ผมได้รับการติดต่อให้เขียนเรื่อง ความสุขจากการได้รักและถูกรักของคนหนุ่มสาว    ชื่อเชยและยาวกว่าหนังเกาหลีเป็นอันมาก       จึงขอตั้งชื่อใหม่แล้ววงเล็บชื่อเก่าเอาไว้เป็นหลักฐาน    มีคำสำคัญคือ ความรัก และ ความสุข   

          จากหนังสือ กามนิต ของเสฐียรโกเศศและนาคะประทีป     พระพุทธเจ้าตรัสว่า วาสิฏฐี  เราขอให้ภาวนาธรรมบทนี้ไว้คือ   ที่ใดมีความรัก  ที่นั้นมีความทุกข์    แล้วยังจะมาให้เขียนเรื่องความรักกับความสุขอยู่อีก     ลองมาดูกันว่าความรักและความสุขสัมพันธ์กันอย่างไร

ผู้ใหญ่มักพูดว่าความรักเป็นอารมณ์ ชนิดหนึ่ง    ทำนองว่าอย่าไปยึดมั่นอะไรกับความรักให้มากนัก   ลองขึ้นชื่อว่าอารมณ์ก็จะผ่านมาและผ่านไป    เมื่อครั้งผมเรียนจิตเวชศาสตร์ก็มีตำราบางเล่มเขียนทำนองนี้     แต่ไม่มีรายละเอียดว่าความรักเป็นอารมณ์อย่างไร   และเพราะอะไร   ทั้งนี้ยังไม่นับว่าจริงหรือเปล่าที่ว่าความรักเป็นอารมณ์ชนิดหนึ่ง

          ผมไปพบอะไรบางอย่างที่คล้ายๆคำตอบในหนังสือ The Expression of the Emotions in Man and Animals เขียนโดย ชาร์ลส์ ดาร์วิน ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ.1872     เล่มที่ผมอ่านเป็นฉบับพิมพ์ของสำนักพิมพ์อ๊อกซ์ฟอร์ดปี ค.ศ.1998  สำหรับคนที่ไม่เชื่อดาร์วินก็สามารถหยุดอ่านตรงนี้ได้เลยครับ

          ดาร์วินเขียนถึงความสัมพันธ์ระหว่างอารมณ์และกล้ามเนื้อ    กล่าวคืออารมณ์มิใช่เกิดขึ้นลอยๆแต่มีกล้ามเนื้อกลุ่มหนึ่งที่ทำหน้าที่แสดงออกซึ่งอารมณ์นั้นด้วย    ยิ่งไปกว่านั้นอารมณ์ที่ตรงข้ามกันก็จะใช้กล้ามเนื้อที่ทำงานตรงข้ามกันอีกด้วย   โดยดาร์วินยกตัวอย่างสุนัขที่กำลังดีใจได้พบเจ้าของจะใช้กล้ามเนื้อร่างกายกลุ่มหนึ่งในการกำหนดท่าทางดีใจ    เปรียบเทียบกับเวลาที่สุนัขพบศัตรูมันจะใช้กล้ามเนื้ออีกชุดหนึ่งซึ่งทำงานตรงข้ามกับชุดแรก

          หนังการ์ตูนสั้นเรื่อง Geri’s Game ของพิกซาร์ที่ฉายปะหน้าหนังการ์ตูน  A Bug’s Life ของดิสนีย์จะช่วยให้เข้าใจสิ่งที่ดาร์วินเขียนได้ง่ายขึ้น     การ์ตูนสั้นความยาว 4 นาทีเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกๆของโลกที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิกทั้งหมดและชนะรางวัลออสการ์ในปี 1998   เล่าเรื่องการดวลหมากรุกระหว่างชายชราหนึ่งคน    เขียนถูกต้องแล้วครับระหว่างชายชราหนึ่งคน    ที่น่าสนใจคือพิกซาร์ได้สาธิตการทำงานของกล้ามเนื้อบนใบหน้ามนุษย์คือชายชราทั้งหนึ่งคนนั้นอย่างชัดเจนว่าในแต่ละอารมณ์ที่แสดงออก   กล้ามเนื้อมัดต่างๆทำงานอย่างไร   ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ Zygoma และ Orbicularis ที่ควบคุมการหัวเราะ     หรือ Corrugator supercilii และ Occipitofrontalis ที่ควบคุมอารมณ์เศร้า   เป็นต้น     นั่นคืออารมณ์มิใช่สิ่งที่เกิดขึ้นลอยๆ

          ดาร์วินแบ่งอารมณ์ของมนุษย์ออกเป็น 2 พวก  พวกแรกคือ  เป็นสุข    โศกเศร้า   โกรธ  และกลัว     พวกที่สองคือ  รัก  เกลียด   ริษยา  และ หึง    ก่อนจะอ่านต่อไปลองทำแบบฝึกหัดต่อไปนี้ก่อนก็ได้ครับ    สำหรับคนที่พอวาดการ์ตูนเป็นลองวาดใบหน้าที่แสดงความสุข  โศกเศร้า  โกรธ  และกลัว   เราจะพบว่าวาดง่ายมาก   โดยเฉพาะอย่างยิ่งใบหน้ามีความสุขและโศกเศร้านั้น  ใครๆก็ควรวาดได้   ยิ้มให้วาดริมฝีปากโค้งขึ้น  เศร้าให้วาดริมฝีปากโค้งลง   ใช่มั้ยครับ   อารมณ์โกรธและกลัวก็วาดได้ไม่ยากสำหรับคนที่วาดการ์ตูนเป็น

