น) ถ้ากลับช้า มีการบอกว่า ผมไม่รอนะ เดี๋ยวผมจ่ายค่า Taxi ไว้ให้ เลยให้เขากลับไปก่อน ส่วนตัวเองเข้าแถวรอแลกธนบัตรให้ท่านรองปลัดฯ

       พอเห็นพฤติกรรมของคนขับรถที่ไปช่วยราชการกับคนขับรถของ สศค. เลยประทับใจคนของกรมของเรามากกว่า และถ้ามีอะไรก็จะนำมาให้ทาน เช่น กล้วยน้ำว้าที่สวน ผลไม้ต่างๆ ที่ปลูกเอาไป จะได้เป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในเรื่องของอาหารของเขาไปได้บ้าง

       การให้ของผู้เขียนก็จะตรงกับคำสอนของแม่ที่บอกว่า ยิ่งให้เรายิ่งมี ดูได้จากผลไม้ที่สวน (มีแค่ 1 ไร่) ปลูกต้นกล้วย มะม่วง มะละกอ น้ำเต้า แอบออกลูกกันเป็นแถว ไม่ทันคนงานก่อสร้างแถวนั้น กระโดดข้ามรั้วลวดหนามเข้าไปขโมยตัดกล้วย มะละกอ มะม่วง ฯลฯ กันเป็นแถว

       ที่บ้านก็ได้แต่ทำใจว่า แบ่งกันทานที่เหลือก็เป็นของเรา ไม่เว้นแม้แต่เวลาพ่อเข้าไป พวกคนงานมาตะโกนขอมะละกอเฉยเลย นี่ยังดีนะที่ขอ น้องสาวเคยเข้าไปและกล้วยของเราพึ่งโดนตัดไปสดๆ ร้อนๆ คือ ยางกล้วยยังไหลจากต้นแต่ไม่มีเครือแล้ว เห็นแล้ว อึ้งและคิดในใจว่า เราช้าไปอีกแล้ว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กระถินริมรั้ว



ความเห็น (7)

จองงงงงงงงงงงง

  • สวัสดีค่ะ คุณพอลล่า
  • ขยันเข้ามาอ่านบันทึกของเพื่อนๆ สมาชิก G2K ดีนะค่ะ
  • อีกหน่อยต้องปฏิบัติตามบ้าง ถ้ามีเวลาค่ะ

อยากทานขนุน บ้างจังค่ะ ดีจังเลยมีเยอะ นำมาฝากเพื่อนๆ

  • ยังมีอยู่บนต้นอีกลูก แต่เป็นคนละต้นกัน ต้นนี้เนื้อสีเหลือง ลูกใหญ่มาก
  • ไม่แน่ใจว่า จะทานได้ไหม เพราะคงแก่เกินคาต้น
  • ต้นนี้อยู่หลังบ้านไม่ค่อยได้เดินไปดูเลยค่ะ
  • ต้นนี้ยกให้กระแตโดยเฉพาะ เนื่องจากเดินไปทีไร ก็กลัวงู และตัวเงินตัวทองค่ะ ชอบมุดท่อระบายน้ำขึ้นมาเดินเล่นในบ้านของผู้เขียน
  • สุนัขเห็น แทนที่จะกลัว กลับสู้สุนัข สุนัขที่บ้านยอมแพ้ วิ่งหนีแทนค่ะ
  • เห็นแล้วเป็นบ้านที่อยู่กันแบบธรรมชาติมาก ช่วงเช้าและบ่ายก็มีนกเขามาขันให้ฟัง
  • คือ นกเขามาขอกินเศษอาหารของสุนัขกับนกที่ผู้เขียนเลี้ยงไว้ที่กรงมีเศษอาหารนกหล่นลงไปที่พื้น
  • บางทีผู้เขียนก็เทอาหารนกที่นกของผู้เขียนกินเหลือไว้ให้เขาได้กิน
  • จึงมีทั้งนกเขาและงูเหลือมเดินเล่นที่ใต้กรงนกค่ะ
  • พี่ๆ เพื่อนๆ บอกว่า บ้านของผู้เขียนเป็นสวนสัตว์ไปแล้ว

