คืนนี้ตั้งใจจะไม่แวะมาเขียนบันทึกแล้วครับ ตั้งใจว่าจะเคลียร์งานให้เสร็จสักชิ้นก่อน ปรากฏก็อดไม่ได้อยู่ดีครับ จึงต้องคลิกเมนูเพิ่มบันทึก พิมพ์เล่าเรื่องอีกตามเคย

วันนี้สอนตั้งแต่เช้ายันเย็นครับ ทุกกลุ่มเข้าประเด็นเรื่องของการสื่อสารแล้วก็ลากไปเป็นการสื่อสารในชั้นเรียนครับ ปรากฏปีนี้ใช้มุขเดิมได้ผลครับ คือ คำถามที่ว่า ถ้าจะขายแหวนให้กับคนหูหนวก จะต้องทำอย่างไรให้คนหูหนวกซื้อ นักศึกษาก็ทำท่าทำทางการมาเยอะครับ ต่อมาก็ถามต่อว่า แล้วถ้าจะขายเข็มขัดให้คนตาบอดละ ทำไง คราวนี้ได้ฮาครับ ยังทำท่าต่ออีก เลยต้องถามว่า แล้วคนตาบอดไม่ได้ยินหรือ ทำไมไม่พูดไปเลยละ ฮิฮิ แล้วก็นำเข้าเนื้อหาได้อย่างสนุกสนาน ตามสไตล์นายอีย์ครับ

คำถามต่อมาคือ คนแบบไหนที่คุณไม่อยากคุยด้วย คำตอบก็มาเยอะๆ ครับ แล้วก็สรุปว่า ทั้งหมดนั่นแหละ หากคุณเป็นอย่างนั้น ในห้องเรียนนักเรียนก็ไม่อยากเรียนกับคุณ เพราะการเรียนการสอนเป็นการสื่อสารรูปแบบหนึ่ง

เสร็จสอน ก็ต้องเสียเวลากับการหากระดาษสี่ห้าแผ่นครับ ซึ่งเป็นบทคุตบะห์ที่ชาวบ้านเขียนให้โดยใช้ระบบเขียนมลายูปาตานีด้วยอักษรยาวีครับ ความจริงผมเก็บมันไว้ดีมากกกกกกกกก ครับ แต่บังเอิญว่าย้ายห้อง แล้วเอกสารถูกมัดรวมกันเป็นมัดๆ กว่าผมจะหาเจอว่า มันอยู่ที่ไหน ก็รื้อเอกสารทั้งหมดออกจากตู้และที่มัดกองไว้ข้างๆ โต๊ะครับ แล้วก็เลยตัดสินใจ จัดเอกสารไว้กองหนึ่งต่างหาก สำหรับแจ้งให้เจ้าหน้าที่ยกไปทิ้งให้ที ฮือ รกจริงๆ

ความจริงไม่อยากทิ้งเลยครับ เสียดายงานนักศึกษา อันที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็คัดแล้วว่าเป็นผลงานระดับดีครับ อยากเก็บไว้สำหรับผมจะได้ทบทวนเองด้วย ฮิฮิ แต่เมื่อมันรกมากๆ เลยจำเป็นต้องจัดกับเสียที สรุปว่า เอกสารกองนี้สูงประมาณหนึ่งเมตรครับ ดูจากรหัสนักศึกษาแล้ว พบว่า เก่าสุดคือปีสี่สิบสี่ครับ (รุ่นแรกเลย)

ตอนนี้ผมยังหาเอกสารไม่เจออีกประมาณสิบแผ่นครับ ทั้งหมดนี้เป็นกระดาษแผ่นจริง เลยหาค่อนข้างจะยากในกองเอกสารกองใหญ่ๆ แต่ที่หยุดการค้นหาเมื่อตอนเย็นเนื่องจากมันเย็นมากแล้ว แล้วก้อที่สำคัญๆ สุดหาเจอแล้ว

ฮือ แล้วผมจะบ่นไปทำไมเนี๊ยะ จบแล้วกันครับ