รายงานการวิจัยในชั้นเรียน
ชื่อเรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย โดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียน เรื่องคำพื้นฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านแกใหญ่ อำเภอเมืองสุรินทร์
จังหวัดสุรินทร์
ผู้ทำการวิจัย นางสำลี ไชยชาติ
ปีที่ทำวิจัย พ.ศ. ๒๕๕๑
บทคัดย่อ
การทำวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียน เรื่อง คำพื้นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ก่อนเรียนและหลังเรียนตามเกณฑ์ ผ่านร้อยละ ๖๐ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียน เรื่อง คำพื้นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน เพื่อพัฒนานวัตกรรมแบบฝึกทักษะการเขียน เรื่อง คำพื้นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียนภาษาไทย ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะทางการเขียน เรื่อง คำพื้นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ หลังเรียน กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านแกใหญ่ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ปีการศึกษา ๒๕๕๑ จำนวน ๑๙ คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) การออกแบบการวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง ใช้กับนักเรียนกลุ่มเดียว โดยการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยอ่านเขียนเรียนดี เรื่อง คำพื้นฐาน จำนวน ๑๒ แผน ใช้เวลา ๑๒ ชั่วโมง นวัตกรรมที่ใช้คือแบบฝึกทักษะการเขียน เรื่อง คำพื้นฐาน ใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จำนวน ๑๒ ชุด เครื่องมือการประเมินผล ที่ใช้ ได้แก่ แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนจำนวน ๑๒ ชุด รวม ๖๐ ข้อ และแบบสอบถามความ พึงพอใจในการเรียนภาษาไทย หลังเรียนจำนวน ๑ ฉบับ มี ๔ ประเด็น รวม ๑๐ ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีประสิทธิผลและทดสอบสมมติฐานใช้ t-test (Dependent Sample)
สรุปผลการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้สรุปผลได้ดังนี้
๑. ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียน เรื่อง คำพื้นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ก่อนเรียนและหลังเรียนตามเกณฑ์ผ่านร้อยละ ๖๐ พบว่า กรณีก่อนเรียนนักเรียนสอบผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ ๑๐.๕๓ ซึ่งมีผลการเรียนอยู่ในระดับต่ำ
( X = ๒๒.๑๖ และ S.D. = ๕.๙๐) กรณีหลังเรียนนักเรียนสอบผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ ๘๙.๔๗ นักเรียนมีผลการเรียนอยู่ในระดับสูง ( X = ๔๘.๑๑ และ S.D. = ๗.๐๑)
๒.ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียน เรื่อง คำพื้นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑
๓. นวัตกรรมแบบฝึกทักษะการเขียน เรื่อง คำพื้นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ มีประสิทธิภาพเท่ากับ ๘๐.๐๗ / ๘๐.๑๘ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ ๘๐ /๘๐ ที่ตั้งไว้
๔. ผลการศึกษาความพึงพอใจในการเรียนภาษาไทย ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียน เรื่อง คำพื้นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ หลังเรียน พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = ๔.๔๘ และ S.D. = ๑.๑๗ ) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อแล้ว พบว่า นักเรียนมีความ พึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ๖ ข้อ คือ ใบความรู้เข้าใจง่าย , เนื้อหาในใบความรู้เหมาะสม กับเนื้อหา ผู้สอนมีความเป็นกันเอง , บรรยากาศดี , ครูประเมินอย่างเป็นธรรม , แบบฝึกเหมาะสม ( X = ๔.๕๓ , ๔.๕๘ , ๔.๖๘ , ๔.๖๘ , ๔.๖๘ ,๔.๖๓ และ S.D.= ๐.๕๐ , ๐.๕๙ , ๐.๔๗ , ๐.๕๘ , ๐.๕๘ , ๐.๕๘ ) นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก 4 ข้อ คือ นักเรียนมีส่วนร่วม , รูปภาพในแบบฝึกสวยงาม , นำความรู้ไปใช้ในการเขียนเรื่องอื่นๆได้ , สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ( X = ๔.๓๗ , ๔.๔๒ , ๔.๒๑ , ๔.๑๕ , และ S.D. = ๐.๕๐ , ๐.๕๑ , ๐.๔๒ , ๐.๓๗ )