เป็นวิธีการหรือวิถีทาง หรือกิจกรรม ซึ่งครูอาจารย์ควรได้จัดเตรียมเอาไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อใช้เป็นทางนำนักเรียนไปสู่จุดมุ่งหมายปลายทางแห่งการสอนจริยศึกษาซึ่งได้แก่การเรียนรู้จริยธรรม ดังนั้น วิธีสอนจริยศึกษาที่ดี คือวิธีสอนที่ช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้มากที่สุด ดังนี้
4.1 ลักษณะของวิธีสอนจริยศึกษาโดยทั่วไป อาจแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
ก.วิธีสอนประเภทใช้ครูเป็นศูนย์กลางเป็นวิธีการที่ครูอาจารย์เป็นผู้จัดและดำเนินการสอนโดยตรง ซึ่งจะเห็นว่า ครูอาจารย์เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญมากในห้องเรียนและต้องการให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป เพราะเด็กวัยนี้เริ่มมีการพัฒนาทางสติปัญญา วิธีสอนประเภทนี้ได้แก่ การบรรยาย การถามตอบการให้การบ้าน การจดบันทึก และการท่องจำ ฯลฯ
ข.วิธีสอนประเภทที่ใช้นักเรียนเป็นศูนย์กลางเป็นวิธีการที่ครูอาจารย์ไม่ได้สอนโดยตรงหรือไม่ได้ผูกขาดการสอนจริยศึกษาแต่เพียงผู้เดียวแต่เป็นวิธีสอนที่ครูพยายามให้นักเรียนมีประชาธิปไตยในการเรียนเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนมากขึ้นช่วยทำให้บรรยากาศในห้องเรียนดีขึ้นครูอาจารย์เป็นกันเองกับนักเรียนคอยแนะนำนักเรียน และนักเรียนสามารถปรับตัวเข้ากันได้เป็นอย่างดี วิธีนี้ใช้ได้กับนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาขึ้นไปและในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจะใช้ได้ดียิ่งขึ้นเพราะเด็กวัยนี้มีการพัฒนาการทาง
สติปัญญา สังคม ชอบค้นคว้าหาความรู้หาข้อเท็จจริงในวิชาความรู้ ชอบทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะที่สำคัญคือนักเรียนระดับนี้ เริ่มมีความคิดที่ดีและเริ่มมีระดับวุฒิภาวะเพิ่มมากขึ้น ผลแห่งวิธีสอนประเภทนี้จึงทำให้นักเรียนได้รับประสบการณ์มาก มีเจตนคติและการปฏิบัติทางด้านจริยศึกษาดีขึ้น วิธีสอนประเภทนี้ได้แก่ การอภิปราย การสาธิตการแบ่งหมู่ ศึกษาค้นคว้า และรายงาน และการแสดงละครจริยศึกษาฯลฯในการสอนจริยศึกษาให้ได้ผลอย่างสมบูรณ์ ครูอาจารย์ ควรจะพิจารณาเลือกใช้วิธีสอนหรือกิจกรรมหลาย ๆ อย่างซึ่งมีทั้งลักษณะที่ครูและนักเรียนเป็นศูนย์กลางหรือเป็นหลักประกอบกันหรือปะปนกันไปให้เหมาะสมกับโอกาสและสภาพของบทเรียน เนื้อหา หัวข้อจริยธรรมแต่ละบท
4.2 วิธีสอนหรือกิจกรรมจริยศึกษาต่อไปนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกิจกรรมต่าง ๆที่จะช่วยให้นักเรียนบรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ของการเรียนครูอาจารย์อาจจะจัดวิธีสอนหรือกิจกรรมอื่นใดอีกก็ได้ที่เห็นว่าสามารถทำให้นักเรียนบรรลุเป้าหมายตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมของแต่ละหัวข้อเรื่องหรือแต่ละหัวข้อจริยธรรม ซึ่งมีวิธีสอนหรือกิจกรรม ดังต่อไปนี้
ก.การใช้วิธีสอนแบบบรรยายหรือปาฐกถาให้ได้ผลดีครูอาจารย์ควรจะพูดให้กระทัดรัดได้ใจความ ให้นักเรียนเข้าใจง่ายพยายามยกตัวอย่างและใช้ท่าทางประกอบบ้างตาม สมควรก็จะช่วยให้นักเรียนสนใจเรียนมากขึ้น ตัวอย่างเนื้อหาหัวข้อจริยธรรมที่ครูอาจารย์อาจใช้วิธีสอนแบบบรรยายได้ เช่น ความระลึกได้ (สติ) ความรู้ตัว (สัมปชัญญะ) ความละอายต่อบาป (หิริ)
ข.การใช้วิธีสอนแบบการอภิปรายครูอาจารย์ควรใช้สอดแทรกได้ในทุกเนื้อหาของหัวข้อจริยธรรมที่ต้องการให้นักเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง สามารถช่วยกันสรุปได้เองด้วยและฝึกให้นักเรียนกล้าแสดงความคิดเห็น การอภิปรายแก้ปัญหาโดยยั่วยุให้ผู้ร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็นในเชิงแก้ปัญหาหัวข้อจริยธรรมให้มากที่สุดตลอดจนแบ่งการอภิปรายแบบไหน จะต้องเตรียมสื่อการเรียนใดที่จำเป็นไว้ให้นักเรียนบ้างบางโอกาสครูอาจจะต้องช่วยนำ หรือกระตุ้นให้นักเรียนกล้าแสดงความคิดเห็นไม่ปล่อยให้นักเรียนอภิปรายอยู่เพียงผู้เดียวและครูอาจารย์ก็ไม่ควรสรุปเรื่องให้นักเรียนเสียเอง ตัวอย่างเนื้อหาของหัวข้ออิทธิบาท 4 ทั้งหมด ฯลฯ
ค.การใช้วิธีสอนแบบแก้ปัญหาเป็นการสอนวิทยาศาสตร์ซึ่งสามารถนำมาใช้สอนจริยศึกษาได้ดี เพื่อจะช่วยฝึกให้นักเรียนได้คิดเป็นแก้ปัญหาเป็น จะได้นำติดตัวไปใช้แก้ปัญหาต่อไปข้างหน้าอีกด้วยขั้นตอนของวิธีสอนแบบนี้ ประกอบด้วยปัญหา การตั้งสมมุติ ทดลองทำวิเคราะห์ดูผลของการทำ ลองทำ และสรุปผล เช่น การสอน เรื่องการบำเพ็ญประโยชน์ (อัตถจริยา)
