ที่มาของชื่อ "ครูข้างถนน"


         

·        ความหมายของเกียรติ ศักดิ์ศรี ต่ำต้อยที่ใช้กันนั้นเรามักจะเปรียบเทียบด้วยสายตาคนอื่น และเปรียบเทียบกับคนอื่น

·         ลองใหม่ซิค่ะ ลองเปรียบเทียบกับสิ่งที่ทำของตัวเอง

·         เมื่อเปรียบเทียบกับมันแล้ว ใจเราคิดว่ามันมีเกียรติ ศักดิ์ศรี และต่ำต้อยไหม

·         ถ้ายังรู้สึกอย่างนั้น  ก็น่าจะเปลี่ยนอาชีพค่ะ

       จากข้อความ ความคิดเห็นเบื้องต้นในบันทึกของผมบันทึกหนึ่งที่ผมลบบันทึกนั้นไปแล้ว เมื่อได้อ่านความคิดเห็นนั้นจบ ผมต้องมาอธิบาย  ที่มาของชื่อ "ครูข้างถนน"  ทำไมต้องใช้ชื่อนี้ และอธิบายเพิ่มเติมอย่างนั้น

 

        ก่อนอื่น ผมขอนำประวัติย่อ ให้ท่านบล็อกเกอร์ที่ยังไม่ได้เข้าไปดูประวัติผม มาให้อ่านก่อน

 

....จบจาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ คณะครุศาสตร์  จบครู แต่ไม่ได้เป็นครู  จึงมาทำงานสงเคราะห์และพัฒนาเด็กด้อยโอกาส  ตามชายขอบแนวชายแดนไทย-พม่า เมื่อเวลาพบและเจอชาวบ้านผู้ปกครองของเด็กๆ ที่ช่วยเหลืออยู่ มักจะเรียกผมว่า ตะระ ภาษาปากาญอ แปลว่า "ครู"  ทั้งที่ไม่ใช่ครู ในบล็อกนี้จึงใช้ชื่อว่า  "ครูข้างถนน"  ได้พบได้เจอ หลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เป็นธรรมกับคนชายขอบ ทั้งสิทธิ์ต่างพึงจะได้รับ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความไม่เท่าเทียมในด้านการได้รับการศึกษาของเด็กๆ  ฯลฯ จึงอยากจะใช้บล็อกนี้เป็นเครื่องมือเป็นกระบอกเสียงให้กับสังคมในเมืองได้รับรู้ เสียงเรียกองจากคนชายขอบ...  

          ขอย้อนหลังไปตอนที่ผมเป็นเด็กๆ ชีวิตครอบครัว ความเป็นอยู่อย่างแล้งแค้น แต่ก็ยังโชคดีที่ได้รับการศึกษา และผมโชคดี 2 เท่า เมื่อตอนที่เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  วันหนึ่ง ผมนุ่งชุดนักเรียนเก่าๆ ผุๆขาด ไปโรงเรียน และมีนางฟ้าใจดี ที่เรายกย่องว่าเป็นครูผู้อารีย์  ครูผู้ที่ยกระดับจิตวิญญาณของศิษย์ และเป็นครูประจำชั้นผม ผมยังจำได้ไม่มีวันลืม และจะจำไว้ จนแผ่นดิน ที่อาศัยอยู่นี้จะกลบหน้า จนกว่าจะขึ้นเชิงตะกอน ท่านรู้และเข้าใจถึงความขัดสนแล้งแค้นของผม ท่านเรียกให้มาพบในเย็นวันนั้น โดยไม่ให้เพื่อร่วมชั้นรู้ ท่านบอกกับผมว่า " ครูจะแจกชุดนักเรียนให้เพราะเห็นว่าชุดที่ใส่อยู่เก่าแล้ว  และครูกำชับว่าห้ามบอกให้เพื่อนๆคนอื่นรู้  ให้เก็บไว้เป็นความลับ  ผมไม่รู้เพราะเหตุผลใด ถึงไม่ให้บอกเพื่อนๆ และผมก็ไม่อยากทราบด้วย แต่ที่ทราบแน่ๆคือ ไมตรีจิตที่คุณครูท่านมอบให้นั้น จะไม่มีวันลืม ชื่อของคุณครูยุวรี  หมื่นจี้  ยังตราตรึงอยู่ในใจ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ผมมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า จะเรียนให้สูงๆ และจะเรียนสายครู  รู้ทั้งรู้ว่า ไม่มีโอกาสได้เรียนวิทยาลัยครู หรือมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนครู แต่ก็หาโอกาสเรียนจนได้ โดยการบวชเรียน  ช่วงมัธยมปลาย ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต เพื่อนที่เรียนชั้นเดียวกัน ต่างเลือกทางเดินของชีวิตที่สวยหรู บ้างก็สมัครเรียนมหาวิทยาลัยเปิด บ้างก็สอบโควต้ามหาวิทยาลัยของรัฐได้ บางคนมีความสนใจไนทางสายอาชีพ ก็สมัครเรียนวิทยาลัยต่างๆ  ส่วนผมมีใจที่แน่วแน่ และไม่แปรผัน  และอีกอย่างผมมองตัวออก บอกตัวได้ รู้ว่าหลองข้าว (ยุ้งข้าว = หมายถึงฐานะความเป็นอยู่) ผมไม่เพียงพอที่จะเรียนมหาวิทยาลัย แบบเพื่อนๆได้ มีทางเดียวที่สามรถทำให้อุดมการณ์ความฝันของผมเป็นไปได้ คือวิทยาลัยสงฆ์  ที่มีนามว่า  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ผมจึงมุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัยสงฆ์  ตั้งใจไว้ตั้งแต่เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ว่าจะเรียนคณะครุศาสตร์ ได้เรียนสมใจ พอใจและภูมิใจที่จบในรั้วของมหาวิทยาลัย  โดยมีสายเลือดชมพู  

