เมื่อเขียนถึง “ความเปลี่ยนแปลง” ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับสภาพแวดล้อมของบ้านเกิดมาหลายเรื่องแล้ว หากไม่เขียนถึง “ถนนกลางสวน” ที่แบ่งผืนดินอันเป็นที่ทำกินของบ้านผู้เขียนออกเป็นสองฝั่ง ก็ดูเหมือนว่าเรื่องราวของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์
ข่าวเรื่อง “ถนน” ที่จะตัดผ่านเข้ามาในหมู่บ้านแว่วขึ้นมาครั้งแรกเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว ซึ่งก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ชาวบ้านมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน เพราะถนนสายนี้ต้องตัดผ่านที่ดินซึ่งเป็นพื้นที่ทำมาหากินของชาวบ้านหลายครัวเรือน จึงมีทั้งคนที่อยากได้และไม่อยากได้ แต่โชคดีที่ “ความคิดเห็น” ที่ไม่ตรงกันนั้นไม่ใช่ประเด็นที่นำไปสู่ “ความขัดแย้ง” เนื่องจากสามารถต่อรองประณีประนอมกันได้ ในที่สุดเมื่อสองปีมานี้เอง “ถนนหินคลุก” ก็ตัด “คดเคี้ยวเลี้ยวลด” เข้ามากลางดงสวนมะพร้าว สวนลิ้นจี่ และพืชสวนผสมอื่นๆ นานาชนิด ... ที่มันคดเคี้ยวมากเพราะต้องเลี่ยงเส้นทางที่เจ้าของสวนบางแห่งเขาไม่ยอมให้ตัดผ่านเข้าไปในที่ดินของเขา...
ตอนยังไม่มีถนนเส้นทางสัญจรไปมาของชาวบ้านจะอาศัยลำคลองเป็นหลัก ซึ่งก็น่าเห็นใจสำหรับเจ้าของสวนรายใหญ่ที่มีผลผลิตมากๆ เพราะรถรับซื้อเข้าไม่ถึงสวน การขนส่งสินค้าก็ค่อนข้างลำบาก (สมัยก่อน รุ่นปู่ย่า ตายาย ก็ทำกันมาได้ แต่พอถึงทุกวันนี้รู้สึกว่ากลายเป็นเรื่องที่ยากลำบาก) อีกเหตุผลหนึ่งซึ่งผู้เขียนก็เห็นด้วย คือ เวลาเจ็บไข้ได้ป่วย โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่จะลำบากมากในการเดินทางไปโรงพยาบาล ต้องหอบหิ้วกันลงเรือแล้วถึงจะไปต่อขึ้นรถได้ ญาติสนิทและเพื่อนบ้านของผู้เขียนหลายรายอพยพจากริมคลองไปปลูกบ้านอยู่ริมถนน เพราะรอให้ถนนตัดเข้ามาถึงหมู่บ้านไม่ไหว
หลังจากมีถนนแล้วความสะดวกสบายในการสัญจรไปมาก็มีมากขึ้นสมดั่งใจ แต่ก็แว่วๆ ข่าวมาว่า ในขณะที่ชาวบ้านเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้น พวกย่องเบา กลุ่มมิจฉาชีพ แก๊งต้มตุ๋นหลอกลวงรูปแบบต่างๆ ก็เดินทางเข้ามาสู่หมู่บ้านได้สะดวกมากขึ้นด้วยเช่นกัน...
(3)
ปลาทูแม่กลอง
26 กันยายน 2551