          เหตุที่วาดได้ง่ายเพราะอารมณ์กลุ่มแรกนี้มีกล้ามเนื้อบนใบหน้าบางกลุ่มรับผิดชอบอยู่

          คราวนี้ลองวาดใบหน้าที่แสดงอารมณ์รัก  เกลียด  อิจฉา  และหึง   ใครคิดว่าง่ายก็ลองหยิบกระดาษและดินสอลองวาดดู    อย่าลืมว่าให้วาดใบหน้าเท่านั้นนะครับ  ห้ามใช้ลำคอหรือเส้นผมมาช่วย  ห้ามใช้ฉากหลังหรือองค์ประกอบใดๆมาช่วย  ห้ามเขียนรูปหัวใจถูกธนูเสียบด้วย   แล้วจะพบว่าอารมณ์ที่เราเคยคิดว่าน่าจะวาดได้คือรักและเกลียดนั้นไม่สามารถแสดงออกได้ด้วยใบหน้า   ใบหน้าริษยาหรือหึงยิ่งไปกันใหญ่

          เหตุที่วาดไม่ได้เพราะอารมณ์กลุ่มหลังนี้ไม่มีกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่รับผิดชอบเป็นการเฉพาะ   คำถามต่อไปจึงเป็นว่าอารมณ์ทั้งสองกลุ่มนี้ต่างกันอย่างไร 

          ดาร์วินเขียนว่าอารมณ์กลุ่มแรกนั้นมักจะเกิดขึ้นได้รวดเร็วและไม่มีเป้าหมายเฉพาะ   หัวเราะเพราะขำกลิ้ง    ร้องไห้เพราะโศกเศร้า   เป็นที่เข้าใจได้ง่าย   แต่ว่าแม้กระทั่งความโกรธและความกลัวก็ไม่มีเป้าหมายเฉพาะด้วย     ตรงนี้อ่านแล้วอาจจะเข้าใจยากเพราะคนส่วนใหญ่มักคิดว่าเวลาเราโกรธหรือกลัว    เรามักมีเป้าหมายชัดเจนว่าโกรธใครหรือกลัวอะไร   อย่างไรก็ตามถ้าเข้าใจงานของซิกมันด์ ฟรอยด์   เราจะพบว่าไม่ง่ายนักที่จะตอบได้อย่างมั่นใจว่ากำลังโกรธใครหรือกลัวอะไร      เช่นกันครับ     ใครไม่เชื่อฟรอยด์ก็หยุดอ่านที่ตรงนี้ได้

          เปรียบเทียบกับอารมณ์กลุ่มหลังมักเป็นอารมณ์ที่เกิดจากการค่อยๆสั่งสมและมีเป้าหมายเฉพาะ   นั่นคือ รักใคร เกลียดใคร อิจฉาใคร และหึงใคร   จะมีความรู้สึกเหล่านี้ได้ต้องบิลด์อารมณ์กันสักระยะหนึ่ง    แต่ไม่มีกล้ามเนื้อช่วยแสดง

          ดาร์วินเขียนต่อไปว่ากลุ่มอารมณ์ที่มีกล้ามเนื้อช่วยแสดงนั้นเป็นกลุ่มอารมณ์ที่รับใช้ผลประโยชน์ทางชีววิทยา    เช่น   โกรธศัตรูเพื่อป้องกันตัว  กลัวศัตรูเพื่อจะได้หลบเลี่ยง  เป็นต้น   อารมณ์เหล่านี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมและเป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการ   จะเห็นว่าสอดคล้องกับความรู้ในปัจจุบันที่พบว่าอารมณ์เป็นสุขหรือเศร้านั้นถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม    ส่วนอารมณ์โกรธหรือกลัวนั้นจะพบว่ามันได้ทำหน้าที่ของมันอย่างดีเยี่ยมในการช่วยให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำนวนมากสามารถอยู่รอดศัตรูมาได้จนถึงทุกวันนี้

          ขณะที่อารมณ์รัก   เกลียด  อิจฉา หรือหึง ไม่มีกล้ามเนื้อรับผิดชอบและไม่ได้รับใช้ผลประโยชน์ทางชีววิทยาใดๆเลย   ที่แท้แล้วอารมณ์กลุ่มนี้รับใช้ประโยชน์ทางสังคมมากกว่านั่นคือเป็นกลุ่มอารมณ์ที่ใช้ปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้างเฉพาะช่วงเวลานั้นๆ    จึงไม่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมและไม่เป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการ

          จะเห็นว่าความเกลียดไม่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม     หากตระกูลของโรเมโอและจูเลียตจะเกลียดกัน     หรือชาติพันธุ์ใดๆสองกลุ่มจะเกลียดกันก็เพราะปัจจัยทางสังคมและการเมือง     ไม่ใช่ปัจจัยทางชีววิทยา

          สรุปความสำหรับความรัก   ความรักนั้นเป็นเรื่องชั่ววูบ   วูบเดียวจริงๆเมื่อเทียบกับสายวิวัฒนาการของมนุษยชาติ    ยิ่งไปว่านั้นความรักเป็นของไม่มีประโยชน์ทางชีววิทยา   จึงไม่มีประโยชน์ต่อการสืบเผ่าพันธุ์    ที่มีประโยชน์ต่อการสืบเผ่าพันธุ์นั้นเขาเรียกว่าความใคร่

          ย่อหน้าสุดท้ายผมเขียนเอง    ไม่ใช่ดาร์วินหรือฟรอยด์เขียน  

          ฮา (มีความสุขและถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม)

 

หมายเหตุ: ผมได้เตือนผู้ขอต้นฉบับแล้วว่าอย่าให้เขียนเรื่องความรักและความสุข    เพราะอ่านแล้วอาจจะเครียดและเป็นทุกข์

นายแพทย์ประเสริฐ  ผลิตผลการพิมพ์