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

อยู่กับธรรมชาติ อากาศดี สิ่งแวดล้อมดี มีความสุข

ของกินได้เป็นธรรมดา  คิดแล้วทำอย่างแมว่านั้นแหละถูกแล้ว

ก็เขามีหรือไม่ลำบากเขาคงไม่มาเอาของเรา

ขอบคูณมาก

สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณเกษตรยะลา

เมื่อวานแวะไปสวน 1ไร่ของตัวเอง ลองไปดูน้ำเต้าที่ปลูกเอาไว้ที่ริมรั้ว

ออกลูกดกเลยค่ะ แต่เหลือแต่ขั้วทั้งนั้น ลูกน่ะหายไป

ที่ว่างของตัวเองอยู่ในหมู่บ้านเพชรวงแหวน ตรงถนนกาญจนาภิเษก ฝั่งธนฯ ค่ะ

แต่ก่อนเป็นที่สวน แต่คนจัดสรรที่ดินซื้อที่แถวนั้นจนเราเป็นที่ตาบอดออกไปไหนไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องขายให้เขาไปบ้าง เพื่อหาทางออก

มีแต่คนรวยๆ มาอยู่ทั้งนั้น ของที่ปลูกจึงไม่น่าหาย คาดว่าคงเป็นคนงานก่อสร้างมากกว่าเพราะมาสร้างบ้านอยู่ใกล้ๆ ที่ดินของผู้เขียน

กลับมาบ้านโดนพ่อต่อว่า ว่าเข้าไปทำไม อันตรายทั้งงูและคน คือ แต่ก่อนยังไม่มีคนมาปลูกบ้าน แต่ตอนนี้คนงานเพียบเลยค่ะ พอเข้าไปก็ยืนมองกัน นานๆ รปภ. ของหมู่บ้านจะขี่จักรยานมาตรวจความเรียบร้อยสักที โดนพ่อบ่นจนหูชาเลยค่ะ

  • ตามที่คุณจอยมีคำถามหลังไมค์มา
  • ต้องขอตอบคุณจอยผ่านบันทึกนี้ว่า
  • ขอขอบคุณที่สนใจที่ดินผืนนี้ แต่ที่ดินผืนนี้พวกเราไม่ขายค่ะ
  • เพราะว่าจะเก็บไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลาน เนื่องจากที่ดินในกรุงเทพฯ แพงมาก
  • การรักษาไว้ได้ 1 ไร่ เชื่อไหมค่ะว่า ผู้เขียนต้องอ้อนวอนพ่อแม่ตั้งนาน
  • ก่อนขายให้กับเจ้าของหมู่บ้านเพชรวงแหวน
  • ความจริงเจรจาขอไว้ 2 ไร่ แต่เจ้าของหมู่บ้านบอกว่า เอาไว้แค่ไร่เดียวก็ดายหญ้าแย่แล้ว
  • พ่อ/แม่ก็อยากขายให้หมด แต่เกรงใจผู้เขียนเพราะเห็นว่า ผู้เขียนชอบปลูกต้นไม้และฝันจะเข้าไปปลูกบ้านในที่ดินผืนนี้อีกหลัง พ่อแม่เลยจำใจต้องแบ่งที่ดินเก็บไว้หนึ่งไร่
  • แต่ก่อนราคาไม่เท่าไหร่ ตอนนี้เจ้าของหมู่บ้านมาติดต่อขอซื้ออีกแล้ว ให้ราคาสูงมากหลายเท่าจากที่ขายไป
  • ความดีเลยตกที่ผู้เขียนเพราะพ่อหวงและภูมิใจที่ดินผืนนี้มาก
  • เวลาไปที่ กทม.เพื่อเสียภาษีโรงเรือน/ที่ดิน เจ้าหน้าที่ กทม. ขอซื้อเหมือนกันคาดว่าคงจะเป็นนายหน้า
  • และบอกว่าใครมีที่ดินในกรุงเทพฯ เป็นไร่ต้องขอแสดงความดีใจด้วยเพราะราคาไม่มีต่ำไปจากเดิมแน่นอน มีแต่จะขึ้นไปเรื่อย ๆ
  • โดยเฉพาะในหมู่บ้านเพชรวงแหวน เจ้าหน้าที่ กทม.แว่วว่า จะมีการตัดถนนอะไรสักอย่าง
  • จึงบอกกับผู้เขียนว่า ให้ดูแลที่ดินผืนนี้เอาไว้ดี ๆ
  • สำหรับคุณจอย น่าจะไปติดต่อในหมู่บ้านเพราะมีประกาศขายเยอะแยะค่ะ
  • ถ้าอยากได้จริง คงหาได้ไม่ยาก