          ความฝันอุดมการณ์ของผมไม่หยุดอยู่ตรงนั้น  เมื่อสมดังตั้งใจ จึงขอทำหน้าที่ครู เพราะได้รับพิมพ์จากคุณครูผู้อารี  ในตอนเด็กท่านนั้น  จึงสมัครเข้าไปทำงานเป็นครูอัตราจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว หลายโรงเรียน   งบระยะสั้นบ้าง งบของโรงเรียนจ้างบ้าง เมื่อสิ้นสุดประมาณ หรือหมดงบประมาณก็เลิกจ้างเหมือนลอยแพ   ครั้นจะสอบบรรจุก็ไม่ได้สอบกับเขา เพราะว่า ผู้บริหารเขาไม่เปิดเอก ที่ผมจบ แต่ก็ไม่ได้โทษวิสัยทัศน์ของใคร หรือโทษตัวเองที่ ไม่เรียน เอกที่ตลาดการศึกษา ในยุคปัจจุบันต้องการ

          จนกระทั่งได้เข้ามาทำงานองค์กรพัฒนาเอกชน องค์เล็กๆแห่งหนึ่ง ที่ตัดสินใจทำที่นี่ ทั้งที่เนื้องานสวนทางกับเอกวิชาที่จบมา แต่คิดว่ามีส่วนดีที่ได้ทำงานช่วยเหลือเด็กๆ อยู่กับเด็กๆไม่ต่างจากการเป็นครู และดีที่มีภาคี ร่วมคือโรงเรียนรวมถึงครูในโรงเรียนนั้นๆ เมื่อมีการติดต่อประสานงานกับครูบ่อยๆ เด็กปกาเกอญอหน้าตาใสซื่อ   และผู้ปกครองที่เด็กที่จริงใจ  จะเรียกผมว่า ตะระ  ภาษาปกาเกอญอ แปลว่า “ครู”  ผู้ปกครองบางท่านยังเรียกผมว่า ตะระผะโด้ แปลว่า “ครูใหญ่”  พวกเขาเรียกผมว่า ตะระ  ถือว่าให้เกียรติมากพอแล้ว ยิ่งเรียกผมว่า ตะระ ผะโด้  ยิ่งคิดว่าผมมีเกีรยติให้พวกเขาเรียกถึงขนาดนั้นเชียวหรือ

          เมื่อมีโอกาส ได้เปิดบล็อกแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกัลยาณมิตรใน G2K และใช้เป็นกระบอกเสียงให้บุคคลภายนอกสังคมในเมืองได้รับรู้เรื่องราวของคนชายขอบ จึงใช้ชื่อบล็อกว่า ....

