ร้องไห้ ไม่เห็นจะน่าเสียหายตรงไหน เมื่อเรามีความรู้สึก ก็แสดงความรู้สึกออกมา เมื่อเราสัมผัสได้ถึงความรู้สึก เราก็จงสัมผัสมันอย่างตรงไปตรงมา

คุณเป็นประเภท บ่อน้ำตาตื้นไหม?

ฉันเป็นคนหนึ่งล่ะที่บ่อน้ำตาตื้นมากๆ อะไรนิด อะไรหน่อยก็ร้องไห้ ฉากซึ้งๆในหนัง ในละครโดยเฉพาะละครหลังข่าว :)) หรือแม้ตอนอ่านนิยาย วรรณกรรมซึ้งๆเป็นต้องหลบไปหามุมนั่งอ่านคนเดียว

ฉันว่า "การที่คนเราร้องไห้ ไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอเสมอไป"

เมื่อก่อนเวลาดูละครตอนซึ้งๆ ฉันต้องพยายามบังคับตัวเองไม่ให้ "อิน" กับละครมากนัก เวลาเจอฉากซึ้งต้องทำเป็นเหลือบตาไปดูที่อื่นบ้าง มองเพดานบ้างล่ะ ชวนคนอื่นคุยบ้าง เพื่อเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ หรือไม่ก็พยายามคิดเอาว่า จะเศร้าทำไมมันก็แค่ละคร... ขอบอกว่าการทำอย่างว่านี้ มันทำให้เสียรสชาดของการดูละครไปหมดเลยค่ะ อุตส่าห์ตั้งตาคอย ติดตามดูมาถึงตอนที่สำคัญ ครั้นพอจะซาบซึ้งอิ่มเอม ก็มาเจอระบบเหตุผล(อะไรก็ไม่รู้) มาสะกัดสุนทรียะในการดูซะงั้น ตอนหลังมาเลยมักชอบที่จะอ่าน...มากกว่าที่ดู... หากจะดูก็เลี่ยงที่จะดูคนเดียวซักมากกว่า

ใครเป็นคนสร้าง ความเป็นเหตุเป็นผลอันนี้ขึ้นมา ว่าดูละครไม่ควรร้องไห้ เจอเรื่องเศร้าห้ามเสียน้ำตา จงเข้มแข็งไว้ เราต้องเข้มแข็ง ยอมรับความจริง และยอมรับความเป็นไป.. อะไรก็แล้วแต่

วันนี้ฉันเข้าใจอะไรอย่างหนึ่งล่ะว่า ร้องไห้ ไม่เห็นจะน่าเสียหายตรงไหน เมื่อเรามีความรู้สึก ก็แสดงความรู้สึกออกมา เมื่อเราสัมผัสได้ถึงความรู้สึก เราก็จงสัมผัสมันอย่างตรงไปตรงมา

พวกนักวิชาการมักติดกับดักของระบบเหตุผล (อันนี้ฉันคิด แล้วก็ว่าเอาเอง) จะเศร้าก็ต้องมีเหตุผลในการเศร้า จะรักก็ต้องมีเหตุผลในการรัก ต้องมีคำนิยามของความรัก ต้องทำให้ความรักนั้นยิ่งใหญ่ คู่ควร ถึงจะยอมให้ความรักเกิดได้ จะยอมรับใครสักคนนั้นก็ยากเต็มที ความเก่งและความดี ก็ยังไม่พอ ไม่คู่ควรสำหรับการยอมรับ หาเหตุผลต่างๆนาๆมาประกอบในการใช้ชีวิต ให้ดูยุ่งยากวุ่นวายไปหมด

ฉันเองก็แทบจะเรียกได้ว่า เริ่มต้นชีวิตการทำงานในแวดวงวิชาการ หลายครั้งก็เหนื่อยกับระบบเหตุผล ที่มัวแต่ตั้งคำถาม แล้วก็ผลัดกันตอบ ตอบเสร็จก็ถามใหม่ debate กันไม่รู้จักจบสิ้น อะไรๆเลยดูยุ่งยากไปหมด จนไม่สามารถลงมือทำซักอย่าง

อ้าว!! ตั้งใจจะเขียนเรื่องบ่อน้ำตาตื้น ไหงเขียนไปโน่นได้น้อ.. แล้วทำไมต้องมีเหตุผลล่ะเนอะ ก็ปล่อยให้ความคิดมันได้ลื่นไหลแบบนี้ไปบ้างก็ดี...

ตอนทำงาน มีรุ่นพี่คนนึง รุ่นพี่ผู้ชาย แบบว่าหลงไหลในการดูหนังมาก ชอบชวนคนโน้นคนนี้ไปดูหนัง แล้วก็เอามาเล่าอย่างภาคภูมิใจ (แบบไม่อายใคร) ว่า ตูร้องไห้ฉากนี้...  ฉากนี้ด้วย...เศร้ามาก

อ๊ะ!!  ทำให้เราคิดได้แฮะ ว่าที่ผ่านมา เราเก็บกดอารมณ์ความรู้สึกของเราไว้ทำไม ทำไมเราไม่สัมผัสกับเรื่องราวที่เราได้ดู ได้อ่าน ได้ยิน ได้เห็น อย่างตรงไปตรงมา ร้องไห้ไม่ได้เหรอ..

เมื่อรับรู้อารมณ์ ความรู้สึกที่เป็นไปอย่างเปิดเผย ปราศจากพันธนาการของระบบเหตุผล ฉันกลับดีใจที่ฉันได้กลับไปเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่สามารถเข้าไปใกล้ชิดได้กับมนุษย์คนอื่นๆ (บางคน)ได้บ้าง อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันเห็นใจเขามากขึ้น และพยายามจะไม่ไปเบียดเบียนเขา

ฉันเริ่มจะแน่ใจแล้วล่ะว่า ความขี้แยของฉัน บางครั้งก็ไม่ได้หมายความว่าฉันเป็นคนอ่อนแอเสมอไป

หากคุณเศร้า ก็ร้องไห้เถอะค่ะ อย่ามีเหตุผลมากนักเลย