งานจับเซี๊ยบ
เป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญก่อนที่จะฉาบปูนทั้งที่เสา คาน และฝาผนัง
เสาจะตรง คานจะคด ผนังจะได้ขนาดหรือไม่
หรือต้องการจะได้ขนาดเท่าใดเราสามารถกำหนดได้อย่างละเอียด ณ
ขั้นตอนนี้

การจับเซี้ยมเป็นขั้นตอนหนึ่งที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าต้องมี
จึงทำให้ผิดพลาดในการคำนวณปูนที่จะต้องใช้
ในการก่อสร้างศาลาหลังอื่น ๆ ที่ผ่านมา
ข้อมูลที่ฉันคำนวณปูนที่จะใช้ก่อและฉาบนั้น
ยังไม่ได้คำนวณปูนที่จะต้องจับเซี้ยมส่งไปด้วยเลย
จึงมีปัญหาปูนขาดบ่อย ๆ
ซึ่งฉันก็พยายามหาสาเหตุว่าสูตรที่คำนวณนั้นผิดตรงไหนบ้าง
และสาเหตุสำคัญที่ฉันพบในวันนี้ก็คือขาดจากขั้นตอนการจับเซี้ยม
เมื่อวานนี้ช่างแสงได้จับเซี้ยมซุ้มประตูซึ่งมีความยาวของขอบประมาณ 20 เมตร ความหนาประมาณ 5 ซ.ม. ช่างแสงใช้ปูนไปประมาณ 2 ถุง (ปูนเสือพลัส น้ำหนัก 40 ก.ก. ต่อถุง) ซึ่งเมื่อคิดโดยเฉลี่ยแล้ว ปูน 1 ถุง ใช้จับเซี้ยมได้ประมาณ 10 เมตร
การผสมปูนจับเซี้ยม เมื่อวานนี้ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน
เนื่องจากช่างที่ผสมปูนใส่ทรายมากเกินไป
ช่วงแรกของเมื่อวานช่างที่ผสมปูนใส่ทรายไปจำนวน 3 ถังกว่า ๆ
ซึ่งโดยปกติการผสมทรายสำหรับจับเซี้ยมนั้บจะผสมทรายประมาณ 2 ถัง
หรือช่างแสงเรียกว่า “2 คุ” (โดยปูนฉาบโดยทั่วไปจะใช้อัตราส่วนผสม คือ ปูน
1 ถุง หรือ 40 ก.ก. ต่อ ทราย 12 ถัง)
การผสมทรายมากเกินไปทำให้ปูนไม่สามารถยึดเกาะขอบได้
ทำให้เมื่อเวลาจับเซี้ยมแล้วปูนหลุด ปูนร่วงลงบ่อย ๆ เสียทั้งเวลา
เสียทั้งปูน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "งานไม่เดิน..."
เพราะว่าหากเมื่อวานจับเซี้ยมไม่เสร็จ วันนี้ก็ฉาบไม่ได้ ด้วยเหตุผลว่า "ปูนยังไม่แข็งตัว..."

ข้อดีของการใส่ทรายน้อย ๆ อีกอย่างหนึ่งที่ช่างแสงบอกมาก็คือ
การใส่ทรายน้อยจะทำให้ “ขอบและมุมแข็ง”
ขอบหรือมุมต่าง ๆ ถ้าแข็งแรงก็จะเป็นการดีเพราะเป็นจุดที่ต้องกระทบ
กระแทกระหว่างการก่อสร้างอยู่ตลอดเวลา
ปัญหาที่พบสำคัญอีกอย่างหนึ่งของเมื่อวานที่ต้องทำให้ช่างแสงต้องเลิกงานเกือบสองทุ่มก็คือ การฉีดน้ำลงไปบนพื้นงานก่อนที่จะจับเซี้ยม
เมื่อวานนี้ฉันเห็นช่างแสงนำสายยางไปฉีดบริเวณซุ้มประตูที่จะจับเซี้ยม
ตอนนั้นฉันเห็นช่างแสงฉีดไปครึ่งหนึ่งแล้วก็หยุด
แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรมากนึกว่าจะฉีดครึ่งหนึ่งแล้วทำงานครึ่งหนึ่ง
พอจะทำให้ค่อยฉีดใหม่
แต่ฉันเองมาถึงบางอ้อตอนที่ปูนจับเซี้ยมนั้น “หล่นแผละ
หล่นแผละ” หล่นแล้ว หล่นอีก หล่นถึงสามรอบ
ฉันจึงเดินไปถามช่างแสงว่าเกิดอะไรขึ้นเหรอ...?
ช่างแสงไขให้กระจ่างว่า "ผมลืมไปครับว่า เมื่อเช้านี้ฝนตก
ฉีดน้ำไปครึ่งหนึ่งแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้..."
น้ำฝนทำให้พื้นผิวมีความชื้นมากเกินไป
ทำให้ปูนที่จับเซี้ยมไม่เกาะจนทำให้หลุดร่วงลงมาตลอด
แต่อีกข้างหนึ่งไม่มีปัญหาเพราะข้างนั้นแค่ใช้น้ำพรหมนิด ๆ หน่อย ๆ
ปูนเกาะติดได้สบาย
ความผิดพลาดต่าง ๆ นี้เอง ทำให้วันนี้ฉันจึงได้บทเรียนใหม่
ๆ เกี่ยวกับการก่อสร้างอีกมากมาย
ความผิดพลาดนั้นจึงเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่
ที่มิสามารถหาได้จากการอ่านตำรา...

ขอบคุณครับ สำหรับการแบ่งปันความรู้