       “ครูข้างถนน” 

โดยมีคำอธิบายเพิ่มเติมต่อว่า   ครูไม่มีเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรี –ต่ำต้อย 

        ชื่อบล็อกนี้ “ครูข้างถนน”  โดยมีคำอธิบายว่า ครูไม่มีเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรี ต่ำต้อย    โดยจิตเจตนา ทั้งหมดนั้นประกอบด้วยกุศลทั้งสิ้น ไม่เคยคิดที่จะดูถูก ดูแคลน ดูหมิ่น อาชีพ ครู  ที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีนั้น  และผมไม่เคยดูถูกอาชีพของตัวเอง ทุกอาชีพผมว่ามีเกียรติทั้งสิ้น เพียงแต่ผมต้องการให้เป็น branding ของตัวเองเท่านั้น  

       ผมต้องขออภัยคุณครูทุกท่านด้วยที่คิดว่า ชื่อบล็อกและคำอธิบายเพิ่มเติมนั้น ไปพาดพิงถึงอาชีพของครูผู้มีเกียรติ  หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งในวงการศึกษา

แด่.."ครูในดวงใจ" ขอคารวะครูปูชนียบุคคล วิญญูชน ทุกท่าน

ปล. คอมมเม้นท์แสดงความคิดเห็นในบันทึกนี้ได้ ขออนุญาต และขอโทษ ไม่ตอบคอมเม้นท์  ครับ

หมายเลขบันทึก: 208836เขียนเมื่อ 15 กันยายน 2008 14:51 น. ()แก้ไขเมื่อ 17 เมษายน 2012 13:35 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (9)

สวัสดีค่ะคุณครู

- การเป็นครูยิ่งใหญ่เสมอค่ะ

หวัดดีจ้ะ...ครูข้างถนน

ครูวินดี้เอง จบนิเทศศาสตร์

ประชาสัมพันธ์บ้าง  ทำข่าวบ้าง

แต่ก็มาเป็นครู...เหมือนกัน

รู้สึกภูมิใจจ้ะ...

ครูข้างถนนครับ

      ผมเรียนโรงเรียนวัดมาเหมือนกันครับ  ผมอยากเป็นครู แต่ไม่มีโอกาสได้เป็น ผมไปบริจาคร่างกายให้โรงพยาบาล เพื่อจะได้เป็น อาจารย์ใหญ่

      เป็นกำลังใจให้ครับ

              รพี

 

สวัสดีค่ะ

มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ "คุณครู"  ภาคภูมิใจเถอะนะคะ  การทำงานเพื่อเด็กมีความสุขและสนุกค่ะ  มันดี พี่เป็นครูบ้านนอกวัน ๆ เดินทางไปกลับร่วม 200 ก.ม. แต่พี่ก็รักโรงเรียนบ้านนอก รักเด็กที่บ้านนอกค่ะ

ว่าง ๆขอเชิญไปแวะเยี่ยมกันบ้างนะคะ

http://www.krukimpbmind.com

เป็นกำลังใจให้คุณครูค่ะ...เชื่อว่าคุณครูที่ทำงานมุ่งมั่นตามอุดมการณ์ ความฝันที่จะพัฒนาเด็กด้อยโอกาสมีอยู่มากทีเดียวค่ะ

สวัสดีค่ะคุณครู

แวะมาทักทายนะคะ

ครูก็เหมือนเทียนค่ะ  ถึงขนาดของเทียนจะแตกต่าง  แต่แสงสว่างที่มี

ให้เท่าเทียมกันค่ะ

                           เป็นกำลังใจให้นะคะ

อยากได้ลูกสาว พาหลานมาเยี่ยมค่ะ

มาเยี่ยมค่ะ

มาทักทาย  มาอ่านเรื่องเล่าเรื่องราวที่บันทึกไว้

และมาให้กำลังใจค่ะ

มาเยี่ยม 

มาติดตามอ่าน  อ่านแล้วอ่านอีก

ชอบอ่านบันทึกนี้มาก

ทุกถ้อยคำมีความประทับใจ

จะร่วมอุดมการณ์ด้วย "การตั้งใจทำงานเพื่อเด็ก" มากขึ้นค่ะ

ขอเป็นกำลังใจค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี