GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

กวีนิพนธ์ชิ้นสุดท้าย: THE LAST POEM

สิ่งเตือน "ตน" ได้ในสำหรับใครบางคน..ในหลายๆ คนที่ยังมีลมหายใจ..อยู่เพื่อเรียนรู้.."ชีวิต"

ณ ค่ำคืน..นั่งอ่านหนังสือเงียบๆ กับเพื่อนสนิท.."ความเหงา" ทำให้อดใจไม่ไหวที่จะอยากมาแบ่งปันในสิ่งที่อ่าน หากเป็นสิ่งเตือน "ตน" ได้ในสำหรับใครบางคน..ในหลายๆ คนที่ยังมีลมหายใจ..อยู่เพื่อเรียนรู้.."ชีวิต"

 

(คำแปล กวีนิพนธ์ชิ้นสุดท้าย)


ราตรีอันมืดทมึนแห่งความโทมนัสได้มา
ปรากฏที่ธรณีประตูบ้านของข้า ครั้งแล้วครั้งเล่า
อาวุธอย่างเดียวของมันที่ข้าเห็น
ก็คือคิ้วอันขมวดด้วยความปวดร้าว
และทีท่าอันน่าเกลียดของความกลัว
ซึ่งล่วงหน้ามาก่อนการหลอกลวงของราตรี
ในท่ามกลางความมืด
เมื่อใดที่ข้าหลงเชื่อในหน้ากากแห่งความน่ากลัวของราตรีนั้น
เมื่อนั้นความพ่ายแพ้อย่างไร้ผลก็เกิดขึ้นแก่ตัวข้า
กีฬาแห่งความพ่ายแพ้ผลัดกับชัยชนะเช่นนี้แหละ
คือมายาของชีวิต
ทุกฝีก้าวมาแล้วตั้งแต่เยาว์วัย สภาพเช่นนี้เกาะแน่นอยู่กับเรา
เต็มไปด้วยแววเยาะเย้ยแห่งความเศร้าโทรมโทมนัส
(ปรากฏการณ์ทั้งหลายนี้อุปมาได้กับ)ม่านอันเคลื่อนที่ได้
แห่งความหวาดกลัวนานัปการ (ซึ่งเป็น)
หัตถกรรมอันฉลาดล้ำของมรณะที่เนรมิตขึ้นมา
ในท่ามกลางความมืดมนที่แผ่กระจายอยู่ทั่วไป


 รพินทรนาถ  ฐากุร


(รพินทรนาถ  ฐากุร ได้รจนากวีนิพนธ์บทนี้ 10 วัน ก่อนถึงแก่กรรม: กรุณา-เรืองอุไร กุศลาศัย แปล)

 

The Last Poem
 
Sarrow's dark night, again and again,
Has come to my door.
Its only weapon, I saw,
Was pain's twisted brow, fear's hideous gestures
preluding  its  deception in darkness.
Whenever I have believed in its mask of dread
Fruitless defeat has followed.
This game of defeat and victory it life's
delusion;
From childhood, at each step, clings this
spectre,
Filled with sorrow's mockery,
A moving screen of  varied fears...
Death's skilful handiwork wrought in
scattered gloom.

Calcutta, July 29, 1941

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 22753
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 9
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (9)

     ขอมองที่ความเป็นตัวบทกวีนิพนธ์ เมื่อเป็นชิ้นสุดท้าย ที่สำคัญ หรือสำคัญที่เพราะเป็นสุดท้าย "คนสุดท้าย" ...และสุดท้ายความกลัวเคยหายไปจากใจคนในโลกไหม แม้คนสุดท้าย

ตื่นเช้าขึ้นมา...เหมือนจะเป็นเช้าที่เศร้าๆ นะคะ

  • ชีวิตคืออะไร...
  • เป็นกลอนที่กินใจนะครับ...
  • อ่านแล้วความเหงา...หายไปเลย...เอ...เราไม่ได้เหงาคนเดียวนี่นา

เมื่อเช้าได้มีโอกาส ลปรร. กับเพื่อนที่รักคนดีคนหนึ่ง ถึงบทกวีนี้ว่าท่านผู้รจนาต้องการสื่ออะไรให้เราทราบ สิ่งหนึ่งที่เราเห็นพร้องสอดคล้องกันนั่นคือ "หากเราไม่มองลึกไปในเนื้อ..ที่ผู้นิพนธ์สื่อ เพราะรู้สึกว่า ยาก..เข้าใจยาก หรืออาจอ่านเพียงเพื่อผิวเผิน นั่นอาจทำให้เราได้พลาดการได้ลิ้มทิพยรส..เป็นได้"

แต่หากเราลองใช้ Mine'eye เบิกมอง..ลึกในสิ่งที่สื่อ ย่อมนำมาซึ่งสิ่งที่ชุ่มชื่นหัวใจได้ ดังเช่น บทกวีนี้ "กวีนิพนธ์ชิ้นสุดท้าย: The Last Poem" ก่อเกิด "พลังแห่งใจ"..อย่างมากที่ทำให้เราก้าวเดินได้ด้วย "ความเชื่อและศรัทธา" ที่เรามีอยู่...อย่างเอาชนะความกลัวที่เกาะกินหัวใจ "มนุษย์" เราได้

     ครับอย่างปฏิเสธเลยครับว่าไม่มีความกลัว เพราะ "ความกลัว" เป็นสิ่งที่มีในปกติ ในธรรม(ชาติ) หากเมื่อได้เรียนรู้อย่างเชี่ยวชาญ เราก็ทำได้เพียงการเผชิญหน้าอย่างทรนงกับความกลัวเท่านั้น ความกลัวหาได้หลีกหนีไปไหนเลย แล้วใครจะผ่านมันไปได้หรือไม่อย่างไร ก็อยู่ที่จิต...ใจของคน คน ๆ นั้นเอง เท่านั้น แม้จะได้รับแรงใจจากใครมากมายสักเท่าไหร่ก็ตาม

ความกลัว

ความกลัว..คือ สิ่งที่หลีกไม่พ้น

ความกลัว..คือ สิ่งสร้าง..ความกล้าหาญ

ให้ก่อเกิด..ได้..โดยใช้ "สติ"...เป็นเครื่องมือ

ผ่านพ้น...

    เมื่อใดที่ข้า หลงเชื่อในหน้ากากแห่งความน่ากลัว ของราตรีนั้น ...เมื่อนั้น ความพ่ายแพ้อย่างไร้ผลก็เกิดขึ้น แก่ตัวข้า...กีฬาแห่ง " ความพ่ายแพ้ผลัดกับชัยชนะ " เช่นนี้แหละคือ " มายาของชีวิต "

     ปรัชญาของรพินทรนาถ  ฐากูร จะแฝงสิ่งที่ผู้เขียนอยากสื่อไว้ในบรรทัดและระหว่างบรรทัดเสมอ

คุณ"คนข้างนอก"

หากเมื่อใด..ที่เราไม่เลือกปฏิเสธ...ในสิ่งที่พบเจอ

เพียงเพราะเหตุ...ว่ายากและไม่เข้าใจ

หากแต่ได้..ลองค้น..สิ่งที่พบนั้น

เราจะไม่พลาดโอกาส...แห่งการเรียนรู้..

ในสิ่งนั้นเลย...